13 ก.พ. เวลา 16:10 • การศึกษา
สาระ หรือ สาหร่าย By Charifkub

ทฤษฎี Let Me คืออะไร

โดย
เคยไหมที่รู้สึกหมดแรงในวันที่โลกดูหนักอึ้ง หรือ รู้สึกว่าตัวเองกำลังเดินอยู่บนเส้นทางของใครสักคนที่เราไม่ได้เลือก? เหมือนชีวิตกำลังถูกกำหนดโดยเงื่อนไขภายนอกจนสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง?
นั่นคือช่วงเวลาที่เราต้องย้อนกลับมาสนทนากับคนที่สำคัญที่สุด นั่นคือตัวเราเอง และ เปล่งเสียงของทฤษฎีแห่งการยืนยันตนเองอย่าง "Let Me"
  • ​ทฤษฎี Let Me คืออะไร
ทฤษฎี Let Me (อ่านว่า เล็ท-มี) ไม่ใช่การขอร้องให้ผู้อื่นปล่อยเราไป แต่คือ "การตั้งเจตจำนงอันหนักแน่นต่อตัวเอง เพื่อปลดปล่อยศักยภาพที่ถูกกดทับ เปิดพื้นที่ให้กับความต้องการที่แท้จริง และ ยืนยันสิทธิ์ในการกำหนดชีวิตของตนเอง"
💡 พูดให้เข้าใจง่ายที่สุดคือ “การเปลี่ยนจากผู้ถูกกระทำ มาเป็นผู้ให้อำนาจกับตัวเอง”
  • ​ตัวอย่างการใช้ทฤษฎี Let Me ในชีวิตจริง
✅️ เมื่อเหนื่อยล้าจากการแบกรับความคาดหวัง: Let me rest (ขอให้ฉันได้พัก) นี่ไม่ใช่ความขี้เกียจ แต่คือการเคารพขีดจำกัดของร่างกาย และ จิตใจ
✅️ เมื่อยึดติดกับความสมบูรณ์แบบ
Let me try and possibly fail (ขอให้ฉันได้ลอง และ ล้มเหลวได้) นี่คือการให้อิสระกับตัวเองจากความกลัวที่จะไม่ดีพอ
✅️ เมื่อเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น
Let me be me (ขอให้ฉันได้เป็นฉัน) นี่คือการยอมรับเส้นทางที่ไม่เหมือนใครของตัวเอง
✅️ เมื่อต้องตัดสินใจสำคัญ
Let me choose what’s right for me (ขอให้ฉันได้เลือกสิ่งที่ถูกต้องสำหรับตัวฉันเอง) นี่คือการคืนอำนาจการตัดสินใจกลับมาไว้ที่ใจ
  • ​Let Me ต่างจากคำขอโทษหรือการปล่อยตัวอย่างไร?
ความเข้าใจผิดที่ใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับ Let Me คือการคิดว่าเป็นแค่ "การอนุญาตให้ตัวเองทำอะไรตามใจ"
- การปล่อยตัว (Letting Go of Control) คือการหยุดบังคับตัวเองโดยสิ้นเชิง อาจนำไปสู่ความหย่อนยาน
- คำขอโทษ (Apologizing) คือการกล่าวขออภัยสำหรับสิ่งที่ได้ทำลงไป
- ทฤษฎี Let Me คือการ "ให้เกียรติ และ อำนาจกับตัวเองอย่างมีสติ" ผ่านการรับรู้ถึงความต้องการที่แท้จริง และ ยอมรับว่าตัวเองสมควรได้รับสิ่งนั้น มันไม่ใช่การหนีปัญหา แต่คือการให้ทรัพยากรที่จำเป็นกับตัวเองเพื่อเผชิญหน้ากับปัญหา
💡 Let Me ไม่ใช่ประโยคขอร้อง แต่คือ "คำประกาศ" ต่อตัวเอง และ ต่อโลก ว่าตอนนี้ฉันกำลังถือครองอำนาจในการดูแลชีวิตของฉันเอง
  • ​3 ขั้นตอนในการฝึก Let Me อย่างลึกซึ้ง
1) ฟังเสียงแห่งความต้องการที่แท้จริง: "ตอนนี้ฉันต้องการอะไร? อะไรที่ฉันกลัวที่จะยอมรับ?"
หยุด และ ถามตัวเองอย่างเงียบๆ โดยไม่ตัดสิน สิ่งที่ปรากฏอาจเรียบง่ายแต่ทรงพลัง เช่น "ฉันต้องการความสงบ" "ฉันต้องการเวลา" "ฉันต้องการที่จะไม่ถูกตัดสิน"
2) เปล่งเสียงประกาศอำนาจ: "Let Me..."
รวบรวมความต้องการนั้นให้เป็นประโยคสั้นๆ ที่หนักแน่น ใช้ภาษาของผู้ให้ ไม่ใช่ผู้ขอ เช่น "Let me take this step at my own pace." หรือ "Let me honor my own feelings."
3) ลงมือกระทำตามที่ประกาศ
การประกาศจะไร้ความหมายหากไม่มีการกระทำตาม เลือกการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ที่สอดคล้องกับคำประกาศนั้น หากคุณบอก "Let me rest" อาจหมายถึงการปิดมือถือสักชั่วโมง หากคุณบอก "Let me be me" อาจหมายถึงการแสดงออกในเรื่องที่คุณมักเก็บซ่อน
  • ​สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณกำลังใช้ทฤษฎี Let Me ได้ดีแล้ว
✅️ คุณรู้สึก "เป็นมิตรกับตัวเอง" มากขึ้น แทนที่จะเป็นนักวิจารณ์ที่เข้มงวด
✅️ คุณสามารถปฏิเสธสิ่งที่ไม่ตรงกับความต้องการภายในโดยไม่รู้สึกผิดอย่างเกินเหตุ
✅️ คุณตัดสินใจจากความรู้สึกของ "นี่คือสิ่งที่ฉันต้องการ" มากกว่า "นี่คือสิ่งที่ฉันควรทำ"
✅️ พลังงานของคุณฟื้นคืนมาได้เร็วขึ้น เพราะคุณเรียนรู้ที่จะเติมเชื้อเพลิงให้ตัวเองก่อนจะหมดเกลี้ยง
  • ​ทำไมทฤษฎี Let Me ถึงเป็นรากฐานที่สำคัญ?
เพราะก่อนที่เราจะ "Let Them" ปล่อยวางผู้อื่นได้อย่างสงบ เราต้อง "Let Me" ยืนยันตัวเองได้อย่างแข็งแรงเสียก่อน
หลายครั้งที่เราไม่มีความสุขเพราะเราไม่กล้าที่จะยอมรับ และ เติมเต็มความต้องการพื้นฐานของตัวเอง เราติดอยู่ในบทบาทที่สังคม หรือ ตัวเรากำหนด จนลืมไปว่า "เรามีสิทธิ์ที่จะเป็นผู้ให้อำนาจกับตัวเองคนแรก"
  • ​จุดมุ่งหมายสูงสุดของทฤษฎี Let Me คืออะไร?
จุดหมายไม่ใช่การหลงตัวเอง หรือ เห็นแก่ตัวแต่คือการสร้าง "ความเป็นเจ้านายแห่งชีวิตตัวเอง" ขึ้นจากภายใน
✅️ อิสรภาพจากการถูกควบคุมโดย "สิ่งที่ควรเป็น"
✅️ ความมั่นใจที่มาจากการยอมรับ และ เชื่อมั่นในความต้องการของตนเอง
✅️ ความเห็นอกเห็นใจตัวเอง (Self-Compassion) ที่จะเป็นเกราะป้องกันไม่ให้โลกภายนอกมาทำร้ายคุณ
เมื่อคุณฝึกทฤษฎี Let Me จนชำนาญ คุณจะพบว่า...
การให้อำนาจตัวเองไม่ใช่ความเห็นแก่ตัว แต่คือความรับผิดชอบรูปแบบหนึ่ง
การที่คุณเลือกจะฟัง และ ตอบสนองความต้องการของตัวเอง
นั่นแหละคือการสร้างฐานที่มั่นคงที่สุดเพื่อการเติบโต และ ให้แก่ผู้อื่นอย่างแท้จริง
  • ​ทฤษฎี Let Them คืออะไร 👇
  • ​อย่าวิ่งตามผีเสื้อ แต่จงสร้างสวนดอกไม้ที่ผีเสื้อชอบ 👇
  • ​ใช้ชีวิตช้าลงในโลกที่เร่งรีบ เพื่อความสุขที่ยั่งยืน 👇
Credit :
👇
  • ​https://adaymagazine.com/let-them-theory/
  • ​https://pichayaninclinic.com/article-knowledge-141-ปล่อยเขาปล่อยฉัน.html
  • ​https://www.blockdit.com/posts/5e849630d9c41f17b1646d3a

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา