16 ก.พ. เวลา 02:00 • การศึกษา

Collaboration with Enemy คืออะไร

โดย
เคยไหมที่รู้สึกว่าต้องเผชิญหน้ากับคนที่คุณไม่ถูกชะตาทุกครั้งในที่ทำงาน? หรือ ต้องทำงานร่วมกับคนที่คุณไม่ไว้ใจในโปรเจกต์สำคัญ? ความรู้สึกขัดแย้งภายในใจบอกให้ สู้หรือ หลีกหนี แต่อีกเสียงหนึ่งก็รู้ว่าหากไม่ร่วมมือกัน ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าอาจไม่มีวันเกิดขึ้น?
นั่นคือช่วงเวลาที่เราต้องทำความเข้าใจกับแนวคิดที่ท้าทายสัญชาตญาณดั้งเดิมของมนุษย์อย่าง "Collaboration with Enemy" หรือ "การร่วมมือกับศัตรู" ยุทธศาสตร์ที่ฟังดูขัดหูขัดตา แต่กลับเป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จในโลกที่ซับซ้อน
  • ​Collaboration with Enemy คืออะไร
Collaboration with Enemy (อ่านว่า โค-แล็บ-โบ-เร-ชั่น-วิธ-เอ-เน-มี) ไม่ใช่การหักหลังพวกพ้องหรือการยอมจำนนต่อขั้วตรงข้าม แต่มันคือ "การตัดสินใจอย่างมีสติที่จะร่วมมือกับบุคคล หรือ กลุ่มที่เรามีความขัดแย้งหรือไม่ไว้วางใจ เพื่อบรรลุเป้าหมายที่สำคัญร่วมกัน ซึ่งต่างฝ่ายต่างไม่อาจบรรลุได้โดยลำพัง"
พูดให้เข้าใจง่ายที่สุดคือ “การวางความขัดแย้งส่วนตัวไว้ข้างหลัง เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่กว่าความเป็นศัตรู”
  • ​ตัวอย่าง Collaboration with Enemy ในชีวิตจริง
✅️ คู่แข่งทางธุรกิจที่จับมือกันผลักดันมาตรฐานอุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่ายในระยะยาว
✅️ เพื่อนร่วมงานที่มีความคิดเห็นขัดแย้งกันรุนแรง แต่ต้องร่วมมือกันทำโปรเจกต์สำคัญให้ทันกำหนดส่ง
✅️ สองฝ่ายในครอบครัวที่มีปัญหา แต่ร่วมกันจัดงานสำคัญให้ลูกหลานอย่างราบรื่น
✅️ นักการเมืองต่างพรรคที่ร่วมกันร่างกฎหมายเพื่อประโยชน์ส่วนรวม แม้จะไม่ถูกกันเป็นการส่วนตัว
  • ​Collaboration with Enemy ต่างจากการสมรู้ร่วมคิดหรือการทรยศอย่างไร?
ความเข้าใจผิดที่ใหญ่ที่สุดเกี่ยวกับ Collaboration with Enemy คือการมองว่ามันคือ "การเข้าข้างศัตรู" หรือ "การหักหลังพวกพ้อง"
- การทรยศ (Betrayal)
คือการเอาผลประโยชน์ส่วนตัวไปแลกกับความเสียหายของพวกพ้อง โดยมีเจตนาแอบแฝง
- การสมรู้ร่วมคิด (Collusion)
คือการร่วมมือกันเพื่อผลประโยชน์ที่มิชอบหรือเอาเปรียบผู้อื่น
- Collaboration with Enemy
คือการ "ร่วมมืออย่างเปิดเผย โปร่งใส และ มีขอบเขต" เพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน โดยที่ทั้งสองฝ่ายยังคงรักษาผลประโยชน์ และ อัตลักษณ์ของตนไว้ได้ มันคือการสงบศึกชั่วคราวเพื่อชนะสงครามที่ใหญ่กว่า
💡 Collaboration with Enemy ไม่ใช่การลืมว่าเขาเป็นศัตรู แต่คือการเลือกที่จะ "ไม่ให้ความเป็นศัตรูนั้นมาขัดขวางความสำเร็จร่วมกัน"
  • ​3 เงื่อนไขสำคัญที่ทำให้ Collaboration with Enemy เกิดขึ้นได้จริง
1) เป้าหมายร่วมที่ใหญ่พอ (A Shared Goal Big Enough)
เป้าหมายนั้นต้องสำคัญ และ เป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่ายอย่างชัดเจน จนการไม่ร่วมมือ หมายถึงการพลาดโอกาสที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะยอมรับได้
2) ขอบเขตและกติกาที่ชัดเจน (Clear Boundaries & Rules)
ต้องกำหนดให้ชัดว่าอะไรคือ "พื้นที่ร่วมมือ" และ อะไรคือ "พื้นที่แข่งขัน" รวมถึงกติกาการทำงานร่วมกันที่ทุกฝ่ายยอมรับ
3) ความเคารพในศักดิ์ศรีซึ่งกันและกัน (Mutual Respect)
ไม่จำเป็นต้องชอบ หรือ ไว้วางใจ แต่ต้องมีความเคารพในบทบาท และ ความสามารถของอีกฝ่ายในระดับที่ทำงานร่วมกันได้
  • ​สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณกำลัง Collaboration with Enemy อย่างมีประสิทธิภาพ
✅️ คุณสามารถแยก "ตัวบุคคล" ออกจาก "เป้าหมายร่วม" ได้อย่างชัดเจน
✅️ การสื่อสารเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีวาระซ่อนเร้น
✅️ ทุกฝ่ายรักษาสัญญา และ ทำตามข้อตกลงที่วางไว้ร่วมกัน
✅️ เมื่อจบความร่วมมือ แต่ละฝ่ายกลับไปแข่งขัน หรือ ขัดแย้งกันได้ โดยไม่นำข้อมูลที่ได้จากความร่วมมือมาโจมตีกั
✅️ ผลลัพธ์ที่ได้ดีกว่าการที่แต่ละฝ่ายทำคนเดียว
  • ​ทำไม Collaboration with Enemy ถึงยากเย็นแสนเข็ญ?
เพราะมันขัดกับสัญชาตญาณพื้นฐานของมนุษย์ในการแบ่งแยก "พวกเรา" กับ "พวกเขา" สมองของเราถูกโปรแกรมให้ระวัง และ ต่อสู้กับคนที่อยู่นอกกลุ่ม
การร่วมมือกับ "พวกเขา" จึงทำให้เกิดความสับสนทางอารมณ์ และ ความรู้สึกผิด
นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่อีกฝ่ายจะหักหลัง หรือ นำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด
นี่จึงไม่ใช่ทางเลือกสำหรับคนใจแคบหรือ ขาดวุฒิภาวะ
  • ​3 ขั้นตอนในการเริ่ม Collaboration with Enemy
1) สำรวจผลประโยชน์ร่วม (Identify Common Interest)
ถามตัวเองว่า "อะไรคือสิ่งที่เราทั้งคู่ต้องการได้? มีเป้าหมายไหนที่เราบรรลุร่วมกันได้ดีกว่าต่างคนต่างทำ?"
2) กำหนดกฎของเกมร่วมกัน (Set the Rules of Engagement)
พูดคุยอย่างตรงไปตรงมาว่า พื้นที่ใดคือพื้นที่ร่วมมือ ข้อมูลใดที่แบ่งปันได้ และ ขอบเขตของการร่วมมือคืออะไร
3) เริ่มจากโครงการเล็กๆ ทดสอบน้ำ (Start Small)
ไม่จำเป็นต้องกระโดดเข้าหาความร่วมมือใหญ่โตทันที เริ่มจากความร่วมมือขนาดเล็ก เพื่อสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และ พิสูจน์เจตนาก่อน
  • ​จุดมุ่งหมายของ Collaboration with Enemy คืออะไร?
จุดหมายไม่ใช่การเปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตร (แม้จะเกิดขึ้นได้บ้าง)
แต่คือการ "ยกระดับเกม" ให้พ้นจากความขัดแย้งที่ไม่มีทางชนะ
ไปสู่สนามที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์มากขึ้น
✅️ อิสรภาพจากการถูกจำกัดด้วยอคติ และ ความเป็นศัตรู
✅️ ความสามารถในการเข้าถึงทรัพยากร และ โอกาสที่ใหญ่ขึ้น
✅️ การเติบโตทางวุฒิภาวะที่เกิดจากการทำงานกับคนที่แตกต่าง
ในโลกที่ความท้าทายซับซ้อนมากขึ้นทุกวัน การยึดติดกับความเป็นศัตรู และ ปฏิเสธที่จะร่วมมือกับใครก็ตามที่เราไม่ชอบอาจหมายถึงการปิดประตูสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าความสามารถในการจับมือกับคนที่เราไม่ถูกกัน เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ใหญ่กว่าความขัดแย้งคือทักษะของผู้นำที่แท้จริงในยุคสมัยที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน
  • ​ศิลปะการพูดคุยกับคนคิดต่าง 👇
  • ​การทำงานเป็นทีมอย่างมีประสิทธิภาพ 👇
  • ​Collaboration คืออะไร การเต้นรำแห่งความร่วมมือ ที่สร้างงานศิลปะจากเสียงหลากหลาย 👇
Credit :
👇
  • ​https://www.blockdit.com/posts/698f072b6b5fcd5647f9fdec
  • ​https://www.thepeople.co/lifestyle/healheart/52059
  • ​https://reospartners.com/resource-library/collaborating-with-the-enemy
  • ​https://export.gettingtoglobal.org/scholarship/6l6rFa/1AD039/collaborating-with__the-enemy__how-to_work__with__people_you_dont__agree__with_or-like__or__trust.pdf

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา