25 ก.พ. เวลา 20:28 • ไลฟ์สไตล์

อารมณ์แยกเป็นส่วนชัดเป็นอะไรได้บ้าง? (ตอนที่ 3/3)

เราจะสามารถระบุอารมณ์พื้นฐานว่ามีอะไรบ้าง?
เนื้อหาในโพสต์นี้จะมีความต่อเนื่องกับโพสต์ที่แล้ว ฉะนั้น เพื่อให้เข้าใจบริบทของเนื้อหาให้ได้ดีมากขึ้น แนะนำให้ลองกลับไปอ่านก่อนนะ
ในปี ค.ศ. 1969 ก่อนที่ Plutchik จะเสนอ "วงล้อแห่งอารมณ์" นั้น ก็ได้มี Ekman และขณะทำการทดลองด้วยการให้ผู้เข้าร่วมหลาย ๆ เชื้อชาติ ลองพยายามตีความอารมณ์ของบุคคลจากภาพถ่าย
ผลที่ได้ก็คือ มันจะมีอารมณ์บางชนิดที่ผู้คนหลาย ๆ เชื้อชาติ ตีความใกล้เคียงกัน แต่การทดลองแรกก็อาจจะยังไม่ชัดเจนพอ ทำให้ 2 ปีต่อมา Ekman ได้ทำการทดลองซ้ำอีกครั้ง โดยให้มีกลุ่มตัวอย่างมากขึ้น ผลที่ได้ก็ยังเหมือนเดิมและสามารถยืนยันได้ว่า จะมีอารมณ์บางชนิด ที่ผู้คนจากวัฒนธรรมต่าง ๆ ตีความได้เหมือนกัน จากสีหน้า
ทำให้ในปี ค.ศ. 1992 (ผ่านไป 20 กว่าปี จากการทดลองล่าสุด) Ekman ก็ได้เสนอ "ทฤษฎีอารมณ์ขั้นพื้นฐาน" (Basic Emotion Theory) หรือ BET ขึ้นมา โดยเขาระบุคุณสมบัติ 9 อย่าง ของอารมณ์ขั้นพื้นฐาน ได้ต่อไปนี้...
คุณสมบัติข้อที่ 1 "เป็นสัญญาณแบบเป็นสากลที่เด่นชัด":
มนุษย์จากทุกเชื้อชาติ ทุกวัฒนธรรม ต้องเข้าใจได้ตรงกัน จะไม่ใช่อย่าง อารมณ์ "เกรงใจ" ในคนไทย หรือ อารมณ์ "หวาน" (甘え ซึ่งอ่านว่า อะมะเอะ) ในคนญี่ปุ่น ที่จะมีแค่เฉพาะคนบางกลุ่มที่เข้าใจ
คุณสมบัติข้อที่ 2 "พบเจอได้ในลิงไม่มีหาง (Primate)":
อย่างเช่นอารมณ์โกรธ ที่สามารถสังเกตได้จากแววตาอันดุดัน การร้อง จากอุรังอุตัง ชิมแปนซี ฯลฯ
คุณสมบัติข้อที่ 3 "มีสรีรวิทยาที่จำเพาะ":
อารมณ์ขั้นพื้นฐานจะเป็นสิ่งที่เกิดจาก "ระบบประสาทอัตโนมัติ" (Autonomic Nervous System) หรือ ANS ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดเหนืออำนาจจิตใจ ไม่ได้เกิดจากการคิดเหมือนกับ "อารมณ์คิดถึง"
คุณสมบัติข้อที่ 4 "มีเหตุการณ์ก่อนหน้าแบบเป็นสากล":
ความหมายก็คือ สิ่งเร้าที่สร้างอารมณ์ขั้นพื้นฐาน จะต้องมีลักษณะเหมือนกันในมนุษย์จากทุกเชื้อชาติ ทุกวัฒนธรรม อาทิ อารมณ์ "กลัว" ก็จะมาจากภัยคุกคามที่เราไม่สามารถต่อสู้ได้ เป็นต้น
คุณสมบัติข้อที่ 5 "มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องในระบบการตอบสนอง":
กล่าวคือ อารมณ์ขั้นพื้นฐานอย่างอารมณ์ "โกรธ" จะมีการตอบสนองที่เหมือน ๆ กันกับทุก ๆ คน แม้ว่าแต่ละคนจะมีนิสัย ประสบการณ์ หรือวัฒนธรรมที่แตกต่างกันก็ตาม
คุณสมบัติข้อที่ 6 "เริ่มต้นอย่างรวดเร็ว":
อารมณ์ขั้นพื้นฐานจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทันทีเมื่อเจอสิ่งเร้าที่สร้างอารมณ์นั้น ๆ อาทิ สมมติว่าคุณเป็นคนที่กลัวแมงมุม เมื่อคุณเจอแมงมุมในฐานะสิ่งเร้า อารมณ์ "กลัว" ก็จะเกิดขึ้นโดยทันที ไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการคิดใด ๆ
คุณสมบัติข้อที่ 7 "มีระยะเวลาเพียงแค่สั้น ๆ":
อารมณ์ขั้นพื้นฐานจะกินระยะเวลาเพียงไม่กี่วินาที เพราะอารมณ์ที่เหลือจากนั้น จะถูกสร้างขึ้นมาจากกระบวนการคิดของมนุษย์
คุณสมบัติข้อที่ 8 "มีกลไกการประเมินแบบอัตโนมัติ":
เมื่อมีสิ่งเร้าเกิดขึ้น มนุษย์จะมีการประเมิน (Appraisal) ต่อสิ่งเร้านั้น ๆ แบบอัตโนมัติโดยทันทีก่อน ซึ่งก่อให้เกิดอารมณ์ขั้นพื้นฐาน แล้วพอเริ่มมีกระบวนการคิดเข้ามา มนุษย์ก็จะประเมินสิ่งเร้านั้น ๆ อีกรอบ ซึ่งการประเมินรอบที่สองของมนุษย์นั้น เราได้อธิบายไปแล้ว ในแบบจำลองปฏิกิริยาสัมพันธ์ตามลิงก์ด้านล่างนี้...
และคุณสมบัติข้อที่ 9 "ไม่ได้มีการบังคับให้เกิดขึ้น":
อารมณ์ขั้นพื้นฐานสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่มีการฝืน เมื่อเทียบกับอารมณ์บางชนิด อาทิ อารมณ์ "อาลัย" ในบางสถานการณ์ ที่อาจมีการฝืนเพื่อแสดงความเคารพ
ในระหว่างปี ค.ศ. 1992 จนถึงปี ค.ศ. 2011 ก็ได้มีการอภิปรายไป ๆ มา ๆ ว่าอารมณ์ขั้นพื้นฐาน ควรมีคุณสมบัติใดบ้าง และอารมณ์พื้นฐาน มีอยู่ทั้งสิ้นจริง ๆ กี่ชนิด
สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ Ekman สรุปได้จากการอภิปรายก็คือ อารมณ์ขั้นพื้นฐานจะมีอยู่ทั้งสิ้น 13 ข้อ โดยเขาได้แก้ไขเนื้อหาเกี่ยวกับคุณสมบัติของอารมณ์พื้นฐาน โดยมีการนำคุณสมบัติข้อที่ 5 "มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องในระบบการตอบสนอง" ออกไป แล้วเพิ่มคุณสมบัติอื่นเข้าไปอีก 5 ตัว ดังต่อไปนี้...
คุณสมบัติที่เพิ่มมาใหม่ข้อที่ 1 "มีความคิด ความทรงจำ ภาพจำ ที่เด่นชัด":
ความหมายก็คือ ความคิด ความทรงจำ ภาพจำ ของอารมณ์ขั้นพื้นฐานอย่างอารมณ์ "เศร้า" จะมีลักษณะที่มองเห็นได้ชัดเจนกว่าอารมณ์อื่น ๆ อย่างอาทิ อารมณ์ "เบื่อ"
คุณสมบัติที่เพิ่มมาใหม่ข้อที่ 2 "มีประสบการณ์ส่วนบุคคลที่เด่นชัด":
อารมณ์ขั้นพื้นฐานจะถูกนำไปผูกกับประสบการณ์ในชีวิตได้เด่นชัดมากกว่า ซึ่งก็มาจากการที่มีความคิด ความทรงจำ ภาพจำ ที่เด่นชัดมากกว่า
คุณสมบัติที่เพิ่มมาใหม่ข้อที่ 3 "มีการกรองข้อมูลเพื่อพิจารณาว่าสิ่งใดสนับสนุนอารมณ์ในช่วงเวลาพักฟื้น":
อารมณ์อย่าง อารมณ์ "โกรธ" ในฐานะตัวอย่างอารมณ์ขั้นพื้นฐาน เมื่อเวลาผ่านไปถึงจุดหนึ่งที่เป็นช่วงเวลาพักฟื้น (Refractory period) เราจะกลับมาทบทวนหาสาเหตุว่า สิ่งใดทำให้เกิดอารมณ์ขั้นพื้นฐานนั้น ๆ
คุณสมบัติที่เพิ่มมาใหม่ข้อที่ 4 "เป้าหมายของอารมณ์เป็นสิ่งที่ไร้การควบคุม":
ความหมายก็คือ อารมณ์ขั้นพื้นฐานอย่างอารมณ์ "กลัว" จะมีเป้าหมายคือการหนีจากภัยคุกคามที่ควบคุมไม่ได้นั้น ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ได้คิดว่าจะทำตามจิตใต้สำนึก
และก็คุณสมบัติที่เพิ่มมาใหม่ข้อที่ 5 "สามารถถูกแสดงออก ไม่แบบสร้างสรรค์ ก็แบบทำลายล้างได้":
อารมณ์ขั้นพื้นฐาน จะต้องไม่สร้างสรรค์ อาทิ อารมณ์ "มีความสุข" ก็จะต้องเป็นแบบทำลาย อาทิ อารมณ์ "เศร้า" ซึ่งจะต่างจากอารมณ์อื่น ๆ อาทิ อารมณ์ "เฉย ๆ" จะไม่ถูกแสดงออกไปในทางใดทางหนึ่งเลย
โดยจะสามารถสรุปได้ด้วยภาพด้านล่างนี้
ภาพรวมของคุณสมบัติของอารมณ์ขั้นพื้นฐาน
ทำให้ Ekman สามารถสรุปไว้ว่า อารมณ์ขั้นพื้นฐานของมนุษย์ จะมีอยู่ทั้งสิ้นเพียงแค่ 7 อย่างเท่านั้น ได้แก่:
  • 1.
    ความโกรธ (Anger)
  • 2.
    ความกลัว (Fear)
  • 3.
    ความประหลาดใจ (Surprise)
  • 4.
    ความเศร้า (Sadness)
  • 5.
    ความขยะแขยง (Disgust)
  • 6.
    ความดูถูกเหยียดหยาม (Contempt)
  • 7.
    ความสุข (Happiness)
ต่อมาระหว่างในปี ค.ศ. 2004 ถึง 2010 Panksepp ได้เสนอ "กระบวนการทางสมองที่เกี่ยวกับอารมณ์แสดงออก" ซึ่งจะมีอยู่ 3 ขั้น ดังภาพด้านล่างนี้
กระบวนการทางสมองที่เกี่ยวกับอารมณ์แสดงออก
เขาได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า อารมณ์ของมนุษย์จะมีอยู่ทั้งสิ้น 7 ชนิด ตามระบบทางสมองต่าง ๆ ได้แก่:
1. การแสวงหา (SEEKING)
จาก "ระบบความปรารถนา" (Desire system)
2. ความเดือดดาล (RAGE)
จาก "ระบบความโกรธ" (Anger system)
3. ความกลัว (FEAR)
จาก "ระบบความวิตกกังวล" (Anxiety system)
4. ความใคร่ (LUST)
จาก "ระบบทางเพศ" (Sexual system)
5. ความห่วงใย (CARE)
จาก "ระบบระบบการเลี้ยงดูของมารดา" (Maternal nurturance system)
6. ความโศกเศร้า (GRIEF)
จาก "ระบบความทุกข์จากการพลัดพราก" (Separation distress system)
และ 7. การเล่นสนุก (PLAY)
จาก "ระบบการมีส่วนร่วมทางสังคมแบบดิบๆ และเน้นการเคลื่อนไหวทางกาย" (Rough-and-tumble, physical social engagement system)
อ้างอิง:
"ในหลาย ๆ วัฒนธรรมจะตีความอารมณ์จากการแสดงออกทางสีหน้าที่คล้าย ๆ กัน"
Ekman, P., Sorenson, E. R., & Friesen, W. V. (1969). Pan-cultural elements in facial displays of emotion. Science, 164(3875), 86-88.
"การทดลองซ้ำสำหรับ Ekman et al. 1969"
Ekman, P., & Friesen, W. V. (1971). Constants across cultures in the face and emotion. Journal of personality and social psychology, 17(2), 124.
"การโต้แย้งเกี่ยวกับคุณสมบัติของอารมณ์ขั้นพื้นฐาน"
Ekman, P. (1992). An argument for basic emotions. Cognition & emotion, 6(3-4), 169-200.
"การพยายามนิยามอารมณ์ขั้นพื้นฐาน"
Ekman, P., & Cordaro, D. (2011). What is meant by calling emotions basic. Emotion review, 3(4), 364-370.
"หนังสือที่เป็นรากฐานของประสาทวิทยาทางอารมณ์แสดงออก"
Panksepp, J. (2004). Affective neuroscience: The foundations of human and animal emotions. Oxford university press.
"กระบวนการทางสมองที่เกี่ยวกับอารมณ์แสดงออก"
Panksepp, J. (2010). Affective neuroscience of the emotional BrainMind: evolutionary perspectives and implications for understanding depression. Dialogues in clinical neuroscience, 12(4), 533-545.

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา