12 มี.ค. เวลา 05:45 • สุขภาพ

ลิสต์อาหารเสริมภูมิคุ้มกันเด็กทุกช่วงวัย สุขภาพแข็งแรงไม่ป่วยง่าย!

เด็กหลายคนเจ็บป่วยง่าย โดยเฉพาะเมื่อเข้าโรงเรียน หนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเจริญเติบโตสมวัย และการเลือกรับประทานอาหาร แพทย์แนะ อาหารเสริมภูมิ ตามช่วงวัย!
ภูมิคุ้มกัน หรือ ภูมิต้านทาน (Immune) คือ ระบบการทำงานของร่างกาย มีหน้าที่ปกป้องเซลล์ทุกส่วนให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อ การอักเสบและการถูกทำลาย โดยกำจัดเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย ระบบภูมิคุ้มกัน เกิดจากการทำงานร่วมกันของหลายระบบภายในร่างกาย ทั้งอวัยวะ เซลล์ สารเคมี และโปรตีนชนิดต่างๆ หากภูมิคุ้มกันอ่อนแอเนื่องจากระบบร่างกายทำงานผิดปกติ หรือมีพฤติกรรมที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ร่างกายไม่สามารถต่อสู้กับการติดเชื้อภายนอก
อาหารเสริมภูมิคุ้มกันเด็กทุกช่วงวัย
เด็กจะเกิดการเจ็บป่วยและติดเชื้อได้ง่าย ต้องใช้ระยะเวลารักษานานกว่าปกติ รวมถึงเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายในอนาคต
อาหารสร้างภูมิต้านทานให้เด็กๆ อย่างไร
วัยเด็ก เป็นช่วงวัยที่เกิดภาวะเจ็บป่วยได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากระบบภูมิต้านทานยังทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ การเสริมสร้างภูมิต้านทานในเด็กที่สำคัญ คือ การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ จะช่วยให้ร่างกายมีสารตั้งต้น เพื่อนำไปผลิตแอนติบอดีและเซลล์ต่างๆ ในระบบภูมิต้านทานได้อย่างมีศักยภาพสมวัย
อาหารที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละวัย
เด็กควรรับประทานอาหารครบทั้ง 5 หมู่ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วน ได้รับพลังงาน เสริมสร้างความแข็งแรง การเจริญเติบโตตามวัย พัฒนาการ ความเข้าใจ และการเรียนรู้ โดยควรได้รับอาหารตามวัย
  • แรกเกิด- 6 เดือน ให้เด็กดื่มนมแม่เท่านั้น
  • 6 เดือนขึ้นไป เริ่มให้เด็กทานอาหารอ่อนตามวัย
  • 1-5 ปี เด็กสามารถร่วมรับประทานกับครอบครัว โดยเริ่มให้เด็กรับประทานอาหารที่หยาบขึ้น ข้าวมื้อละ 1 ทัพพีหรือ 5 ช้อนโต๊ะ เนื้อสัตว์ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะหรือไข่ 1 ฟอง สามารถรับประทานไข่ครึ่งฟองและเนื้อสัตว์ 1 ช้อนโต๊ะ
  • เด็กเล็กควรเริ่มหัดรับประทานผัก โดยเลือกผักสีอ่อน เช่น ผักกาดขาว กวางตุ้ง บรอกโคลีประมาณครึ่งช้อนโต๊ะ เพิ่มน้ำมัน ในเด็กที่มีความจำเป็นต้องใช้พลังงาน เพื่อสร้างเซลล์เส้นประสาทและสมอง แนะนำน้ำมันรำข้าวเพราะมีกรดไขมันจำเป็น คือ โอเมกา 3 และโอเมกา 6 ในอัตราส่วนที่นำไปใช้ได้สร้างเซลล์ประสาทและเซลล์สมอง
คุณพ่อคุณแม่ควรหมั่นสังเกตอาการ 3-5 วัน หลังจากให้ลูกๆ ลองรับประทานอาหารใหม่ๆ เพื่อให้แน่ใจว่าลูกไม่แพ้อาหารชนิดนั้นๆ โดยสังเกตว่าลูกมีผื่นขึ้น หรือถ่ายเป็นมูกเลือดหรือไม่
  • 6 ปีขึ้นไป เป็นวัยเข้าเรียน สามารถรับประทานอาหารในโรงเรียนที่มีนักโภชนาการคอยดูได้
อาหารเสริมภูมิคุ้มกันเด็ก
นอกจากการรับประทานอาหารจะช่วยให้เด็กเจริญเติบโตตามวัยแล้ว สารอาหารที่จำเป็นยังช่วยกระตุ้นภูมิต้านทาน ป้องกันเด็กๆ จากภาวะเจ็บป่วย โดยเฉพาะเด็กๆ วัยเรียนที่มักได้รับเชื้อโรคจากการไปพบเจอเพื่อน ๆ ที่โรงเรียน โดยสารอาหารเสริมภูมิต้านทาน และ วิตามินเสริมภูมิคุ้มกันเด็ก มีดังนี้
  • สังกะสี เป็นแร่ธาตุที่สำคัญ เป็นตัวช่วยในเอนไซม์ต่างๆ ที่ใช้ในร่างกาย ช่วยในการทำงานของเม็ดเลือดขาว ถ้าขาดสังกะสีทำให้ภูมิคุ้มกันไม่ดี สังกะสีพบมากในสัตว์เนื้อแดง อาหารทะเล ไข่แดง นอกจากนี้ยังมีการศึกษาว่าการเสริมสังกะสีหรือซิงค์ในเด็ก ทำให้เด็กสูงขึ้นได้ แต่ความสูงของเด็กไม่ได้ขึ้นกับสังกะสีอย่างเดียว ต้องขึ้นกับแคลเซียมและอะมิโนแอซิดหรือโปรตีนด้วย
  • วิตามินดี ช่วยควบคุมการทำงานของเม็ดเลือดขาว พบในแสงแดด สำหรับในอาหารมีในกลุ่มปลาทะเลน้ำลึก ไข่แดง ตับ เป็นต้น การให้เด็กวิ่งเล่นเป็นวิธีที่ทำให้เด็กได้รับวิตามินดีอีกทางหนึ่งเช่นกัน
  • วิตามินซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ร่างกายแข็งแรง พบในผักใบสีเขียว และผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น ส้ม ฝรั่ง สตรอว์เบอร์รี เนื่องจากวิตามินซีจะสูญเสียได้ง่าย เมื่อโดนความร้อนหรือแช่ในตู้เย็นเป็นเวลานาน ดังนั้น การปรับกระบวนการปรุง โดยนึ่งหรือผัดที่ใช้ระยะเวลาสั้นๆ
  • วิตามินเอช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน โดยแหล่งอาหารที่ดีที่ร่างกายสามารถดูดซึมและใช้ประโยชน์ได้สูง ได้แก่ เครื่องในสัตว์ ไข่แดง นม ผลิตภัณฑ์จากนม เป็นต้น
  • ซีลีเนียมช่วยต้านอนุมูลอิสระ ที่สำคัญกว่าวิตามินซี พบในธัญพืช สัตว์เนื้อแดง
  • โปรตีนช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย เสริมภูมิคุ้มกันการทำงานของเม็ดเลือดขาว ถ้าขาดโปรตีนเด็กมักป่วยบ่อย เมื่อป่วยจะมีอาการรุนแรงและหายช้า
  • ธาตุเหล็ก สัตว์เนื้อแดงที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น ตับ เนื้อหมู เนื้อไก่
เคล็ดลับรับมือเด็กกินยาก
คุณพ่อคุณแม่หลายครอบครัวอาจกำลังประสบปัญหาเด็กเลือกกินหรือกินยาก ทำให้ร่างกายไม่สามารถได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างเพียงพอ วิธีรับมือกับลูกกินยาก ควรทำดังนี้
  • อย่าให้ดื่มนมมากเกินไป เมื่อเด็กอายุ 1 ปีขึ้นไป อาหารหลัก คือข้าว ไม่ใช่นมอีกต่อไป เด็กๆ ควรรับประทานข้าวให้ครบ 3 มื้อ นมเสริมประมาณวันละ 2-3 กล่อง การดื่มแต่นมกล่องอาจทำให้ขาดวิตามินซี เนื่องจากนมผ่านความร้อนสูง ซึ่งจะแสดงอาการคือ เดินกะเผลก ทำให้ไม่ยอมเดิน และมีเลือดออกตามไรฟัน
  • จัดระเบียบมื้ออาหารให้ดี มื้อแรกหลังตื่นนอน ควรให้เด็กรับประทานข้าว เว้นระยะสักพักจึงดื่มนม รวมถึงไม่ควรให้ดื่มนมหรือทานขนมก่อนมื้ออาหาร 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้หิวและพร้อมรับประทานข้าวมื้อต่อไป
  • จำกัดเวลาต่อมื้อ ไม่ควรปล่อยให้เด็กรับประทานอาหารเกินครึ่งชั่วโมง
  • ให้เด็กเรียนรู้พฤติกรรมการกินที่ดีต่อสุขภาพ เด็กใช้เวลาปรับตัวได้ไม่เท่ากัน บางคนใช้เวลา 3-4 สัปดาห์ ขณะที่บางคนอาจต้องใช้เวลานานถึง 1-2 เดือน
  • ใจเย็นและให้เวลาเด็กเรียนรู้ คุณพ่อคุณแม่ควรใจเย็นและให้เวลากับลูกกลุ่มเด็กเลือกกิน ลองป้อนสิ่งที่เด็กไม่ชอบซ้ำๆ 10-15 ครั้ง เนื่องจากเป็นธรรมชาติของเด็กที่ไม่คุ้นกับผิวสัมผัสหรือกลิ่นของอาหารใหม่ๆ
  • สังเกตความชอบของลูก กรณีเด็กที่รับประทานแต่อาหารที่ชอบ คุณพ่อคุณแม่อาจให้ลองอาหารที่ไม่เคยรับประทานใน 10 นาทีแรก อีก 20 นาที หลัง จึงปล่อยให้รับประทานอาหารที่ชอบ
  • ให้เด็กดื่มน้ำเปล่า การดื่มน้ำผลไม้หรือน้ำอัดลม จะทำให้เด็กติดหวาน เมื่อโตขึ้นอาจมีภาวะน้ำหนักตัวเกิน
  • ปรับพฤติกรรมครอบครัว คุณพ่อคุณแม่ควรเป็นตัวอย่างให้ลูก หากไม่อยากให้ลูกกินหรือดื่มสิ่งใด คุณพ่อคุณแม่ก็ควรงดด้วยเช่นกัน หรือไม่มีอาหารชนิดนั้นติดบ้าน
  • เลือกของว่างให้มีประโยชน์ จากขนมหวาน คุณพ่อคุณแม่อาจเลือกเป็นขนมจีบ ซาลาเปา หรือเยลลี่ ลูกอมให้เปลี่ยนเป็นผลไม้ ไอศกรีมเปลี่ยนเป็นโยเกิร์ต ผลไม้แช่แข็ง หรือสมูทตี้แทน
  • มีข้อตกลง เช่น คุณพ่อคุณแม่อาจทำข้อตกลงกับลูกว่า หลังมื้ออาหาร สามารถกินขนมได้เล็กน้อย
  • อาหารแลกเปลี่ยน เพื่อลดความเบื่อหน่าย คุณพ่อคุณแม่สามารถปรับเปลี่ยนอาหารให้มีทางเลือกมากขึ้น เช่น คาร์โบไฮเดรต ข้าว 1 ทัพพี = ขนมปัง 1 แผ่น = ข้าวเหนียว ½ ห่อ มักกะโรนี บะหมี่ 1 ฝ่ามือ โปรตีน หมู ไก่ ปลา เต้าหู้
  • ชื่นชมเมื่อลูกรับประทานอาหารได้ดี ด้วยคำพูด หรือให้สติกเกอร์ เป็นรางวัล
  • เด็กโตให้มีส่วนร่วมในมื้ออาหาร เช่น ถือจาน จัดโต๊ะ
  • ตกแต่งจานให้ดึงดูดเด็ก
  • รับประทานอาหารบนโต๊ะกับครอบครัว พร้อมบรรยากาศที่ดี
ทั้งนี้ในกรณีรับประทานอาหารนอกบ้าน ควรเลือกร้านที่สะอาด อาหารปรุงสด สุก สะอาด ปลอดภัยสำหรับเด็ก
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : https://www.pptvhd36.com/health/food/7813
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
โฆษณา