ย้อนรอยธรรม ตอนที่ 1

บทความต่อไปนี้เป็นเรื่องราวของผมในชีวิตจริงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 จนถึงปัจจุบันที่ได ้ประสพพบเจอมากับตนเองทั้งเรื่องของการปฏิบัติธรรมและเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับผมตลอดมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนี้ครับ
เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2540 ตอนต้นปีผมได้เข้าไปปฏิบัติธรรมที่สำนักปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่งในจังหวััดระยอง โดยไปเย็นเช้ากลับ คือไปค้างคืน เช้าก็กลับบ้าน การปฏิบัติธรรมเป็นการเริ่มต้นตั้งแต่เจริญสติเข้าฌานตั้งแตรูปฌานหนึ่งถึงรูปฌานสี่และอรูปฌานหนึ่งถึงอรูปฌานสี่(ฌานแปด)จนชำนาญ ผมใช้เวลาฝึกฌานอยูประมาณหนึ่งปีจึงชำนาญ สามารถเข้าฌานได้ค่ล่องพอสมควร ผมจะใช้เวลานานกว่าเพื่อนๆที่เข้าไปฝึกปฏิบัติด้วยกันเพราะผมเป็นคนที่มีอารมณ์เพลินเป็นพื้นฐานของอารมณ์ทำให้ฝึกปฏิบัติได้ช้ากว่าคนอื่นๆ คนอื่นๆใช้เวลาแค่
หกถึงแปดเดือนก็ชำนาญกันแล้วแต่ผมใช้เวลาเป็นปีๆจึงจะชำนาญ ขั้นตอนต่อไปหลังจากฝึกเข้าฌานและสติปัฏิฐานสี่แล้วก็เข้าสู่กระบวนการเข้าปฏิจจสมุปบาทโดยการเข้ารูปฌานสีตรงระหว่ากลางระหว่ารูปฌานสี่กับอรูปฌานหนึ่งและอธิฐานเข้า ตรงนี้จะเป็นเส้นทางเข้าสู่มรรค(มรรคคือทาง) หรือที่เรียกว่าทางสายกลางตรงนี้ต้องเข้าไปละชาติ ภพ อุปาทาน ตัณหา เวทนา ผัสสะ อายตนะ นามรูป วิญญาณ สังขาร อวิชชา เพื่อก้าวให้พ้นจากวงจรของวัฏฏะซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมากและน้อยคนที่จะทำได้สำเร็จ แม้แต่ผมเองก็ทำไม่สำเร็จเพราะมี
วาระของกรรมเข้ามาเกี่ยวของจึงทำให้สภาวะจิตถดถอยลงมาจากมรรคจนทำให้การปฏิบัติธรรมของผมต้องหยุดชะงักไปเป็นเวลายี่สิบปี จนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่สามารถทำให้สภาวะธรรมกลับคืนไปสู่ที่เก่าได้เลย มันเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากที่สภาวะะธรรมถดถอยลงมาเพราะนั่นหมายความว่าภูมิธรรมได้ถอยลงจากที่สูงสงมาสู่ที่ต่ำ ทำให้มีกิเลสเข้ามารบกวนการปฏิบัติธรรมของเราไม่ให้เจริญรุดหน้าไปได้ด้วยดี
บทความต่อไปผมจะเขียนถึงเรื่องอาการเจ็บป่วนอันเนื่องมาจากกรรมในอดีตที่ส่งผลต่อชีวิตของผมเป็นอย่างมากจนทำให้การปฏิบัติธรรมของผมต้องหยุดชะงักไปยี่สิบปีกว่าจะสามารถกลับมาปฏิบัติธรรมได้อีกครั้งในช่วงสองปีมานี้
พุทธธรรม วงศ์อยู่
โฆษณา