Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
PPTVHD36
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
23 มี.ค. เวลา 05:45 • สุขภาพ
เปิดเกณฑ์ฉีดวัคซีนไข้กาฬหลังแอ่น ใครบ้างควรฉีด ลดความรุนแรง
ไข้กาฬหลังแอ่นเป็นโรครุนแรง แม้พบไม่บ่อย วัคซีนช่วยป้องกันได้ แนะนำเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้มีภูมิบกพร่อง ผู้เดินทางต่างประเทศ หรืออยู่ในพื้นที่แออัด
โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ จากเชื้อแบคทีเรีย หรือที่รู้จักในชื่อ โรคไข้กาฬหลังแอ่น เป็นโรคร้ายแรงที่อาจลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดและเยื่อหุ้มสมอง ทำให้เสียชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที แม้ในประเทศไทยจะพบผู้ป่วยโรคนี้เพียงปีละ 30 – 40 คน แต่การฉีดวัคซีนป้องกันในกลุ่มเสี่ยงถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมากเพื่อป้องกันการติดเชื้อและลดความรุนแรงของโรค
วัคซีนไข้กาฬหลังแอ่น
วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) คืออะไร
วัคซีนป้องกันโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Meningococcal Vaccine) เป็นวัคซีนที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรีย Neisseria Meningitidis ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคไข้กาฬหลังแอ่น โรคนี้ติดต่อได้ง่ายผ่านละอองฝอยน้ำมูก น้ำลาย จากการสัมผัสใกล้ชิด หรือการอยู่รวมกันเป็นหมู่มากในพื้นที่แออัด
ประเทศไทยมีวัคซีนป้องกันเชื้อไข้กาฬหลังแอ่น 2 ชนิดหลัก ได้แก่
●
วัคซีน MenACWY (ชนิด 4 สายพันธุ์) ป้องกันเชื้อแบคทีเรียกลุ่ม A, C, W และ Y ฉีด 1 – 2 เข็ม (ขึ้นอยู่กับความเสี่ยง) สามารถป้องกันโรคได้ 3 – 5 ปี เหมาะสำหรับผู้ที่จะเดินทางไปต่างประเทศ นักศึกษา หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด
●
วัคซีน MenB (สายพันธุ์ B) ป้องกันเชื้อแบคทีเรียสายพันธุ์ B ซึ่งพบบ่อยที่สุดในประเทศไทยและบางประเทศ ต้องฉีด 2 – 3 เข็ม เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษาที่จะไปเรียนต่อในประเทศที่มีข้อกำหนด หรือผู้ที่มีความเสี่ยงสูงทางสุขภาพ
ใครควรฉีดวัคซีน ไข้กาฬหลังแอ่น
กระทรวงสาธารณสุขและสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยไม่ได้แนะนำให้วัคซีนชนิดนี้เป็นวัคซีนพื้นฐานสำหรับคนไทยทั่วไป แต่แนะนำให้ฉีดเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงหลัก ดังนี้
วัคซีน MenACWY (ป้องกัน 4 สายพันธุ์ A, C, W, Y) ข้อบ่งชี้และกลุ่มที่ควรฉีด แบ่งตามจำนวนเข็มดังนี้
กลุ่มที่ต้องฉีด 2 เข็ม (ห่างกัน 8 สัปดาห์):
●
ผู้ที่มีโรคประจำตัว/ภูมิคุ้มกันบกพร่อง: เช่น ไม่มีม้าม, ม้ามทำงานผิดปกติ, ผู้ติดเชื้อ HIV (ที่ CD4 < 200), หรือมีภาวะขาดภูมิคุ้มกันบางชนิด ฉีดกระตุ้น 1 เข็ม ทุก 5 ปี หากยังมีความเสี่ยง
กลุ่มที่ต้องฉีด 1 เข็ม:
●
ผู้เดินทางไปแสวงบุญพิธีฮัจญ์หรืออุมเราะห์ (ต้องฉีดก่อนเดินทางอย่างน้อย 10 วัน)
●
ผู้เดินทางไปพื้นที่ระบาด เช่น ทวีปแอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา
●
เจ้าหน้าที่ห้องแล็บที่ต้องสัมผัสเชื้อโดยตรง
●
ผู้ที่เดินทางไปงานที่มีคนรวมตัวกันจำนวนมาก เช่น งานคาร์นิวัล มหกรรมกีฬา
การกระตุ้น: 3 กลุ่มแรกด้านบน ให้ฉีดกระตุ้น 1 เข็ม ทุก 5 ปี หากยังมีความเสี่ยง
กลุ่มนักเรียน / นักศึกษาไปเรียนต่อต่างประเทศ (เช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย โดยเฉพาะผู้ที่อยู่หอพัก)
ฉีด 1 หรือ 2 เข็ม: ตามปกติแนะนำให้ฉีดเข็มแรกช่วงอายุ 11 – 12 ปี และกระตุ้นเข็มที่ 2 ตอนอายุ 16 ปี แต่หากเริ่มรับวัคซีนเข็มแรกหลังอายุ 16 ปีขึ้นไป ให้ฉีดเพียง 1 เข็มเท่านั้น
วัคซีน MenB (ป้องกันสายพันธุ์ B) ข้อบ่งชี้และกลุ่มที่ควรฉีด แบ่งตามจำนวนเข็มดังนี้
กลุ่มที่ต้องฉีด 3 เข็ม (ที่เดือน 0, 1 – 2, และ 6):
●
ผู้ที่มีโรคประจำตัว/ภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ไม่มีม้าม ม้ามทำงานผิดปกติ หรือได้รับยากดภูมิบางชนิด
●
เจ้าหน้าที่ห้องแล็บที่ต้องสัมผัสเชื้อโดยตรง
●
ผู้เดินทางไปพื้นที่ระบาด บริเวณที่มีการระบาดของสายพันธุ์ B
●
กลุ่มที่ต้องฉีด 2 เข็ม (ห่างกัน 1 – 6 เดือน)
●
นักเรียน/นักศึกษาไปเรียนต่อต่างประเทศ: ฉีดในกรณีที่เป็นข้อกำหนดบังคับของพื้นที่หรือสถานศึกษานั้น ๆ
*หมายเหตุ: สำหรับ MenB ทุกกลุ่มหากยังมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ แนะนำให้ฉีดเข็มกระตุ้น 1 เข็ม หลังจากฉีดครบไปแล้ว 1 ปี และกระตุ้นซ้ำทุก ๆ 2 – 3 ปี
ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน
วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) เป็นวัคซีนชนิดเชื้อตาย ผลข้างเคียงที่พบมักเป็นอาการทั่วไปและไม่รุนแรง เช่น
●
ปวดบวมแดงบริเวณที่ฉีด
●
มีไข้ต่ำ ๆ ซึ่งส่วนใหญ่มีอาการไม่มากและสามารถหายได้เองใน 1 – 2 วัน
●
วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) จำเป็นแค่ไหน
สำหรับคนไทยทั่วไปที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยและไม่ได้มีแผนเดินทางไปต่างประเทศไม่มีความจำเป็นต้องฉีดวัคซีนชนิดนี้ แต่จะมีความจำเป็นอย่างมากสำหรับกลุ่มเสี่ยงข้างต้น เพื่อป้องกันการระบาดและลดความรุนแรงหากได้รับเชื้อในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง
วัคซีนป้องกัน ไข้กาฬหลังแอ่น สามารถฉีดร่วมกับวัคซีนชนิดอื่นได้หรือไม่
วัคซีนป้องกันเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (ไข้กาฬหลังแอ่น) สามารถฉีดร่วมกับวัคซีนอื่น ๆ ได้ในวันเดียวกัน แต่ควรฉีดคนละตำแหน่ง (เช่น แขนคนละข้าง) ยกเว้นการฉีดวัคซีน MenACWY (ชนิด MCV4-DT) แนะนำให้หลีกเลี่ยงการฉีดพร้อมกับวัคซีนไอพีดี (PCV) โดยควรเว้นระยะห่างกันอย่างน้อย 4 สัปดาห์ ส่วนผู้ใหญ่ที่ไม่เคยฉีดวัคซีน
สามารถฉีดได้หากคุณอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงหรือมีแผนเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาด โดยควรนำแผนการเดินทางหรือเอกสารข้อกำหนดของสถาบันการศึกษา (ถ้ามี) มาปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด เพื่อเลือกชนิดของวัคซีนที่เหมาะสมที่สุด
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ :
https://www.pptvhd36.com/health/care/7851
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์
https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
Facebook PPTVHD36 :
https://www.facebook.com/PPTVHD36
YouTube :
www.youtube.com/@PPTVHD36
สุขภาพ
วัคซีน
ดูแลสุขภาพ
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย