Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
“วันละเรื่องสองเรื่อง”
•
ติดตาม
9 เม.ย. เวลา 15:43 • ธุรกิจ
🛑 เมื่อ “ความเก่ง” มีวันหมดอายุ…
อะไรที่จะตัดสินว่า คุณจะ “รอด” หรือ “ร่วง” ในเกมองค์กร?
ในช่วงวัย 20–30+ ปี เกมการทำงานค่อนข้างตรงไปตรงมา
"ใครเก่งกว่า ขยันกว่า อดทนกว่า มักจะไปได้ไกลกว่า"
สูตรสำเร็จดูเหมือนง่าย คือ
ทำงานให้ดี → สร้างผลงาน → เติบโต
แต่เมื่อเข้าสู่วัย 40+ กติกานี้จะค่อยๆ ใช้ไม่ได้
ความเก่ง…ยังสำคัญ แต่ไม่เพียงพออีกต่อไป
สิ่งที่เริ่มตัดสินเกมจริงๆ คือ
“วิธีคิด” + “วุฒิภาวะ” + “การอ่านเกมคนและระบบ”
และนี่คือเสาหลักของการอยู่รอดในเกมองค์กรระดับสูง ที่เคยมีผู้ใหญ่ถ่ายทอดให้ผู้เขียนฟัง
====
📉 เสาหลักที่ 1: "ทุนแห่งความน่าเชื่อถือ"
1. เป้าหมายต้องชัด ไม่ใช่ “อะไรก็ได้”
เมื่ออายุมากขึ้น “เวลา” และ “พลังงาน” กลายเป็นทรัพยากรที่จำกัด
คุณไม่สามารถรับทุกโปรเจกต์ หรือวิ่งตามทุกโอกาสได้อีกต่อไป
ถ้าคุณไม่เลือก…องค์กรจะเลือกให้คุณ
และสิ่งที่มักได้ คือ “งานที่ไม่มีใครอยากทำ”
คนที่รอดในระยะยาว คือคนที่ “เลือกเกม” เป็น
2. "เครดิต คือสกุลเงินที่แพงที่สุด"
ในระดับนี้ “ผลงาน” อาจช่วยให้คุณเติบโต
แต่ “ชื่อเสียง” จะเป็นตัวกำหนดว่าคนอื่นจะเชื่อคุณหรือไม่
เครดิต = ความน่าเชื่อถือ + ความสม่ำเสมอ + ความเป็นมืออาชีพ
และข่าวร้ายคือ
"เครดิตสร้างยาก แต่พังง่ายมาก"
การตัดสินใจผิดเพียงครั้งเดียว โดยเฉพาะเรื่องจริยธรรม
อาจลบผลงานทั้งชีวิตได้ทันที
3. “ทัศนคติที่ดี" คือเกราะที่มองไม่เห็น
ในวันที่ทุกอย่างแย่ คุณต้องนิ่งพอที่จะไม่พัง
ในวันที่ทุกอย่างดี คุณต้องนิ่งพอที่จะไม่หลง
ระดับบริหาร ไม่มีพื้นที่สำหรับ
* อารมณ์ลบที่ควบคุมไม่ได้
* หรือพฤติกรรมที่ขาดวุฒิภาวะ
เพราะคนไม่ได้ดูแค่ “สิ่งที่คุณทำ”
แต่ดูว่า “คุณเป็นคนแบบไหน” ตอนอยู่ภายใต้แรงกดดัน
====
👑 เสาหลักที่ 2: "อำนาจและผู้คน"
4. โลกนี้มองคุณที่ “มงกุฎ”
นี่คือความจริงที่หลายคนไม่อยากยอมรับ
คนส่วนใหญ่ไม่ได้มองคุณจากตัวตนล้วนๆ
แต่ประเมินคุณจาก “ตำแหน่ง” ที่คุณถืออยู่
ตำแหน่ง = อำนาจในการตัดสินใจ + การเข้าถึงทรัพยากร
และในวันที่คุณเสียตำแหน่ง
"วิธีที่โลกปฏิบัติกับคุณ…จะเปลี่ยนทันที"
ดังนั้น หน้าที่ของคุณไม่ใช่แค่ “ได้มงกุฎ”
แต่ต้อง “รักษาและขยายมัน” ให้ได้
5. พันธมิตร สำคัญกว่าความเก่ง
ในระดับสูง ไม่มีใครสำเร็จคนเดียว
ต่อให้คุณเก่งแค่ไหน
ถ้าคุณ “ไม่มีคนหนุน”
ระบบจะค่อยๆ ผลักคุณออก
คนที่ไปต่อได้ คือคนที่
* มี trust จากหัวหน้า
* มี support จากทีม
* และมี respect จากเพื่อนร่วมงาน
ความสำเร็จในวัยนี้ = ความสำเร็จของ “เครือข่าย” ไม่ใช่ “ปัจเจก”
6. ศิลปะแห่งการ “ยืมมือ”
เมื่อคุณโตขึ้น งานของคุณจะไม่ใช่ “ทำเอง”
แต่คือ “ทำให้คนอื่นทำได้ดี”
การ Delegation จึงเป็นทักษะสำคัญที่สุด
แต่มีข้อควรระวัง
คุณต้อง “ปล่อยงาน” แต่ยัง “ควบคุมทิศทาง” ได้
ถ้าปล่อยหมด = ควบคุมไม่ได้
ถ้าคุมหมด = ทีมไม่โต
นี่คือสมดุลย์ที่ผู้นำต้องฝึก
====
⚔️ เสาหลักที่ 3: สัจธรรมของการลงมือทำ
7. ไม่ใช่ทุกโอกาส คือโอกาสที่ดี
ยิ่งโต โอกาสจะยิ่งเข้ามาหาคุณมากขึ้น
แต่ความจริงคือ
มีทั้ง “โอกาสสร้างชื่อ” และ “โอกาสรับเคราะห์”
บางโปรเจกต์คือโอกาส บางโปรเจกต์คือ “หลุม”
คนที่รอด คือคนที่
“ปฏิเสธเป็น”
8. เวลา คือข้อจำกัดที่แท้จริง
ทุกคนพูดว่า “เรียนรู้ได้”
แต่สิ่งที่ไม่มีใครพูดคือ
“คุณมีเวลาเรียนรู้ทันหรือไม่?”
ยิ่งในยุค AI Learning curve สั้นลง การแข่งขันเร็วขึ้น
คนที่ปรับตัวไม่ทัน จะถูกแทนที่ทันที
9. "ทุกการตัดสินใจ ใหญ่กว่าตัวคุณ"
เมื่อคุณอยู่ในตำแหน่งสูงขึ้น การตัดสินใจของคุณ ไม่ใช่แค่เรื่องของคุณ
แต่กระทบถึง
* ทีม
* งบประมาณ
* และชีวิตคนอื่น
ความผิดพลาด 1 ครั้ง อาจไม่ใช่แค่คุณที่จ่ายราคา
นี่คือเหตุผลที่ “วุฒิภาวะ” สำคัญกว่า “ความเก่ง”
====
🔮 เสาหลักที่ 4: "จังหวะและสภาวะจิต"
10. ความเก่งไม่ชนะทุกเกม แต่ “จังหวะ” อาจชนะ
ในโลกจริง มีหลายครั้งที่
* คนเก่งไม่ได้ขึ้น
* คนพร้อมไม่ได้โอกาส
เพราะ “จังหวะ” ไม่ตรง สิ่งที่ผู้บริหารระดับสูงเริ่มเข้าใจคือ
"ชีวิตมีองค์ประกอบมากกว่า logic" ทั้งเรื่อง
* เวลา
* โอกาส
* และปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้
สิ่งเดียวที่ควบคุมได้ คือ “จิตใจของเรา”
การฝึกสติ การมีวินัย และการรักษาความนิ่ง
"ไม่ใช่เรื่องนามธรรม” แต่มันคือ “เครื่องมือ” ที่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีในวันที่โลกวุ่นวาย
====
📌 คนเก่ง vs คนที่ “อยู่รอด” พูดให้เห็นภาพ
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองดู 2 pattern ที่เกิดขึ้นจริงในหลายองค์กร
Case 1: คนเก่ง แต่ “หลุดเกม”
คนประเภทนี้มักมีลักษณะดังนี้
* เก่งงานมาก (Hard Skill สูง)
* ทำงานเร็ว แก้ปัญหาเก่ง
* เป็นคนที่ทีมพึ่งพาในช่วงแรก
แต่เมื่อเวลาผ่านไป กลับเริ่ม “ชะงัก” หรือหลุดออกจาก trajectory
สาเหตุหลักไม่ใช่เพราะ “ไม่เก่งพอ” แต่เพราะ
* ไม่มีพันธมิตร (ทำงานคนเดียวเก่ง แต่ไม่มีคนหนุน)
* รับทุกงาน (จนกลายเป็นคนแก้ปัญหาคนอื่น แต่ไม่ได้สร้าง impact ของตัวเอง)
* ไม่เข้าใจเกมอำนาจ (ไม่ได้สร้าง visibility กับคนที่ตัดสินใจ)
สุดท้าย คนแบบนี้มักจะ
“เหนื่อยที่สุด เติบโตน้อยที่สุด”
และค่อยๆ ถูกแทนที่โดยคนที่ “เล่นเกมเป็นกว่า”
Case 2: ผู้นำที่ “อยู่ยาว”
อีกกลุ่มหนึ่ง อาจไม่ได้เก่งที่สุดในห้อง
แต่สามารถอยู่ในเกมได้ยาว และเติบโตต่อเนื่อง
ลักษณะของคนกลุ่มนี้คือ
* เลือกเกมเก่ง (ไม่รับทุกโปรเจกต์ แต่เลือกสิ่งที่มี impact)
* สร้างพันธมิตร (มีคน support ในหลาย direction)
* สื่อสารเก่ง (ทำให้ผลงาน “ถูกมองเห็น”)
* รู้จังหวะ (รู้ว่าเมื่อไหร่ควรเร่ง เมื่อไหร่ควรถอย)
สิ่งที่แตกต่างไม่ใช่แค่ skill แต่คือ
“ความเข้าใจระบบ + ความสามารถในการวางตำแหน่งตัวเองในเกม”
====
✨ ในวัย 40+ เกมนี้ไม่ใช่ของคนที่เก่งที่สุด…แต่เป็นของคนที่ “เล่นเป็น”
การทำงานไม่ใช่การวิ่งเร็วที่สุด แต่คือการ “อยู่ในเกมให้นานที่สุด”
ความเก่งอาจพาคุณขึ้นไปได้ แต่สิ่งที่จะทำให้คุณ “อยู่ได้” คือ
* เครดิต
* วุฒิภาวะ
* และความสามารถในการอ่านเกม
“ในโลกของการทำงาน…ความเก่งอาจพาคุณขึ้นไปได้ แต่สิ่งที่จะทำให้คุณอยู่รอดได้ยาว คือความเข้าใจเกมต่างหาก”
#วันละเรื่องสองเรื่อง
#ExecutiveMindset
#CareerGrowth
#LeadershipStrategy
#OrganizationalBehavior
#MidCareerCrisis
#MindfulnessInBusiness
วัฒนธรรมองค์กร
hr
ผู้นำ
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย