15 เม.ย. เวลา 10:01 • ประวัติศาสตร์
ซอย ประดิพัทธิ์ 6

เรื่องเล่าของเดอะเจริญพรแก๊ง ep.1

ซอยเจริญพร หรือ ซอยประดิพัทธ์ 6 ซอยที่ชื่อเพราะพริ้งและเสมือนมีพระคอยให้พรตลอดเวลา
สมัยวัยเด็ก ราว 50 กว่าปีก่อน ตอนที่ผู้เขียนมีอายุราว 10 ขวบ ต้นๆ หรือช่วงปลายของชั้นเรียนประถมต้น ประมาณปี 2515 ผู้เขียนมีเพื่อนอยู่ 3 กลุ่ม 3 ที่ คือ 1.แถวบ้านย่านหลังตลาดสวนหลวง 2.ที่สระบุรี บ้านอาตั่วกู๋(พี่ชายแม่)ซึ่งได้เล่าไปแล้วบ้าง และ 3.ย่านประดิพัทธ์ ซึ่งเป็นบ้านของอาโซ้ยกู๋(น้องชายแม่) ที่จะกล่าวถึงในวันนี้
ตึกแถวขวามือคือบ้านของอาโซ้ยกู๋ ยังคงสภาพเดิมๆเหมือนเมื่อ 50 กว่าปีก่อน
อาโซ้ยกู๋เปิดขายก๋วยเตี๋ยวเยนตาโฟอยู่ริมถนนใหญ่ปากซอย และมีบ้านพักเป็นตึกแถว 2 ชั้น อยู่ในซอยเจริญพร เข้าไปจากถนนประดิพัทธ์แค่บล็อกแรกทางขวามือ ซอยนี้มีระยะทางสั้นๆเพียง 250 เมตร เชื่อมระหว่าง ถ.ประดิพัทธ์ และซอยเสนาร่วม ที่ไปออกได้ทั้งฝั่ง ถนนพระราม 6 ริมคลองประปา หรืออีกฝั่งคือถนนพหลโยธิน ใกล้แยกสะพานควาย
ซอยเสนาร่วมในปัจจุบัน ฝั่งที่เป็นทางเท้านี้ในยุคนั้นคือคูน้ำที่มีหญ้าขึ้นท่วมหัว เต็มไปด้วยกิ้งก่า ฝูงแมลงปอ และแมลงต่างๆ
ผู้เขียนชอบมาค้างช่วงวันหยุด เนื่องจากสนิทกับลูกพี่ลูกน้องคือลูกชายของอาโซ้ยกู๋ ที่มีอายุเท่ากัน สาม ตั้งชื่อตามที่เป็นลูกคนที่สาม แถวบ้านที่สวนหลวงก็จะมีตั้งชื่อลูกเป็นเบอร์แบบนี้เป็นภาษาจีนแต้จิ๋ว แต่มักจะเริ่มที่คนที่สาม คือ ซา สี่ โหงว ลัก 3 4 5 6 จะเรียงเบอร์แค่นี้ ไม่ปรากฏชื่อ เจ๊ก 1 หนอ 2 หรือ ฉิก 7 โป่ยะ 8 เลยเท่าที่จำได้
แก๊งของเราจะมี *แดง บ้านขายไข่ ซึ่งอยู่ตึกแถวถัดไปคนละฝั่งซอย จะแลโตกว่าพวกเราเล็กน้อย เด็กไทยหน้าเข้ม ผิวดำคล้ำจนออกแดง นั่นน่าจะเป็นที่มาของชื่อเล่น เสมือนเป็นผู้นำด้วยความเก๋าและกล้ามากที่สุด สมาชิกในกลุ่มมี สาม บุน คู่พี่น้องญาติของผู้เขียน เนส อ้น อ๊อด และอีก 2-3 คนจำชื่อไม่ได้ มีเพียงผู้เขียนเท่านั้นที่มาจากที่อื่นไม่ใช่เด็กในซอย
ท้ายซอยเจริญพร บรรจบกับซอยเสนาร่วม เส้นทางประจำของพวกเรา
ผู้เขียนพอวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ จะเดินทางด้วยรถเมล์ศรีนครสาย 67 จากบ้านย่านบรรทัดทอง(สวนหลวง) ด้วยชุดเก่ง เสื้อยืด กางเกงบอล รองเท้าแตะ มาลงแยกประดิพัทธ์ ก่อนข้ามถนนเพื่อเดินมาซอยเจริญพร ผ่านโรงเรียนเรวดี ที่อยู่ใกล้แยก เป็นโรงเรียนคุณหนูไฮโซ มีสระว่ายน้ำด้วย ปัจจุบันปิดกิจการเปลี่ยนเป็นร้านอาหาร แต่ยังคงป้ายชื่อโรงเรียนด้านหน้าเดิมๆเหมือนในยุคนั้นไว้ให้ได้รำลึกนึกถึง
โรงเรียนเรวดี ป้ายเดิมๆเหมือนเมื่อ 50 กว่าปีก่อน ที่มาภาพ Google Map
พวกเรามักรวมตัวกันตระเวนเข้าไปในซอยเจริญพร ที่ทะลุเข้าไปด้านในซึ่งเมื่อก่อนจะยังคงความเป็นป่ากลางกรุงไว้ได้มาก พวกเราก็จะมุดเข้าไปในป่าที่เป็นที่รกร้างเพียงล้อมรั้วลวดหนามไว้ ยิงนก ตกปลา ที่มีทั้งปลากระดี่นางฟ้า **ปลาหมอ จับตั๊กแตน แมลงปอ กิ้งก่า สารพัดที่มีมากมายในยุคนั้น เวลาหิวน้ำก็จะอาศัยก๊อกน้ำที่บ้านหลังใหญ่ต่อไว้หน้าบ้านสำหรับรดน้ำต้นไม้ คุ้ยดูตามถังขยะเพื่อหาของเล่นที่ลูกท่านหลานเธอของบ้านหลังใหญ่ไม่เอาแล้ว
บริเวณปากซอยทางเข้าบ้านหลังใหญ่หลังนั้น และอาณาจักรป่ากลางกรุงของพวกเราเมื่อกว่า 50 ปีที่แล้ว ปัจจุบันแปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลา
แต่จะมีบ้านหลังใหญ่ๆมีรั้วรอบขอบชิดหรือบ้านผู้ดีมีสตางค์คนเก่าแก่ของย่านนั้นแซมบ้างไม่มาก ซึ่งบ้านเหล่านี้นี่แหละที่สร้างปัญหาให้พวกเราชาวเดอะเจริญพรแก๊ง จนต้องขบคิดหาวิธีต่อสู้ เพราะทุกครั้งที่พวกเรากำลังเพลิดเพลินเดินเล่นมาในซอย จะมีบ้านหลังใหญ่โตโออ่าโอฬาร รั้วบ้านสูงปี๊ดอยู่หลังหนึ่ง และด้วยโชคชะตาทุกครั้งที่พวกเราเดินผ่านมา มักเจอรถเก๋งคันงามทั้งเข้าหรือออกจากบ้านหลังนั้นในแทบทุกครั้ง จนเป็นที่มาของเรื่องราววิ่งสุดขีดหวีดสยองในครั้งนี้ เรื่องมีอยู่ว่า..
ปกติพวกเราจะฉากหลบทันทีที่มีรถเก๋งคันงามมาบีบแตรเพื่อรอเข้าบ้าน เพราะพอประตูรั้วอัลลอยที่สูงสง่าอลังการนั้นเปิดออก พลันพลพรรคฝูงสุนัขบูลด็อก 4-5 ตัว ก็กรูกันออกมาทันที เนื่องจากสุนัขพันธุ์นี้ตัวเตี้ยล่ำบึ้กหน้าตาจะดุดัน พร้อมเห่ากันเสียงขรม เหมือน รปภ คอยตรวจตราคนแปลกหน้าที่ผ่านหน้าบ้าน แน่นอนพวกเราชะงัก!! และเดินล่าถอยไปทันที พวกเรารอจนรถเข้าบ้าน พร้อมการกลับเข้าบ้านของเจ้าฝูงบูลด็อกก่อนประตูรั้วบานยักษ์นั้นปิดสนิท พวกเราถึงจะเดินผ่านหน้าบ้านหรูหลังนั้น!!
บูลด็อก เป็นชื่อสำหรับสายพันธุ์ของสุนัขมักเรียกว่า อิงลิชบูลด็อก สายพันธุ์บูลด็อกอื่น ๆ รวมทั้งอเมริกันบูลด็อก, โอลด์อิงลิชบูลด็อก และเฟรนช์บูลด็อก เป็นสุนัขที่มีลักษณะใบหน้าย่นและมีจมูกโด่ง ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก วิกิพีเดีย
พอบ่อยครั้งเข้า ผู้เขียนซึ่งเป็นคนกลัวสุนัข เพราะเคยมีอดีตที่***โดนมันกัดมาแล้วที่โรงเรียนก่อนหน้านี้ไม่นาน จนเกือบต้องไปฉีดยากันโรคพิษสุนัขบ้ารอบพุง 21 เข็ม ยังเข็ดขยาดอยู่ จึงปรึกษากับแดง หัวหน้าแก๊งผู้เก่งกล้าสามารถ ให้ช่วยหาวิธีแก้ไขในกรณีนี้ว่าพวกเราควรจะทำอย่างไรดีถึงจะก้าวพ้นปัญหานี้ไปได้
แดง ขาใหญ่ประจำแก๊งของเรา ดีดนิ้วเปาะ เฮ่ย..เรื่องเล็กหวะไอ่ลั้น ข้ามีวิธีแล้วหวะ ว่าแล้วในวันต่อมา แดงก็มาพร้อมสายเบรคจักรยานเก่าๆที่ทิ้งแล้ว และประกาศก้องกลางวงว่า ถ้าฝูงหมานั้นออกมาอีก คราวนี้แหละ จะใช้สายเบรคจักรยานเส้นนี้ฟาดซะให้ร้องหางจุกตูดวิ่งกลับเข้าบ้านไปเลย เสียงแดงโวลั่นด้วยความมั่นใจ ทำให้พวกเราโดยเฉพาะผู้เขียนยิ้มออก แววตาเชื่อมั่นต่อหัวหน้าแก๊ง มันต้องอย่างนี้สิไอ่แดง สมกับที่ยกให้เป็นผู้นำพวกเรา
วันนั้นพวกเราเดินเข้าไปในซอยด้วยความย่ามใจ ในมือของแดงถือสายเบรคจักรยานตวัดฟาดใบไม้ใบหญ้าข้างทางซ้อมมือไปพลาง ยิ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เขียน พวกเราคุยกันสนุกสนานเฮฮาภาษาเด็กไปเรื่อยๆ ตามทางที่เราคุ้นชินเพื่อไปยังอาณาจักรป่ากลางกรุงของเราเช่นทุกวัน และแล้ว..
เหตุการณ์ที่คุ้นชินก็เกิดขึ้นตามไทม์ไลน์ของมัน รถเก๋งคันงามวิ่งช้าๆแซงพวกเราที่เดินอยู่ริมซอย ก่อนหยุดและบีบแตรเรียกให้คนมาเปิดประตูเพื่อเข้าบ้านหลังงามตามเดิม แน่นอนเหมือนหนังม้วนเดิมฉายซ้ำ พลันพลพรรคฝูงสุนัขบูลด็อกหน้าย่น 4-5 ตัว ก็กรูกันออกมาทันที!!
ผู้เขียนตะโกนด้วยความฮึกเหิม "เอาเลยไอ่แดงฟาดมันเลย!!" พร้อมจ้องเขม็งไปยังฝูงบูลด็อกที่กรูกันออกมา แต่พอหันหลังกลับไปเท่านั้นแหละ ปรากฏว่า..ไอ่แดงทิ้งสายเบรคจักรยานอาวุธที่เตรียมมาซะดิบดี วิ่งเป็นคนแรก อาศัยหลวงพ่อโกยวัดหน้าตั้งโกยแน่บแบบเห็นหลังไวๆ!!😳
ทางที่พวกเราวิ่งย้อนออกมา โดยมีฝูงบูลด็อกวิ่งกวดมาติดๆ
ก่อนวิ่งเลี้ยวซ้ายเข้าซอยประชานิมิตร หรือ ซอยประดิพัทธ์ 10 เพื่อออกถนนใหญ่
ผู้เขียนแทบช็อค!! เหมือนหนังคนละม้วนกับที่คิด วิ่งสิครับรออะไร ผู้เขียนหันหลังวิ่งตามเพื่อนๆแต่ช้าไปขณะที่คนอื่นๆถึงปากซอยพ้นระยะอันตราย ก่อนหันมาป้องปากตะโกนร้องเชียร์ ผู้เขียนยังอยู่ท้ายๆซอยโดยมีฝูงหมาดุไล่กวดมาติดๆเสียงเห่าดังลั่นซอย..
ท้ายซอยตำแหน่งนี้ ที่ผู้เขียนหยุดวิ่ง พร้อมตะโกนเรียกแม่!!
เมื่อจวนตัวในช่วงคับขันนาทีเป็นนาทีตาย “อาแหมะ..ช่วยด้วย!!” เสียงร้องลั่นท้ายซอย ก่อนติดดิสเบรค!!ยืนหยุดนิ่งหลับตาปี๋ เหงื่อแตกพลั่กๆ เจ้าฝูงหมาดุที่วิ่งกวดมาติดๆก็ชะงักหยุดพรึดตามไปด้วย ก่อนพวกมันเข้ามาดมๆที่ขาแล้วก็เดินจากไป อิทธิฤทธิ์ของหม่อมแม่..
ตั้งแต่วันนั้นมา ความเชื่อใจในตัวไอ่แดงลดลงกลายเป็น 0 ฮ่าๆยิ่งนึกยิ่งขำ แต่ตอนนั้นคงขำไม่ค่อยออกเพราะถือว่าเป็นนาทีเฉียดเป็นเฉียดตาย กับการวิ่งหนีฝูงหมาหน้าดุที่วิ่งกวดไล่หลังมาติดๆ โดยมีพรรคพวกวิ่งนำเอาตัวรอดไปแล้ว ทิ้งให้เด็กหัวเกรียนจากสวนหลวงคนนั้น รั้งท้ายอยู่ปลายซอย..
*แดง รับราชการทหาร และจากพวกเราไปหลายปีแล้ว
**ผู้เขียนเคยโดนเงี่ยงยักมือขณะจับจนเลือดไหลด้วยครั้งหนึ่ง
***เรื่องราวคราวโดนสุนัขกัด https://www.blockdit.com/posts/6363b02fd33398fafb64f037
หมายเหตุ : ขออภัย🙏ที่พาดพิงถึงบ้านหลังนั้น ผู้เขียนมิได้มีเจตนาอื่นใด นอกจากเล่าเรื่องย้อนอดีตในวันวานเมื่อ 50 กว่าปีก่อน
เรื่องเล่าความทรงจำที่ไม่มีวันลืมในวัยเด็ก ของ
อาลั้นเด็กหลังตลาด/เตี่ยงหม่อโผ่วตาโปวเกี้ย
15/4/2569
ภาพถ่ายเกือบทั้งหมดถ่ายเมื่อวันที่ 15/3/2569
โฆษณา