เมื่อวาน เวลา 14:59 • นิยาย เรื่องสั้น

บทที่ ๖: วาสนาที่คลาดคลา

​เราต่างเดินอยู่บนเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบ... ฉันติดอยู่ในโลกปัจจุบันที่หมุนวนด้วยความเร่งรีบและเสียงอึงอลของเครื่องจักร ส่วนเธอยังคงสถิตอยู่ในภพที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของอดีตอันแสนสงบ แว่วเสียงระฆังยามเย็นและกลิ่นธูปหอมจางๆ ทุกครั้งที่ฉันหลับตา ภาพที่เห็นจนชินตาคือเธอนั่งร้อยมาลัยดอกปาลินอยู่ริมหน้าต่างไม้บานเดิม บานหน้าต่างที่เคยเป็นที่พำนักของดวงใจเราสองคน แต่ในวันนี้... หน้าต่างบานนั้นในโลกของฉันกลับถูกกาลเวลากัดกร่อนจนเหลือเพียงซากปรักหักพัง
​ความโดดเดี่ยวในโลกที่ไร้เธอนั้นช่างหนาวเหน็บ ฉันเริ่มตั้งคำถามกับโชคชะตาว่า เหตุใดจึงประทานความทรงจำอันแสนหวานมาให้ ในเมื่อสัญญาวาสนาไม่อาจนำพาเรามาพบกันในรูปกายที่จับต้องได้ ความรักที่ฉันมีให้เธอจึงกลายเป็นดั่งเส้นด้ายบางเบาที่พยายามจะเหนี่ยวรั้งฟ้ากับดินเข้าหากัน
​ท่ามกลางทำนองเพลงที่เศร้าสร้อยแต่ทว่าเปี่ยมด้วยความหวัง ฉันทรุดตัวลงนั่งพิงกรอบหน้าต่างเก่า ปล่อยให้น้ำตาหยดหนึ่งซึมลงบนกระดาษบันทึก ฉันไม่ได้ร้องไห้เพราะความท้อแท้ หากแต่ร้องไห้เพื่อบูชาแด่ความอดทนของเธอที่รอคอยฉันมาเนิ่นนาน ฉันจึงเลือกที่จะใช้ปลายปากกาจารึกคำมั่นสัญญาบทใหม่บทนี้ลงไป:
"หากชาตินี้... วาสนาเรามีเพียงเงาขนาน
หากวันวาน... ไม่อาจหวนคืนสู่ปัจจุบันสมัย
ข้าพเจ้าขอใช้น้ำหมึกแทนโลหิต... จารึกความนัย
อธิษฐานให้ 'ชาติหน้าฉันใด'... อย่าได้คลาดคลา"
กลิ่นหอมของดอกปาลินรุนแรงขึ้นในชั่วขณะนั้น ราวกับเธอกำลังรับรู้ถึงคำอธิษฐานของฉันผ่านช่องว่างแห่งกาลเวลา ฉันรู้ดีว่าแม้วันนี้เราจะอยู่คนละภพ แต่หัวใจที่สั่นสะเทือนด้วยความรักดวงเดียวกันนี้ จะเป็นเข็มทิศนำทางให้เรากลับมาพบกันอีกครั้ง... ไม่ว่ามันจะต้องใช้เวลาอีกกี่พันราตรีกก็ตาม
โฆษณา