23 เม.ย. เวลา 05:30 • หุ้น & เศรษฐกิจ

4 เรื่องเงินต้องปรับด่วน! รับมือสงคราม - เงินเฟ้อพุ่ง กัดกินกำลังซื้อ

4 เรื่องเงินต้องปรับด่วน ! รับมือสงคราม - เงินเฟ้อพุ่ง กัดกินกำลังซื้อคนไทยเงียบๆ
สงครามปะทุ ดันของแพง เงินเฟ้อพุ่ง กัดกินกำลังซื้อคนไทยเงียบๆ Wealth Advisory ธนาคารทิสโก้เตือน แม้รายได้ยังเท่าเดิม แต่เงินสำรอง แผนเกษียณ ประกัน และพอร์ตลงทุน อาจ “ไม่พอ” อีกต่อไป ชี้ 4 เรื่องการเงินใหญ่ที่ต้องรีบเช็กและปรับด่วน ก่อนแผนชีวิตและอนาคตการเงินจะพังแบบไม่รู้ตัว ท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวนสูง
ภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะชะลอตัวจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง และแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ CFP® Head of Wealth Advisory ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)
กำลังส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินของครัวเรือนไทยอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเมื่อค่าครองชีพปรับสูงขึ้นแต่รายได้ไม่ได้เพิ่มในอัตราเดียวกัน ครัวเรือนจำนวนมากจะเริ่มเผชิญความตึงตัวทางการเงิน
หลายครอบครัว อาจมีเงินสำรองไม่มากพอ เมื่อเป้าหมายเกษียณอาจต้องใช้เงินมากขึ้น ความคุ้มครองด้านสุขภาพอาจยังไม่รองรับความเสี่ยงที่แท้จริง หรือพอร์ตลงทุนที่เคยเหมาะสมในภาวะปกติ อาจไม่ตอบโจทย์ในช่วงที่ตลาดผันผวนสูง
การบริหารเงินไม่ใช่การประหยัดอย่างเดียว
นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ CFP® Head of Wealth Advisory ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) แนะนำว่า การบริหารเงินในช่วงนี้ไม่ใช่แค่การประหยัดอย่างเดียวแต่ควรจัดลำดับความสำคัญระหว่าง ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต (Need) เช่น ค่าอาหาร ค่าที่พักอาศัย ค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล กับค่าใช้จ่ายที่มาจากความอยากได้ (Want) เช่น สินค้าแฟชั่น หรือการท่องเที่ยวต่างประเทศ
ซึ่งเป็นรายการที่สามารถชะลอหรือปรับลดลงได้ในช่วงที่เศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนสูง การทบทวนรายจ่ายในกรอบนี้ จะช่วยให้การบริหารเงินไม่ใช่เพียงการลดค่าใช้จ่ายแบบตัดทุกอย่างเท่ากัน แต่เป็นการเลือกใช้เงินอย่างมีเป้าหมายมากขึ้น
4 เรื่องสำคัญด้านการเงินที่ควรเช็กและปรับทันที ช่วงสงครามปะทุ
นอกจากนี้ ยังมี 4 เรื่องสำคัญด้านการเงินที่ควรเช็กและปรับทันทีในช่วงสงครามปะทุและเงินเฟ้อสูง ได้แก่
1. เงินสำรองฉุกเฉินเพียงพอหรือไม่ เศรษฐกิจขาลง เงินเฟ้อสูง (Stagflation) เงินสำรองที่เหมาะสมเพียงพอต่อการใช้จ่ายอย่างน้อย 6-12 เดือน เพื่อรับมือกับของที่ราคาแพงขึ้น รายได้สะดุด หรือเกิดเหตุไม่คาดฝันถูกบีบให้ออกจากงาน ซึ่งการมีเงินสำรองนั้น ไม่ใช่เพียงช่วยให้ผ่านพ้นช่วงวิกฤต แต่ยังช่วยให้ไม่ต้องรีบขายสินทรัพย์หรือนำเงินลงทุนระยะยาวออกมาใช้ในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม
2. ถึงเวลาต้อง "ประเมินเงินเกษียณใหม่" เปลี่ยนเป้าหมายทางการเงินระยะยาว เพราะเงินเฟ้อจะทำให้ต้นทุนชีวิตในอนาคตสูงขึ้น ซึ่ง อาจทำให้เงินออมไม่เพียงพอเมื่อถึงวัยเกษียณ
3. ความคุ้มครองด้านประกัน ยังเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วยป้องกันไม่ให้เหตุไม่คาดฝัน เช่น ค่ารักษาพยาบาลหรือการสูญเสียรายได้ กลายเป็นปัจจัยที่กระทบแผนการเงินทั้งระบบ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเสาหลักของบ้าน มีภาระครอบครัว มีหนี้ ยิ่งควรตรวจสอบอย่างจริงจังว่า ความคุ้มครองที่มีอยู่เพียงพอหรือไม่ และยังตอบโจทย์ความเสี่ยงในชีวิตปัจจุบันได้จริงเพียงใด
4.พอร์ตการลงทุนยังสอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่รับได้หรือไม่ ในช่วงที่ตลาดผันผวนสูง การกระจายความเสี่ยงและการรักษาสภาพคล่องถือเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ควรมุ่งหวังผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว แต่ควรคำนึงถึงความสามารถในการรับมือกับความผันผวนของตลาดด้วย
Wealth Advisory แนะสินทรัพย์ฝ่าสงคราม
Wealth Advisory มองว่าสามารถช่วยฝ่าความไม่แน่นอนในช่วงนี้ได้ เช่น
หุ้นกลุ่มที่มีเสถียรภาพท่ามกลางความผันผวน (Resilience Play) อย่าง หุ้นกลุ่ม Healthcare , Utilities กลุ่มที่ได้แรงหนุนจากความขัดแย้งโลก (Geopolitical Play) ได้แก่ พลังงาน, ทองคำ หรือผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง - สูงและต้องการความยืดหยุ่น การลงทุนในกองทุนผสม ที่มีกลยุทธ์การปรับสัดส่วนแบบยืดหยุ่น (Dynamic Asset Allocation)
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : https://www.pptvhd36.com/wealth/stock-investment/273841
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
และช่องทาง Social Media
โฆษณา