8 ชั่วโมงที่แล้ว • การศึกษา
..กิริยาที่ว่า . กายวาจาใจ ที่เคลื่อนไหว .บ่งบอกว่า เดืนขึ้นที่สูง หรือ ลงต่ำ.
เวลาที่เรา จะเดินลงที่ต่ำๆ มันไม่ต้องออกแรง อะไรเลย เวลาจะเดินขึ้นที่สูง ก็ต้อง
ฝืน ตัองเพียรพยายาม โลกมนุษย์นั้นเป็น ชั้นกลางให้มา ให้เวลา จิตแต่ละดวงมาเกิดอาศัยกายมนุษย์ ที่ว่ามีชีวิตมีลมเข้าออก ลมที่เข้าออก ก็อยู่ได้ไม่นาน ก็ดับลงไป เค้าให้ีแก้นิสัยไข คำว่า นิสัย กาย นิสัยวาจา นิสัยใจ .
โลกมนุษย์เป็น ทางเดินของจิต ที่มาอาศัย จงเดืนลงหรือเดืนขึ้น เดินลงบันไดที่ต่ำแต่ละขั้น ก็ไม่ต้องออกแรง เดืนสบาย ไม่ต้องฝืน ก้าวย่างลงสบาย ที่ว่า ไปอบาย เดินสบาย คนไปกันเยอะ เหมือนสายน้ำไหลลงต่ำ ทางนรก สัตว์ เปรต อสุรกาย ทุกข์ยาวนาน
ส่านอีกเส้นทางหนึ่ง ต้องก็ต้องปีนขึ้นที่สูง ตัดเจ้าป่ารก (อารมณ์ที่รกในตัวตน) ป่ายปีนขึ้นที่สูง ต้องโยนทิ้งของหนัก ทิ้งไป ของที่ยึดถือ ไปทำมาหากืนมา ยึด ไอ้่ตัวโลภโกรธหลง ก็ซ่อนเร้นในวัดถุ
..สละอารมณ์นึกคิดของหนัก ตัวทุกข์ ออกไป เพื่อให้จิตนั้นเบา ด้วยสร้างคำว่า อาศัยกายมนุษย์มาสร้างบุญกุศลบารมี เดินทางขึ้นที่สูง สวรรค์ชั้นฟ้า มีกายเป็นเทพอินทร์พรหม ไปมีสุขยาว นาน พอหมดบุญ ก็มาอาศัยกายพ่อแม่เป็นมนุษย์ สร้างบุญกุศลบารมีไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่ได้กายมนุษย์ สะสมไป จนถึง ที่ว่า สะสมมาเต็มที่ ดีเกิดมา เพื่อยุติการเกิด .
เรื่อวราว ความกลัว อารมณ์กลัวนั้น มันมีทุกคน ก็อดกลัวหิว กลับเจ็บ หากเราดูที่กายนี้ มันไม่เที่ยงเลย แล้วเราก็ไม้เคยที่ฝึกหัด เรื่องความเจ็บ ความนึกคิดต่างๆ ที่มาเป็นมายา หลอกจิต ให้หมกมุ่น จมอยู่กับทุกข์ มีอารมณ์เป็นตัวอุปโลกน์ คิดนั้นนี้มากมาก .เราไม่เคยฝึก อารมณ์เค้าก็กลัวทุกข์
พอเราฝึกหัด มีสติ .นั่งพับเพียบ ทุกข์เจ็บปวด เกิดขึ้นเรา ก็ภาวนาพุทโธ ๆ จิตอยู่ที่ปลายจมูก ไม่เคลื่อนที่ ทำกายให้นิ่งๆ ก็นิ่งๆ ความเจ็บป่วด ที่เป็นอารมณ์ ก็ค่อยลอยออกไปๆ ที่เค้าเรียกว่า ฝึกหัดปลดเปลื้องทุกข์ กายก็จะเบา จิตก็เบาบาง แต่ส่วนมากคนมองไม่เห็นทางนี้ กลัวว่า กายนี้ ที่มันตั้งขึ้นมาให้อาศัยจะเดือดร้อน ที่แท้จริง ..จิตมันยึดทุกข์ สะสมทุกข์ แก้ไขอะไรไม่ได้เลย .ก็เหมือนเดินลงบันได ลงที่ต่ำ .ทางเดืนสบาย . กายนี่ ก็ไม่ต้องออกแรง อะไรเลย. ที่ว่า ตัวขี้เกียจ .มันเกิดขึ้น .
นี่เพิ่งมีคนเล่า คนที่ดูแลนาค พระบวชใหม่ มีคนหนึ่ง เป็นนักศึกษา ปีสี่ มาบวช พ่อแม่พามาบวช . บวชแล้ว ก็ไม่สวดมนต์ ไม่ปฏิบัติ ล้างจานก็ไม่เป็น ซักจีวรก็ไม่เป็น ล้างบาตรไม่เป็น ข้าวในบาตรฉันไม่ได้ ก็โทรสั่ง อาอาร มีGrab มาส่งให้ คนที่เค้าดูแล เค้าก็เบื่อหน่าย กลัวจะมีกรรม ไปบอกเค้าให้แก้ไข เค้าก็โมโหเหวี่ยง .
.นี่แหละ ทางลงนรก เดืนกันสบาย เป็นตัวอย่างที่ว่า อยู่ดีๆ ก็มาขอบวช . ครองผ้ากาสาวพัสตร์ มานอนในกุฏิ ที่เค้าสร้างถวายพระพุทธเจ้า ใมีเตียงนอน ..นอนไป ก็ตกเตียง กัน ..คนที่ดูแล ก็เล่า ระบายอารมณ์หนักอกหนักใจ ว่า. พระบวชใหม่นอนตกเตียงกันหลายองค์ ไม่รู้เป็นยังไง เราก็ว่า นั้นแหละ ที่เค้ามาบวช แล้วไม่ปฏิบัติธรรมขึ้นมา ไม่แก้ไขนิสัยเวรกรรม มันก็มีเรื่องราว ที่ทำให้ต้องตกเตียง เหมือนเตือน แต่เค้่าก็ไม่รู้ตัวเลย แก้ไขอะไรไม่ได้ กรรมปิกปิดจิตเสียแล้ว ที่ว่า สีดำสนิทติดทนนาน .
โฆษณา