28 เม.ย. เวลา 15:48 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

🛑 เมื่อสิ่งที่คุณเรียกว่า Product Management…อาจเป็นแค่ “Bullsh*t Management”

เมื่อโลกไม่ต้องการ “คนจัดการงาน” แต่ต้องการ “คนสร้าง Impact”
ในโลกการทำงานปี 2026 มีคำถามหนึ่งที่คนสาย Product ควรถามตัวเองอย่างจริงจังมากที่สุดคือ
“สิ่งที่เราทำอยู่ทุกวัน…มันสร้างคุณค่า หรือแค่ทำให้ดูเหมือนเรากำลังทำงาน?”
คำถามนี้ไม่ใช่คำถามเล่นๆ เพราะ David Pereira หนึ่งใน Product Thinker ระดับโลก ได้โยนประโยคที่กระแทกวงการอย่างแรงว่า
“What people often call product management, I call bullshit management.”
นี่ไม่ใช่แค่คำวิจารณ์ แต่มันคือการ “ฉีกหน้ากาก” ของงานจำนวนมากที่องค์กรเข้าใจผิดมาตลอด
📉 1. ภาพลวงตาของ “Bullsh*t Management”
องค์กรจำนวนมากกำลังชื่นชมสิ่งที่ “ดูดี” แต่ไม่สร้างคุณค่า
ลองถามตัวเองตรงๆ ว่า ทีมของคุณกำลังทำสิ่งเหล่านี้หรือไม่?
* เขียน PRD ได้สวย แต่ไม่รู้ว่าลูกค้าได้อะไรจริง
* มี roadmap เต็มปี แต่ไม่รู้ว่าอะไรจะ work
* ปล่อย feature ต่อเนื่อง แต่ usage ไม่เพิ่ม
* วัด success ด้วย velocity แต่ไม่เคยวัด impact
* ประชุมทั้งวัน แต่ไม่เคยคุยกับลูกค้า
ปัญหาไม่ใช่สิ่งเหล่านี้ “ผิด” แต่คือ…
มันกลายเป็น “เป้าหมาย” แทนที่จะเป็น “เครื่องมือ”
สิ่งที่เกิดขึ้นจริง
* ทีม optimize เอกสาร แทนการแก้ปัญหา
* ทีม optimize output แทน outcome
* ทีม optimize activity แทน value
สุดท้ายองค์กรจะได้
“Feature Factory” ที่ผลิตของออกมา…แต่ไม่มีใครอยากใช้
⚙️ 2. Product Management ของจริง = Impact Management
องค์กรระดับโลกไม่ได้สนใจว่าคุณทำอะไร แต่สนใจว่า
“คุณทำให้ธุรกิจดีขึ้นหรือไม่?”
แก่นของ Product Management จริงมีแค่ 3 อย่าง
1. Context over Control
ไม่ใช่สั่งว่า “ต้องทำอะไร”
แต่ทำให้ทีมเข้าใจว่า
* เราแก้ปัญหาอะไร
* ปัญหานั้นสำคัญแค่ไหน
* ถ้าแก้ได้ จะ impact ธุรกิจยังไง
2. Outcome over Output
* ไม่ใช่ปล่อย feature กี่ตัว
* แต่คือ metric ขยับหรือไม่
เช่น
* retention ดีขึ้นไหม
* conversion เพิ่มหรือไม่
* cost ลดลงหรือเปล่า
3. Focus over Busyness
ทีมที่ดีไม่ใช่ทีมที่ “ยุ่งตลอดเวลา”
แต่คือทีมที่เลือกทำ “สิ่งสำคัญที่สุด”
Product Manager ที่เก่ง ไม่ได้ทำเยอะ แต่ “เลือกถูก” ว่าควรทำอะไร
🧠 3. กับดักที่คนเก่งหลุดไม่พ้น?
ความอันตรายของ Bullsh*t Management คือ
มันทำให้คุณ “ดูเก่ง”
* เอกสารดี
* ส่งงานตรงเวลา
* ไม่มี conflict
* stakeholder happy
คุณจะได้
* คะแนนประเมินดี
* คำชม
* ความสบายใจระยะสั้น
แต่สิ่งที่คุณจะ “ไม่ได้” คือ
* การเติบโตจริง
* ความน่าเชื่อถือเชิงธุรกิจ
* และตำแหน่งผู้นำ
เพราะในสายตาผู้บริหาร คนที่
* ไม่กล้าปฏิเสธ
* ไม่กล้าตัดสินใจ
* ไม่กล้าเดิมพัน
คือคนที่ “บริหารงานได้” แต่ “นำองค์กรไม่ได้”
📌 กรณีศึกษา "เมื่อ Output ไม่เท่ากับ Impact"
1) Feature ที่ “ส่งครบ”…แต่ไม่มีคนใช้
หลายองค์กรลงทุนสร้าง feature ใหม่ตาม roadmap ที่วางไว้ล่วงหน้าเป็นปี
* ใช้เวลา dev หลายเดือน
* ผ่าน process ครบทุกขั้น
* launch ได้ตรงเวลา
แต่หลัง launch กลับพบว่า
* adoption ต่ำมาก
* user ไม่เข้าใจว่ามีไว้ทำอะไร
* ไม่มีผลต่อ KPI หลักของธุรกิจ
สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ
ทีม “ทำงานครบ” แต่ “ไม่ได้แก้ปัญหา”
นี่คือตัวอย่างคลาสสิกของ Feature Factory
2) Roadmap ที่ “เต็ม” แต่ไร้ความหมาย
บางองค์กรมี roadmap 4 ไตรมาสที่แน่นมาก
* มี feature เต็ม backlog
* มี timeline ชัดเจน
* มี commitment กับ stakeholder ครบ
แต่ปัญหาคือ
* โลกเปลี่ยนเร็วกว่าที่วางแผน
* assumption ที่ตั้งไว้ตอนต้น “ใช้ไม่ได้แล้ว”
* ทีมยังเดินตาม roadmap เดิม เพราะ “สัญญาไว้แล้ว”
ผลลัพธ์คือ
ทีมกำลัง “ทำสิ่งที่ไม่ควรทำ…อย่างมีประสิทธิภาพ”
3) Product Pivot ที่เกิดขึ้น “ช้าเกินไป”
มีหลายกรณีที่ทีมรู้ว่า product ไม่ work
* metric ไม่ขยับ
* user feedback ไม่ดี
* retention ต่ำ
แต่ยัง “ฝืนทำต่อ” เพราะ
* ลงทุนไปแล้ว
* stakeholder ยังอยากได้
* กลัวเสียหน้า
สุดท้ายองค์กรเสีย
* เวลา
* เงิน
* และโอกาส
ทั้งที่สิ่งที่ควรทำคือ “pivot ให้เร็ว” ตั้งแต่เห็นสัญญาณแรก
Insight จากทั้ง 3 case
* การทำงานครบ ≠ การสร้างคุณค่า
* การมี roadmap ≠ การมีทิศทางที่ถูกต้อง
* การไม่ pivot = ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุด
🚀 4. เส้นแบ่งของคน Top 1%
Product Leader ระดับ Top 1% จะมีพฤติกรรมที่ต่างอย่างชัดเจน
พวกเขาจะ
* กล้าพูด “NO” กับสิ่งที่ไม่สร้าง value
* กล้าท้าทาย stakeholder ด้วยข้อมูล
* กล้าทดลอง แม้ยังไม่แน่ใจ 100%
* กล้า kill feature ที่ไม่ work
และที่สำคัญที่สุด
พวกเขา “รับผิดชอบผลลัพธ์” ไม่ใช่แค่ “รับผิดชอบงาน”
✨ คุณกำลัง “สร้างคุณค่า” หรือ “ผลิตขยะดิจิทัล”?
Product Management ไม่ใช่การจัดการ backlog
ไม่ใช่การเขียน PRD
และไม่ใช่การทำ roadmap
ทั้งหมดนั้นเป็นแค่ “เครื่องมือ”
แก่นจริงคือ
การค้นหาและขับเคลื่อน “สิ่งที่สร้างคุณค่า” ให้เกิดขึ้นจริง
ในโลกที่ AI ทำงานแทนคนได้มากขึ้น
คนที่รอดไม่ใช่คนที่ “ทำงานเก่งที่สุด”
แต่คือคนที่
“สร้าง impact ได้ชัดที่สุด”
โลกไม่ได้ให้รางวัลกับคนที่ “ทำงานครบ” แต่ให้รางวัลกับคนที่ “ทำให้ธุรกิจดีขึ้น”
และถ้าวันนี้คุณยังภูมิใจกับการส่งงานตรงเวลา
แต่ไม่รู้ว่ามันสร้างอะไรให้ธุรกิจ
บางที…
คุณอาจไม่ได้ทำ Product Management
คุณแค่กำลังทำ
“Bullsht Management”
#วันละเรื่องสองเรื่อง #ProductManagement #ExecutiveMindset #OutcomeOverOutput #ValueCreation #Leadership
📚 Source / Reference
* "What people often call product management, I call bullshit management" (David Pereira, Jan 2026):แนวคิดเชิงวิพากษ์จากนักยุทธศาสตร์และ Product Leader ระดับโลก ที่ตีแผ่เส้นแบ่งความแตกต่างระหว่างการทำงานแบบ Feature Factory (ผลิตชิ้นงานตามสั่ง) กับการทำงานแบบ Empowered Teams ที่มุ่งเน้นการสร้าง Business Impact อย่างแท้จริง
โฆษณา