2 พ.ค. เวลา 04:10 • นิยาย เรื่องสั้น

เรื่องที่ 2

มากันที่เรื่องต่อไปกันดีกว่า แต่ขอบอกก่อนเรื่องนี้มี Trigger Warning เรื่องของเด็กมอปลายนะ ถ้าไม่ไหวผ่านได้เลย
กาลครั้งหนึ่งเมื่อไม่นานมากอีกแล้ว เหตุเกิดเมื่อไม่นานนี้
มีเด็กชายคนหนึ่ง ชื่อบิล อายุ 18 ปี เป็นเด็กร่าเริง สดใส ปัจจุบันบิลอาศัยอยู่กับแม่และพ่อที่อพาร์ทเม้นท์เก่าๆ แห่งหนึ่ง
แม่ของบิลทำงานเป็นแม่บ้านในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง พ่อของบิลทำงานเป็นยามในบริษัทเอกชนเดียวกันกับแม่
ทุกวันของหลังเลิกเรียนบิลจะเดินเท้ากลับบ้านเพราะเนื่องจากอพาร์ทเม้นท์กับโรงเรียนอยู่ใกล้กันมาก เดินแค่ 400 เมตรก็ถึงแล้ว
วันนี้บิลเดินเท้ากลับบ้านตามปกติ และเมื่อกลับมาถึงห้องสิ่งแรกที่เขามักจะทำประจำก็คือการแวะไปทักทายพี่สาวข้างห้อง
ห้อง 340 ห้องของพี่สาวคนสวยที่ทุกคนในอพาร์ทเม้นท์ไม่ค่อยชอบขี้หน้า บิลก็ไม่เข้าใจว่าพวกผู้ใหญ่ว่าเพราะอะไร
ก๊อกๆๆๆ
บิลเคาะห้องของพี่สาวสี่ครั้ง เป็นการบ่งบอกว่าเป็นเขาเองที่มา
บานประตูเก่าค่อยๆ แง้มออกพร้อมกับดวงตาสองคู่ๆ ที่โผล่ออกมา
“สวัสดีครับพี่นิล” เสียงใสของเด็กหนุ่มเอ่ยทัก ดวงตาทั้งสองข้างกรอกมองรอบๆ ก่อนจะเปิดประตูเชิญให้บิลเข้ามาในห้อง
ภายในห้อง 340 ยังคงรกและมีแต่ข้าวของเยอะแยะมากมายเหมือนเดิม แต่บิลก็ไม่ได้สนใจ
ปกติบิลจะมานั่งเล่น เล่นเกมส์ นอนเล่นในห้องพี่นิลเป็นประจำ เพราะอยู่ห้องตัวเองคนเดียวก็เบื่อ อีกอย่างห้องพี่นิลก็มีของเล่นเยอะด้วย เล่นแก้เบื่อได้ตลอดเลย
“วันนี้ผมแวะซื้อขนมมาให้พี่นิลด้วยครับ” บิลหยิบถุงขนมออกมาให้พี่สาวคนสวย นิลรับมายกยิ้มให้เขา “ขอบคุณนะบิล”
บางทีบิลก็ไม่เข้าใจ พี่นิลออกจะสวยและใจดี ทำไมคนในอพาร์ทเม้นท์ถึงไม่ค่อยชอบพี่เขากันนักนะ
“ปิดเทอมรึยัง” พี่นิลเอ่ยถามพลางยื่นถาดเค้กมาให้ “ปิดแล้วครับ คราวนี้ผมจะได้มาสิงที่ห้องพี่นิลทุกวันเลย”
“มาอยู่ห้องพี่ทุกวันแบบนี้แม่จะไม่ว่าเอาหรอ”
“แม่ไม่รู้หรอกครับ หรือต่อให้รู้ผมก็จะมาอยู่ดี” พี่นิลยกยิ้มเบาๆ “จ้าๆ”
หลังจากนั้นในตอนกลางวันบิลก็แวะแอบไปนั่งเล่นในห้องพี่นิลทุกวัน และจนวันหนึ่งจู่ๆ วันนี้แม่ดันกลับจากที่ทำงานมาไวกว่าปกติทำให้เห็นบิลที่กำลังออกมาจากห้องนิล
แม่รีบวิ่งขึ้นมายังชั้น 3 และคว้าแขนของบิลทันที “ทำอะไรน่ะบิล! แม่บอกกี่ครั้งว่าอย่าไปคุยกับมันทำไมไม่ฟังเลยห๊ะ!”
“อะไรของแม่เนี่ย! พี่นิลเขาไม่ได้ทำอะไรผมสักหน่อยนะ”
“แล้วแกรู้ได้ไงว่ามันไม่ได้ทำอะไรแกน่ะห๊ะ!! มันอาจจะทำร้ายแกตอนที่แกไม่รู้เรื่องก็ได้” บิลที่ได้ยินประโยคของแม่ถึงกับงง
“อะไรของแม่เนี่ย! แล้วแม่รู้ได้ไงว่าพี่นิลทำอะไรผม แม่เห็นหรอ หรือแอบติดกล้องเอาไว้ แม่ไม่ได้อยู่บ้านแม่จะมารู้ได้ไง”
“ยังจะเถียงอีก!! เป็นเด็กเป็นเล็กใครสั่งใครสอนให้เถียงผู้ใหญ่ห๊ะ!” พูดจบคนเป็นแม่ก็หยิกแขนลูกชายจนบิลแทบร้อง
“เจ็บ!!”
“เจ็บสิจะได้จำ! เข้าห้องไปเลยนะ! แล้วต่อไปนี้ห้ามไปยุ่งกับมันอีก ไม่งั้นจะให้นิติมาไล่มันออก” บิลได้แต่จิ๊ปากยอมกลับเข้าห้องไปเพื่อตัดปัญหา
เนี่ย พวกคุณเข้าใจรึยังว่าทำไมเด็กคนถึงบอกไม่เข้าใจพวกผู้ใหญ่ ก็ดูสิ พอเถียงไม่ได้ก็แถเถียงให้ชนะให้ได้ ไร้เหตุผลสิ้นดี
หลังจากทะเลาะกับแม่วันนั้นใช่ว่าบิลจะเชื่อฟังแม่ ไม่เลย เขาไม่ฟัง แต่ใช้วิธีแอบไปหาพี่นิลเอา ไปแบบไม่มีใครเห็นไม่มีใครรู้ และแน่นอนว่ามันได้ผล
แม่ไม่รู้ พ่อไม่รู้ คนอื่นๆ ในอพาร์ทเม้นท์ไม่รู้ ส่วนวิธีนั้นมันก็คือบิลปีนระเบียงไปห้องพี่นิลและเข้าทางด้านหลังแทน
เห็นมั้ย ไม่มีใครเห็นไม่มีใครรู้ล่ะ
ผ่านมาอีกสองสัปดาห์โรงเรียนของบิลมีกิจกรรมตรวจสุขภาพประจำปี บิลที่วันนี้อาการผิดปกติเลยหันไปคุยเพื่อน
“มึง กูจุกท้องน้อยว่ะ”
“เป็นไรวะ จุกมากเปล่า”
“ก็ไม่นะ”
“แล้วมีอย่างอื่นอีกมั้ย”
“ก็มีปวดๆ ตูดอ่ะ”
“กูว่าตอนตรวจมึงบอกหมอดีกว่า จะได้ให้เขาตรวจด้วยเลย”
“กูก็ว่างั้นแหละ”
พอถึงคิวตรวจของบิลก็ได้บอกอาการตามที่ได้คุยกับเพื่อน คุณหมอเลยได้ทำการตรวจบริเวณนั้นและได้พบกับสิ่งที่หน้าตกใจ
บริเวณรูทวารของบิลมีอาการช้ำ แดง เหมือนว่าได้ถูกของบางอย่างสอดใส่เข้าไป คุณหมอเลยซักถามบิลอย่างละเอียด
“เรามีแฟนมั้ย”
“ไม่มีครับ”
“แล้วก่อนหน้านี้ได้ไปเที่ยวหรือไปหาใครบ้างรึเปล่า”
“เอ่อ…” ถ้าจะมีก็คงแต่ห้องพี่นิลแหละ และช่วงนี้บิลก็ไม่ค่อยได้ไปเล่นกับเพื่อนหลังเลิกเรียนด้วย แต่ถ้าบอกหมอไปบางทีแม่อาจจะรู้ แต่ถ้าไม่บอกเขาก็จะไม่รู้ว่าเป็นอะไร
“มีไปเล่นห้องพี่ข้างๆ ครับ”
“บ่อยมั้ยครับ”
“บ่อยครับ”
“เล่นแบบไหนบอกหมอหน่อยครับ”
“แค่ไปนั่งเล่น ดูทีวี เล่นบอร์ดเกมส์ครับ”
“ไม่มีอะไรนอกจากนั้นเนาะ”
“ครับ”
“หมออาจจะต้องเรียกผู้ปกครองมาคุยเบื้องต้น แล้วอาจจะต้องตรวจละเอียดกว่านี้นะ คงไม่มีปัญหาใช่มั้ย” บิลเม้มปากแน่นอยากจะพูดเสียเหลือเกินว่ามีแน่ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจาก
“ครับ”
“โอเค เดี๋ยวหมอขอคุยกับทางอาจารย์ประจำชั้นเราก่อนนะ”
หลังจากที่คุณหมอไปพูดคุยกับอาจารย์ประจำชั้น และได้ทำการเรียกผู้ปกครองของบิลมารับทราบ แน่นอนว่าพอแม่รู้เรื่องนี้ก็ถึงกับทรุด
“นี่มันเรื่องอะไรเนี่ยห๊ะ!! แม่บอกแล้วใช่มั้ยว่าห้ามไปเล่นกับมันทำไมไม่ฟังห๊ะ!!” แม่เตรียมง้างมือจะฟาดบิลทำให้พ่อและอาจารย์คนอื่นๆ ต้องรีบเข้ามาห้าม
“ใจเย็นๆ ก่อนนะครับคุณแม่ ตอนนี้ผลยังไม่ออกมาว่าใครเป็นคนทำนะครับ”
“มันจะมีใครได้อีกล่ะคุณหมอ ก็อีพี่ข้างห้องเนี่ยแหละ”
“ผมเข้าใจที่คุณแม่เครียดนะครับ แต่ถึงกระนั้นยังไงเราก็ต้องทำการสืบสวนเพื่อหาความจริงก่อนนะครับ”
แม่เหมือนจะสงบลงหลังจากที่ได้ยินคุณหมอพูด แต่คิดว่าภายในใจของแม่น่าจะยังโกรธและโมโหพี่นิลอยู่แน่ๆ
ในวันเดียวกันนั้นทางตำรวจได้ทำการพาตัวพี่นิลไปทำการสอบสวนเพื่อหาความจริง และยังได้ทำการติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในของครอบครัวบิลด้วย เนื่องจากทางตำรวจได้ข้อมูลจากเพื่อนๆ ของบิลมาว่าแม่ชอบดุด่าคนในบ้านเลยต้องการสอดส่องดูพฤติกรรมของผู้เป็นแม่ด้วย
ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่พี่นิลถูกจับไปสอบสวน ทุกอย่างเหมือนจะปกติจนกระทั่งวันหนึ่ง บิลตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดส่วนนั้นและด้านลังอีกแล้ว และเหมือนจะอาการหนักขึ้นด้วย
ตอนแรกบิลจะไม่บอกแม่ แต่ก็ไม่ได้เพราะแม่เล่นจี้ถามทุกวันเลยต้องบอก และคำตอบจากแม่มันก็ไม่ได้ต่างจากเดิมๆ มากเท่าไหร่นัก
“นี่แกแอบไปหานางนั่นใช่มั้ย!” บิลขมวดคิ้วปม “ผมไม่ได้ไปสักหน่อย แม่เลิกใส่ร้ายพี่นิลได้แล้ว”
“นี่แกเข้าข้างมันเรอะ!”
“พอได้แล้ว!”
มันเป็นแบบนี้ประจำ แม่เอาแต่โทษพี่นิล โทษบิล โทษทุกคนยกเว้นตัวเอง
และวันนี้ก็มาถึง วันที่ผลตรวจและการสืบสวนเสร็จสิ้นลงจนสามารถหาคำตอบได้ว่าเป็นต้นเหตุจากสิ่งใด
“จากการเฝ้าดูพฤติกรรมและสอบสวน พบว่าคุณนิลไม่มีความผิดครับ”
“จะเป็นไปได้ไงคะ! ก็ในเมื่อคนที่ลูกฉันไปคลุกคลีมันก็มีแต่อีนั่นคนเดียวนี่” คุณตำรวจที่ได้ยินถึงกับถอนหายใจ
“คุณแม่ครับฟังผมก่อน นั่นมันเมื่อก่อน แต่ล่าสุดเราได้ย้ายคุณออกมาจากอพาร์ทเม้นต์แล้ว ซึ่งหมายความว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่บิลกับคุณนิลจะเจอกันได้เลย เพราะฉะนั้นผู้กระทำไม่ใช่คุณนิลแน่ๆ”
“แล้วมันจะเป็นใครไปได้อีกคะ”
“ลูกชายคุณนั่นแหละครับ ทำเอง”
คำตอบของคุณตำรวจทำเอาทุกคนช็อค พูดไม่ออก
“ม-หมายความว่ายังไงคะ”
“เดี๋ยวผมให้ทางคุณหมอจิตเวชอธิบายนะครับ” ไม่นานคุณหมอจิตเวชก็เข้ามาในห้อง คุณหมอพิมพ์อะไรบางอย่างโน๊ตบุ๊คก่อนจะหันหน้าจอมาทางครอบครัวของบิล
มันคือวิดีโอจากกล้องวงจรปิดที่ถ่ายภายในห้องของครอบครัวบิล
“ผมขออนุญาตให้ดูวิดีโอนี่ก่อนนะครับ”
วิดีโอเล่นไปเรื่อยๆ บนเตียงนอนของพ่อแม่นอนปกติ และบนฟูกบิลก็นอนหลับแกติ แต่ทว่าผ่านไปไม่กี่นาทีบิลก็ลุกจากฟูกตรงไปที่โต๊ะเครื่องแป้งปลายเตียง ก้มทำอะไรบางอย่างก่อนจะเดินโซซัดโซเซเข้าไปโซนครัว
และสิ่งที่บิลกำลังทำต่อไปนี้ทำเอาพ่อและแม่รวมถึงบิลช็อคไปตามๆ กัน
นั่นก็คือ บิลกำลังใช้ของบางอย่างที่มีลักษณะแท่งยาวๆ ...ตัวเอง
คุณอ่านไม่ผิด บิล-กำลัง-...-ตัวเอง
“น-นี่มันอะไรกัน” แม่แทบลมจับ ถึงขั้นต้องหยิบยาลมขึ้นมากิน
“อาการแบบนี้ในทางการแพทย์เรียกว่า Sexsomnia หรือภาวะละเมอมีเพศสัมพันธ์ครับ มันจัดอยู่ในกลุ่มความผิดปกติของการหลับลึก โดยปกติสมองของเราจะมีสองส่วนถูกมั้ยครับ คือสมองที่เอาไว้ควบคุมสติสัมปชัญญะกับสมองที่เอาไว้ควบคุมสัญชาตญาณดิบและการเคลื่อนไหว
แต่ทีนี้สมองส่วนที่ควบคุมสัญชาตญาณดิบและการเคลื่อนไหวมันดันตื่น ร่างกายจึงแสดงพฤติกรรมทางเพศออกมาโดยที่น้องไม่รู้ตัวและตามที่เราเห็นในวิดีโอเลยครับ แล้วพอตื่นขึ้นมาสมองจะตัดภาพทำให้จำเหตุการณ์ไม่ได้เลยแต่ระบบประสาทสัมผัสทางกายภาพอย่างเช่น ความเจ็บปวดหรือร่องรอยของบาดแผลมันยังคงอยู่ครับ”
“ทำไม…ทำไมลูกฉันถึงเป็นได้ล่ะ หรือเพราะอีนั่นมันทำอะไรลูกฉัน!” แม่ก็ยังไม่วายจะโทษพี่นิลอยู่ จนคุณหมอต้องอธิบายต่อ
“อาการที่น้องเป็นสาเหตุหลักของโรคนี้ มักมาจากความเครียดสะสม บาดแผลทางจิตใจและความวิตกกังวลครับ จากประวัติดูเหมือนสภาพแวดล้อมที่บ้านจะไม่ดีเท่าที่ควร โดยเฉพาะคุณแม่ที่เอาแต่ด่าว่าคนในบ้านอยู่เสมอๆ แถมยังใช้ความรุนแรงและคอยจ้องจะโยนความผิดให้คนอื่นตลอดเวลา ทำให้เป็นสาเหตุให้น้องเกิดภาวะเครียดเรื้อรัง ตอนกลางวันน้องต้องพยายามกดทับความรู้สึกและอารมณ์พวกนี้ไว้เพื่อเอาตัวรอด และเมื่อหลับสนิท
พอสมองส่วนที่ควบคุมสติสัมปชัญญะหยุดทำงานปุ๊บ กลไกป้องกันตัวทางจิตที่ถูกกดทับไว้จึงหาทางระบายออก ส่งผลให้เกิดความผิดปกติในการนอนหลับ ซึ่งในเคสนี้ร่างกายเลือกที่จะระบายความเครียดออกมาในรูปแบบของพฤติกรรมทางเพศครับ”
ยิ่งฟังก็ยิ่งช็อค ใครจะคิดว่าเด็กม.6 ที่แสนจะสดใจกลับมาเป็นโรคทางจิตเวชแบบนี้ แถมต้นเหตุมันก็ไม่ใช่ใคร ก็คือแม่นั่นแหละ ตัวต้นเหตุที่แท้จริง
“ส่วนเรื่องคุณนิลที่ทางคุณแม่กล่าวหาคุณนิล หมอได้ทำการตรวจอย่างละเอียด เธอมีอาการทางจิตเวชก็จริง แต่ว่าเธอไม่ได้ทำร้ายน้องเลย พอเธอเห็นว่าน้องมีอาการนั้นเลยชวนน้องเข้าไปในห้องเพื่อคอยช่วยให้น้องไม่แสดงพฤติกรรมนั้นออกมา เช่น คอยช่วยหาอะไรให้น้องเล่นเพื่อลดความเครียด หรือพยายามทำให้น้องไม่หลับอะไรแบบนี้ครับ จะสังเกตได้ว่าช่วงที่น้องไปหาเธอน้องแทบไม่มีอาการเลย”
“จริงๆ คุณแม่ต้องขอบคุณเธอด้วยซ้ำนะ ที่เขาคอยช่วยน้อง” คุณตำรวจช่วยเสริม
แม่ไม่ตอบอะไรเอาแต่พึมพำอะไรบางอย่างออกมาไม่หยุด จู่ๆ นายตำรวจก็มาหิ้วแม่ออกไปเพื่อทำการสืบสวนต่อและส่งบิลต่อให้ทางคุณหมอรักษา
“หนูไม่ต้องกลัวนะ ต่อจากนี้คุณหมอจะช่วยรักษาเราเอง” บิลแหงนมองหน้าพี่พยาบาลด้วยความสับสนงงงวยก่อนจะพยักหน้าตอบไป “ครับ”
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… ก่อนจะชี้หน้าด่าหรือโยนความผิดให้คนอื่น หัดส่องกระจกดูพฤติกรรมตัวเองซะบ้าง บางทีปีศาจร้ายที่ทำลายชีวิตเด็กคนนึง ไม่ใช่คนแปลกหน้าข้างห้องหรอก แต่เป็นคนที่เรียกตัวเองว่าแม่นั่นแหละ
เดี๋ยว แล้วพี่นิลแกเห็นได้ไงวะว่าบิลเป็น Sexsomnia

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา