1 พ.ค. เวลา 11:28 • ธุรกิจ

🛑 ถ้าคุณไม่กล้า “ฆ่า” โปรเจกต์… คุณก็ไม่มีวันสร้าง “นวัตกรรม” ได้

ถอดรหัสจาก Alexander Osterwalder “เมื่อการทำนวัตกรรมไม่ใช่เป้าหมาย และ AI ไม่ใช่กลยุทธ์ทางธุรกิจ”
ในยุคที่ทุกองค์กรถูกเร่งเร้าด้วยกระแส AI ผู้บริหารหลายคนเกิดภาวะ "FOMO (Fear of Missing Out)" และกระโดดเข้าสู่วงจรการทำนวัตกรรมแบบคนตาบอดคลำช้าง เราเห็นหลายทีมพยายามยัด AI เข้าไปในโปรดักต์เพียงเพื่อให้ดูทันสมัย โดยไม่เคยตอบคำถามที่สำคัญที่สุดได้เลยว่า "เรากำลังทำสิ่งนี้ไปเพื่ออะไร?"
เมื่อเร็วๆ นี้ มีบทสนทนาที่น่าสนใจมากระหว่างคนทำงานสายโปรดักต์กับ Alexander Osterwalder (CEO ของ Strategyzer และผู้เขียนหนังสือระดับตำนานอย่าง The Invincible Company, Link : https://open.substack.com/pub/dpereira/p/if-you-cant-kill-projects-you-cant) ซึ่งได้กะเทาะเปลือกความจอมปลอมของการทำ "นวัตกรรม (Innovation)" ในยุค AI ออกมาได้อย่างเจ็บปวดและตรงไปตรงมาที่สุด
หากคุณเป็นผู้บริหารที่กำลังหลงทางอยู่กับคำว่านวัตกรรม นี่คือ "ความจริงเชิงโครงสร้าง" 5 ประการ ที่จะเปลี่ยนวิธีคิดของคุณไปตลอดกาลครับ
====
📉 1. “นวัตกรรม” ไม่ใช่เป้าหมายของธุรกิจ
ความเข้าใจผิดที่แพงที่สุดขององค์กรไทย คือการตั้งเป้าหมายว่า "ปีนี้เราต้องสร้างนวัตกรรม" Alex ตอกย้ำชัดเจนว่าการสร้างนวัตกรรมไม่ใช่เป้าหมาย (The goal is not to innovate) เป้าหมายที่แท้จริงมีเพียงหนึ่งเดียว คือ "เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ (Strategic Goal)" ที่ต้องตอบโจทย์ 2 ด้านเสมอ
1. สร้างคุณค่าให้ลูกค้า (Create value for customers)
2. เก็บเกี่ยวผลกำไรกลับสู่ธุรกิจ (Capture value for business)
“ถ้าโปรเจกต์ล้ำยุคที่คุณทำ ไม่สามารถทำให้คนยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อได้… สิ่งนั้นไม่ใช่นวัตกรรม แต่มันคือ ‘งานอดิเรกราคาแพง’ ของผู้บริหารครับ”
====
🤖 2. AI ≠ Strategy: เมื่อการก๊อปปี้ง่ายขึ้น “ป้อมปราการ” จึงสำคัญที่สุด
หลายคนบอกว่า AI จะเปลี่ยนทุกอย่าง... Alex บอกว่า "AI เปลี่ยนทุกอย่าง และไม่เปลี่ยนอะไรเลย" สิ่งที่ AI เปลี่ยน คือ "ความเร็วในการสร้าง (Cost of Building)" วันนี้ใครๆ ก็สามารถเขียนโค้ดและสร้างโปรดักต์ได้ในชั่วข้ามคืน
แต่สิ่งที่ไม่เปลี่ยน คือ "ความสามารถในการแข่งขันระยะยาว" เมื่อคู่แข่งสามารถก๊อปปี้โมเดลธุรกิจคุณได้ง่ายขึ้นด้วย AI ความท้าทายใหม่จึงไม่ใช่การสร้างของให้เร็วที่สุด แต่คือ "การปกป้องป้อมปราการ (Protecting your moats)" และสร้างความแตกต่าง (Differentiation) ที่ AI ไม่สามารถเลียนแบบได้
====
🧠 3. หยุดใช้ AI มโนแทนลูกค้าจริง
ด้วยความสามารถของ LLM ปัจจุบัน ทีมโปรดักต์หลายทีมเริ่มขี้เกียจ พวกเขาใช้ AI จำลองเป็นลูกค้า (Synthetic Users) เพื่อทำ User Interview หรือเทสต์ไอเดีย
นี่คือหายนะของการทำโปรดักต์ครับ!
AI สามารถให้คำตอบที่ "น่าจะเป็นไปได้" แต่ไม่สามารถให้ "ความจริงที่ซ่อนอยู่ในบริบท (Contextual Reality)" ได้ ท้ายที่สุดแล้ว คุณไม่มีทางหนีพ้นการลงสนามไปคุยกับ "มนุษย์จริงๆ" ที่มีอารมณ์ มีปัญหา และมีอำนาจตัดสินใจจ่ายเงิน
====
🗑️ 4. ถ้าไม่กล้าสับสวิตช์ทิ้ง ก็อย่าริทำของใหม่
นี่คือ "คำสาป" ขององค์กรขนาดใหญ่ “การฆ่าไอเดียบนกระดานไวต์บอร์ดเป็นเรื่องง่าย... แต่การ "ฆ่าโปรเจกต์" ที่มีงบประมาณ มีคนทำ และมีผู้บริหารหนุนหลังอยู่ เป็นเรื่องที่ทำได้โคตรยาก”
“Explore” (การค้นหาอนาคต) และ “Exploit” (การรีดประสิทธิภาพจากของเดิม) คือเกมที่เล่นต่างกัน
ในการทำ Explore คุณต้องทดลองเยอะๆ และ "ต้องกล้าฆ่าโปรเจกต์ที่ไม่เวิร์กให้เร็วที่สุด" หากผู้บริหารไม่กล้าตัดหางปล่อยวัดโปรเจกต์ซอมบี้ องค์กรจะสูญเสียทรัพยากร (เงินและคนเก่ง) ไปอุดรูรั่ว จนไม่เหลือทรัพยากรไปสเกลโปรเจกต์ที่ชนะจริงๆ
====
📊 5. หลักฐานจริง ชนะ PowerPoint และ Excel เสมอ
องค์กรยุคเก่ามักจะพิจารณาอนุมัติโปรเจกต์นวัตกรรมจาก "แผนธุรกิจ 5 ปี (Spreadsheet Forecasts)" ที่วาดฝันตัวเลขสวยงาม
แต่องค์กรยุคใหม่ที่ชาญฉลาด จะอนุมัติการไปต่อจาก "หลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence)"
“การสเกลธุรกิจ ไม่ใช่สวิตช์ไฟที่คุณนึกอยากจะเปิดก็กดปุ่มเปิด (Scaling is not a light turned on)... แต่มันคือ ‘สิทธิ’ ที่คุณต้อง ‘คู่ควรจะได้รับ (Earned)’ หลังจากที่คุณพิสูจน์ได้ด้วย Data จริงจากตลาดแล้วเท่านั้น”
====
✨ คิดให้ดี…คุณกำลังบริหารนวัตกรรม หรือแค่เล่นขายของ?
ในโลกที่ AI เข้ามาเร่งความเร็วทุกอย่างให้เป็นระดับวินาที สิ่งที่องค์กรต้องการ ไม่ใช่ทีมงานที่ทำตามคำสั่งได้เร็วที่สุด
แต่ต้องการ "ผู้นำที่กล้าตัดสินใจในเรื่องที่ยากที่สุด"
* กล้าที่จะบอกว่าเป้าหมายไม่ใช่แค่การใช้ AI
* กล้าที่จะเดินออกไปคุยกับลูกค้าตัวจริง
* และที่สำคัญที่สุด... **กล้าที่จะ "ฆ่า" โปรเจกต์ที่เดินมาผิดทาง โดยไม่สนว่าใครจะเป็นเจ้าของโปรเจกต์นั้น
ถ้าองค์กรของคุณยังไม่สามารถสร้างวัฒนธรรม "การฆ่าโปรเจกต์อย่างปลอดภัยและโปร่งใส" ได้... ต่อให้คุณจะซื้อ AI ที่แพงที่สุดในโลกมาใช้ คุณก็จะทำได้แค่ผลิต "ขยะดิจิทัล" ที่ไม่มีใครต้องการ ได้เร็วขึ้นกว่าเดิมเท่านั้นเองครับ
#วันละเรื่องสองเรื่อง
#ExecutiveMindset
#InnovationStrategy
#ProductManagement
#ArtificialIntelligence
#FutureOfWork
====
📚 Source / Reference
* The Invincible Company & Strategyzer: แนวคิดเรื่อง Explore & Exploit Portfolio และหลักการบริหารจัดการนวัตกรรมระดับองค์กร โดย Alexander Osterwalder (CEO Strategyzer) ซึ่งเน้นย้ำความสำคัญของการทดลองบนฐานข้อมูลจริง (Evidence-based) และการตัดทิ้งโปรเจกต์ที่ไม่ตอบโจทย์ (Killing Projects) เพื่อจัดสรรทรัพยากรให้กับไอเดียที่สร้าง Business Value ได้อย่างแท้จริง
* AI & Innovation Discourse (2026): บทสนทนาสะท้อนมุมมองต่อปรากฏการณ์ AI ในวงการ Product Management ที่เน้นย้ำว่า AI เป็นเพียงเครื่องมือเร่งความเร็วทางวิศวกรรม แต่ไม่สามารถทดแทนการสร้างคุณค่าทางธุรกิจ (Value Proposition) และการทดสอบกับลูกค้าที่เป็นมนุษย์จริง (Real Customers) ได้
โฆษณา