Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เลาอยากเขียน
•
ติดตาม
8 พ.ค. เวลา 11:00 • ประวัติศาสตร์
Battle of Coral sea - ยุทธศาสตร์ Vs ยุทธวิธี และการถอดบทเรียนจากสหรัฐฯ กับญี่ปุ่นในยุทธนาวีดังกล่าว
หลังจากเหตุการณ์ที่เพิร์ล ฮาเบอร์ จักวรรดิญี่ปุ่นได้แผ่ขยายอาณาเขตออกไปอย่างมหาศาล ทางด้านทิศตะวันออกครอบคลุมครึ่งหนึ่งของมหาสมุทรแปซิฟิก ทางด้านทิศตะวันตกครอบครองพม่า เมืองท่าและเมืองเศรษฐกิจสำคัญ ๆ ของจีน ส่วนทางเหนือครอบครองดินแดนแมนจูเรีย เกาะซาฮาลินตอนใต้ ส่วนทางใต้ยึดได้ทั้งหมด สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนิเซีย ซึ่งพื้นที่เหล่านี้คือแหล่งทรัพยากรและพลังงานที่สำคัญที่สุดที่ช่วยเหลือหล่อเลี้ยงอุคสาหกรรมและเครื่องจักรสงครามของญี่ปุ่น
แม้ว่าพื้นที่จะขยายออกไปจนกว้างขวาง แต่ลึก ๆ ในใจแล้วญี่ปุ่นก็ยังรู้สึกไม่สบายใจ โดยเฉพาะบริเวณทวีปออสเตรเลีย ซึ่ง ณ ตอนนั้นออสเตรเลียได้กลายเป็นฐานทัพและกองบัญชาการส่วนหน้าของนายพลแม็คอาเธอร์ (Douglas MacArthur) ที่กำลังวางแผนโจมตีโต้กลับญี่ปุ่นในอนาคต
ทางญี่ปุ่นเองเคยมีการประชุมหารือเรื่องแผนการบุกยึดครองออสเตรเลียมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 1942 โดยแผนการดังกล่าวได้ถูกตีตกไปเพราะเนื่องจากกองทัพบกมองว่าแผนดังกล่าวต้องใช้ทรัพยากรอย่างมหาศาล ซึ่ง ณ ตอนนั้นกองทัพบกก็กำลังติดพันสงครามในจีนและพม่า หากต้องดึงกองกำลังออกมาจากทั้ง 2 แนวเพื่อมายึดออสเตรเลียอาจทำให้แนวรบดังกล่าวอ่อนแอลงจนอาจถูกโต้กลับได้
ด้วยเหตุนี้ทางเลือกเดียวที่จะทำให้ออสเตรเลียยอมจำนนหรือหมดสภาพที่จะต่อต้านญี่ปุ่นได้คือการปิดล้อมและตัดเส้นทางการขนส่งระหว่างออสเตรเลียกับสหรัฐฯ ซึ่งแผนนี้มีชื่อว่า “ปฏิบัติการ MO”กับ “ปฏิบัติการ FS” หากปฏิบัติการทั้งคู่ประสบความสำเร็จออสเตรเลียจะถูกตัดขาดทันที อาจทำให้ออสเตรเลียต้องยอมจำนนหรือถอนตัวออกจากสงครามเพราะไม่มีการสนับสนุนทางด้านทรัพยากรจากสหรัฐฯ และประเทศไม่สามารถแบกรับภาระจากการเป็นฐานทัพให้สหรัฐฯ เป็นเวลานานได้
ดังนั้น เพื่อให้เป้าหมายโดดเดี่ยวออสเตรเลียสำเร็จลุล่วง ญี่ปุ่นจึงเริ่มดำเนินปฏิบัติการ MO ในวันที่ 29 เมษายน 1942 ซึ่งได้ยึดเกาะทูลากิไว้ใช้สำหรับเป็นฐานทัพของเครื่องบินทะเลเพื่อสอดแนมพื้นที่รอบ ๆ
และสหรัฐฯ ในเวลานั้นเริ่มดักฟังและจับทางการเคลื่อนไหวของญี่ปุ่นได้บ้างแล้วจึงส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบิน (Task Force 17) ซึ่งบัญชาการโดย พลเรือตรี แฟรงค์ แจ็ค แฟลตเชอร์ ได้ส่งฝูงบินโจมตีใส่เกาะทูลากิ เพื่อทำลายเครื่องบินน้ำรวมถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ที่ญี่ปุ่นเตรียมสร้างฐานทัพไว้ ทำให้ขีดความสามารถในการสอดแนมของญี่ปุ่นลดลงอย่างมาก
การโจมตีของแฟลตเชอร์ทำให้ญี่ปุ่นรู้แล้วว่ากองเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ อยู่ในบริเวณนี้ จึงได้ส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินที่ 5 ซึ่งประกอบไปด้วยเรือบรรทุกเครื่องบินโชคาคุ และซุยคาคุ ออกตามล่ากองเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐฯ ซึ่งทั้ง 2 กองเรือได้ปะทะกันจริง ๆ ในวันที่ 8 พฤษภาคม 1942
ผลจากการปะทะในครั้งนั้นญี่ปุ่นสูญเสียเรือบรรทุกเครื่องบินเบาโชโฮ 1 ลำ เรือโซคาคุได้รับความเสียหายจนเครื่องบินไม่สามารถลงจอดได้ เครื่องบินสูญเสียไปทั้งหมด 92 ลำ ในขณะที่สหรัฐฯ สูญเสียเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดใหญ่ เล็กซิ่งตัน (CV-2) เรือบรรทุกน้ำมันและเรือพิฆาต 1 ลำ แม้จะเป้นการรบที่ใช้เวลาเพียง 1 วัน แต่ก็สามารถทำให้กองเรือจากทั้ง 2 ชาติหันหัวเรือกลับในสภาพที่สะบักสะบอม
วิเคราะห์ผลการรบ ใครแพ้ - ใครชนะ?
จากการวิเคราะห์ของหลาย ๆ ฝ่ายหลังจากการสู้รบที่ทะเลคอรัลจบลง ได้ข้อสรุปว่า
ฝั่งญี่ปุ่นได้ "ชัยชนะทางยุทธวิธี" เพราะถ้าเทียบน้ำหนักกันเพียวๆ การแลกเรือขนาดเล็กอย่าง “โชโฮ” กับเรือระดับซูเปอร์คลาสอย่าง “เล็กซิงตัน” ถือว่าญี่ปุ่นกำไรมหาศาล แต่ญี่ปุ่น “พ่ายแพ้ทางยุทธศาสตร์” เพราะกองทัพเรือญี่ปุ่นสูญเสียความสามารถในการรบทางอากาศ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อการสนับสนุนและคุ้มครองการยกพลขึ้นบกที่เมืองพอร์ตมอร์สบี การสูญเสียความสามารถดังกล่าวทำให้ญี่ปุ่นไม่สามารถปฏิบัติตามแผนที่วางไว้
ซึ่งก็คือการยึดพอร์ตมอร์สบีเพื่อใช้เป็นจุดยุทธศาสตร์ในการเป็นฐานบัญชาการส่วนหน้าเพื่อโดดเดี่ยวและตัดเส้นทางส่งกำลังบำรุงระหว่างสหรัฐฯและออสเตรเลียได้ และการที่เรือบรรทุกเครื่องบินสองพี่น้องอย่างโชคาคุและซุยคาคุหมดสภาพลงจากกการบดังกล่าวทำให้กองกำลังที่จะใช้โจมตีมิดเวย์ลดลงไปถึง 1 ใน 3
มาดูที่ฝั่งสหรัฐฯ ถึงแม้ว่าจะ “พ่ายแพ้ทางยุทธวิธี” อย่างการสูญเสียเรือบรรทุกเครื่องบินขนาดยักษ์อย่าง “เล็กซิงตัน” พร้อมกับเรือบรรทุกน้ำมันและเรือพิฆาตอย่างละลำ แต่สหรัฐฯ ก็ได้ “ชัยชนะทางยุทธสาสตร์” ด้วยการหยุดยั้งไม่ให้ญี่ปุ่นบุกยึดเมืองพอร์ตมอร์สบีได้ด้วยการทำลายขีดความสามารถทางอากาศของญี่ปุ่น
ด้วยการจมเรือบรรทุกเครื่องบินเบา “โชโฮ” ซึ่งทำหน้าที่คุ้มกันทางอากาศให้กับกองเรือลำเลียงพลขึ้นบก และการเข้าปะทะกับกองเรือบรรทุกเครื่องบินของญี่ปุ่นทำให้ขีดความสามารถในการครองอากาศของญี่ปุ่นถูกทำลายจนไม่สามารถดำเนินปฏิบัติการต่อไปได้ ทำให้ออสเตรเลียรอดพ้นจากปฏิบัติการโดดเดี่ยวและตัดเส้นทางส่งกำลังบำรุงของญี่ปุ่น และยังคงทำหน้าที่ฐานทัพหลักของสหรัฐฯ ต่อไปได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องทรัพยากรที่ใช้ในระหว่างนี้อีกด้วย
ถอดบทเรียน - เราได้รู้อะไรบ้างเกี่ยวกับยุทธนาวีครั้งนี้
ยุทธนาวีทะเลคอรัล (Battle of the Coral Sea) เป็นกรณีศึกษาที่คลาสสิกที่สุดในประวัติศาสตร์การทหาร เพราะมันคือ "จุดเปลี่ยน" ที่เปลี่ยนโฉมหน้าการรบทางเรือไปตลอดกาล นี่คือการถอดบทเรียนสำคัญของทั้งสองฝ่ายที่นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ต่างกันอย่างมหาศาลในสมรภูมิถัดไป
บทเรียนฝั่งสหรัฐอเมริกา: "นวัตกรรมและการปรับตัว"
สหรัฐฯ เข้าสู่สมรภูมินี้ในฐานะ "รอง" แทบทุกด้าน แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาได้ชัยชนะทางยุทธศาสตร์คือ:
ความสำคัญของข่าวกรอง (Intelligence is King): บทเรียนที่ใหญ่ที่สุดคือการที่สหรัฐฯ สามารถ ถอดรหัสลับ (JN-25) ของญี่ปุ่นได้ ทำให้ฝ่ายที่เสียเปรียบด้านจำนวน สามารถ "ดักซุ่ม" (Ambush) ในตำแหน่งที่ถูกต้องได้ นี่คือรากฐานที่นำไปสู่ชัยชนะที่มิดเวย์
ความเหนือชั้นของระบบกู้ภัย (Damage Control): ความแตกต่างระหว่างการจมของเล็กซิ่งตันและการรอดตานยของยอร์กทาวน์สอนให้สหรัฐฯ รู้ว่า "การออกแบบเรือและการฝึกลูกเรือกู้ภัย" สำคัญพอๆ กับอาวุธ สหรัฐฯ เริ่มติดตั้งระบบตัดการจ่ายน้ำมันการบิน (Avgas) ที่รวดเร็วขึ้น และฝึกให้ลูกเรือทุกคนเป็น "พนักงานดับเพลิง" ซึ่งต่างจากญี่ปุ่นที่ใช้หน่วยกู้ภัยเฉพาะทางเพียงไม่กี่คน
การบูรณาการกำลังรบ (Joint Operations): สหรัฐฯ เริ่มเรียนรู้การประสานงานระหว่างกองเรือ (Carrier Force) กับเครื่องบินลาดตระเวนจากบก (Land-based aircraft) แม้ในศึกนี้จะยังสับสนอยู่บ้าง แต่ก็เป็นบทเรียนในการสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังที่ครอบคลุมมากขึ้น
บทเรียนฝั่งญี่ปุ่น: "ความชะล่าใจและระบบที่เทอะทะ"
ญี่ปุ่นเข้าสู่สมรภูมิด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม (Victory Disease) แต่กลับทิ้งบทเรียนที่นำไปสู่ความพ่ายแพ้ไว้มากมาย
ความอันตรายของความเชื่อมั่นเกินเหตุ (Overconfidence): ญี่ปุ่น "เชื่อ" รายงานของนักบินที่ว่าจมเรืออเมริกาได้หมด โดยไม่มีการตรวจสอบย้อนกลับ (Double-check) ทำให้ประเมินกำลังศัตรูต่ำเกินไปในศึกต่อๆ มา นี่คือบทเรียนเรื่อง "Confirmation Bias" ในการบริหารจัดการระดับสูง
ระบบการบังคับบัญชาที่แยกส่วน (Fragmented Command): ญี่ปุ่นแบ่งกองเรือเป็นหลายส่วน (Mobile Force, Covering Group, Invasion Force) โดยที่แต่ละส่วนอยู่ห่างกันเกินไป ทำให้เมื่อเรือโชโฮถูกโจมตี กองเรือหลักไม่สามารถมาช่วยได้ทัน บทเรียนคือ "การรวมกำลังรบ (Concentration of Force)" เป็นสิ่งจำเป็นในยุคของเรือบรรทุกเครื่องบิน
ทรัพยากรบุคคลทดแทนไม่ได้ (The Pilot Attrition): ญี่ปุ่นเสียเครื่องบินไป 92 ลำ แต่ที่เสียหายหนักกว่าคือการเสีย "นักบินระดับหัวกะทิ" ญี่ปุ่นไม่มีระบบหมุนเวียนนักบินเก่งๆ กลับไปเป็นครูฝึก ทำให้เมื่อเสียยอดฝีมือไปแล้ว คุณภาพของกองทัพก็ดิ่งลงเหวทันที ต่างจากสหรัฐฯ ที่ดึงนักบินมือหนึ่งกลับไปสร้างคนรุ่นใหม่
บทเรียนร่วม : “รุ่งอรุณแห่งยุคการรบด้วยเรือบรรทุกเครื่องบิน”
สมรภูมินี้สอนบทเรียนที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์ให้ทั้งโลกเห็นว่า:
เรือประจัญบานหมดสมัยแล้ว: การรบที่ฝ่ายตรงข้ามไม่เห็นหน้ากันด้วยสายตา แต่สู้กันด้วยเครื่องบิน เป็นเครื่องยืนยันว่า "เรือบรรทุกเครื่องบิน" คือราชาองค์ใหม่ของมหาสมุทร
ชัยชนะทางยุทธวิธี vs ยุทธศาสตร์: ชัยชนะหน้างาน (จมเรือได้มากกว่า) ไม่มีค่าเลยหากเป้าหมายหลัก (การยึดพอร์ตมอร์สบี) ล้มเหลว บทเรียนนี้เตือนสติผู้บริหารและนักวางแผนว่า "อย่าลืมวัตถุประสงค์หลักของภารกิจ" เพียงเพื่อไปไล่ตามตัวเลขความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างทาง
การรบที่ทะเลคอรัล ถือเป็นจุดเริ่มต้นของรอยร้าวที่เกิดขึ้นในกองทัพเรือญี่ปุ่น ที่สุดท้ายแล้วรอยร้าวเหล่านี้จะกลายเป็นหายนะที่สำคัญที่ทำให้กองเรือที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ณ ขณะนั้นต้องพบกับจุดจบอย่างรวดเร็วและไม่น่าเชื่อในอีก 4 สัปดาห์ให้หลัง
History of United States Naval Operations in World War II, Vol. 4: Coral Sea, Midway and Submarine Actions" Samuel Eliot Morison
"The Two-Ocean War" โดย Samuel Eliot Morison
"Shattered Sword: The Untold Story of the Battle of Midway" โดย Jonathan Parshall & Anthony Tully
https://www.history.navy.mil/content/history/nhhc/research/library/online-reading-room/title-list-alphabetically/b/battle-of-the-coral-sea.html
https://www.navy.gov.au/about-navy/history/history-milestones/battle-coral-sea
https://www.britannica.com/event/Battle-of-the-Coral-Sea
#ประวัติศาสตร์ #สารคดี #สงครามโลก #สงครามโลกครั้งที่2 #สหรัฐอเมริกา #ญี่ปุ่น #สงครามแปซิฟิก #สงคราม
ประวัติศาสตร์
สงคราม
สหรัฐอเมริกา
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย