9 พ.ค. เวลา 17:33 • ไลฟ์สไตล์

ทำไมยิ่งเครียด…เรายิ่งอยากกดสั่งของ

บางคนเครียดแล้วกิน
บางคนเครียดแล้วนอน
แต่หลายคน…เครียดแล้ว “กดสั่งของ”
ทั้งที่บางครั้ง
ไม่ได้อยากได้มันเลยด้วยซ้ำ
แค่วันนั้นมันหนักไปหน่อย
งานไม่เป็นใจ
คนรอบตัวไม่เข้าใจ
หรือแค่รู้สึกว่า “ตัวเองไม่โอเค” แบบอธิบายไม่ได้
แล้วมือก็ไปเปิดแอปช้อปปิ้งเอง
เลื่อนดูไปเรื่อย ๆ
เหมือนกำลังหาอะไรสักอย่าง
ที่ตัวเองก็ไม่รู้ว่าคืออะไร
จนสุดท้ายก็ “กดซื้อ”
แปลกตรงที่
บางคนไม่ได้รู้สึกดีตอนของมาส่งด้วยซ้ำ
แต่รู้สึกดีตั้งแต่ “ได้มันมาอยู่ในอนาคตแล้ว”
แค่รู้ว่ามีพัสดุกำลังมา
ชีวิตก็เหมือนมีอะไรให้รอ
ทั้งที่จริง ๆ ก็ยังไม่ได้ดีขึ้นเลย
เพราะสิ่งที่เรากำลังซื้อ
อาจไม่ใช่ของ
แต่คือ “ช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ใจรู้สึกดีขึ้น”
เวลาคนเราซื้อของ
โดยเฉพาะในจังหวะที่อารมณ์ไม่ปกติ
สมองจะให้รางวัลผ่าน dopamine
จากความ “คาดหวัง” มากกว่าความ “ได้ครอบครอง”
มันเลยไม่แปลก
ที่ความสุขจากการซื้อ
จะเกิด “ก่อนของมาถึง”
นี่คือเหตุผลที่ retail therapy ใช้งานได้จริง
ในฐานะการปลอบอารมณ์ชั่วคราว
เราไม่ได้กำลังรักษาปัญหา
แต่กำลัง “เลื่อนความรู้สึกแย่” ออกไปก่อน
บางคนซื้อเสื้อผ้า
เพราะอยากรู้สึกว่าตัวเองยังมีคุณค่า
บางคนซื้อ gadget
เพราะอยากรู้สึกว่าชีวิตยังเดินหน้า
บางคนซื้อของเล็ก ๆ น้อย ๆ
เพื่อยืนยันกับตัวเองว่า
“วันนี้เรายังพอไหว”
และมันไม่ใช่ความผิดอะไรเลย
เพราะมนุษย์ทุกคน
ต่างกำลังหาวิธีอยู่กับความรู้สึกของตัวเอง
แค่บางคนเลือกคุยกับใครสักคน
บางคนเลือกเงียบ
และบางคน…เลือกกดสั่งของ
แต่ปัญหาคือ
ความรู้สึกดีจากการซื้อ
มันไม่เคยอยู่กับเรานานพอ
พัสดุมาส่ง → เปิด → ดีใจ → ใช้ → ชิน → ว่างอีกครั้ง
แล้ววงจรก็เริ่มใหม่
โดยที่เราไม่ได้ตั้งใจเลยด้วยซ้ำ
เพราะสุดท้ายแล้ว
เราไม่ได้ต้องการของเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
เราแค่ยังไม่เจอวิธี
ที่จะอยู่กับความรู้สึกข้างในตัวเองได้อย่างนิ่งพอ
หลายครั้ง คนเราไม่ได้อยากได้ของชิ้นนั้น
แต่อยากรู้สึกดีขึ้นต่างหาก
แหล่งอ้างอิง
  • ​Cleveland Clinic (Retail Therapy & Brain Chemistry)
  • ​WebMD (Psychology of Shopping)
  • ​Healthline (Emotional Spending)
  • ​Psychology Today (Stress & Consumption Behavior)
  • ​Simply Psychology (Dopamine & Compulsive Buying)
โฆษณา