13 พ.ค. เวลา 13:30 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์

รีวิวหนัง "Michael" ความเข้มที่ยังไม่ข้นพอ!

"Michael"
หนังอัตชีวประวัติของไมเคิล แจ็กสัน
ราชาเพลงป๊อบตลอดกาล
ความยาวร่วม 2 ชม. นิดๆ
ตัดย่อจากต้นฉบับที่
ถ่ายทำไปร่วม 4 ชม.
ทำรายได้ร่วม 500 ล้านดอลลาร์
หลังจากฉายไปประมาณเดือน
พร้อมกระแสตอบรับแบบเสียงแตก
ผู้ชมชื่นชอบแต่นักวิจารณ์ไม่ปลื้ม
ซึ่งผมได้ชมหนังเรื่องนี้มาหลายวันแล้ว
ขอแสดงทัศนะส่วนตัว
วิจารณ์ตัวหนังในรายละเอียดหลายประเด็น
.
.
.
🎥 1. งานด้านโปรดักชั่น
- ถือว่าสุดยอดมากๆ โดยเฉพาะฉากคอนเสิร์ต แสงสีเสียง เหมือนเราไปนั่งขอบเวทีชมคอนเสิร์ตของไมเคิล แจ็กสันเลยทีเดียว ดูแล้วตื่นตาตื่นใจ ขนลุกด้วยความชื่นชมยิ่ง
🎶 2. ด้านนักแสดง
- ผู้สร้างช่างเลือกสรรผู้แสดงอย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าผู้สวมบทไมเคิลที่เป็นหลานในใส้อย่าง "Jaafar Jackson" ลูกของพี่ชายที่แสดงได้ดีมากอย่างกับว่าวิญญาณของไมเคิลมาประทับทรง
ทั้งท่วงท่า ลีลา น้ำเสียง โคตะระเหมือนจริงๆ เขาฝึกซ้อมทุกอย่างทั้งการเต้นและรายละเอียดทุกๆอย่าง ร่วม 2 ปี กว่าจะได้ขนาดนี้ เรียกว่าทุ่มเทสุดๆ
น่าจะมีโอกาสเข้าชิงรางวัลออสการ์ในฐานะนักแสดงนำ ปรบมือให้รัวๆเลยครับ 👏🏽👏🏽
นักแสดงประกอบคนอื่นๆ ก็ช่างเหมือนมาก ไม่ว่าตัวพ่อของไมเคิล คือโจเซฟ ที่ได้ดาราอย่าง "Colman Domingo" มาสวมบทคุณพ่อที่ทำให้ผู้ชมเกลียดได้อย่างจับใจ ถึงบทยิ่งๆ
ตัวผู้จัดการและที่ปรึกษาอย่าง John Branca หรือ คนขับรถและบอดี้การ์ดส่วนตัวอย่าง Bill Bray หรือโปรดิวเซอร์ชื่อดังที่ผลักดันตัวไมเคิล อย่าง Quincy Jones ก็หาคนแสดงได้เหมื้อนเหมือนนน
ดาราแสดงในวัยเด็กของไมเคิลก็ได้ Juliano Valdi ก็แสดงได้เก่งมาก ทั้งลีลาท่าทางและการร้องเพลง สุดยอดมากครับ
✍🏽 3. บทภาพยนตร์
- การเดินเรื่องของหนัง ไล่เรียงตั้งแต่เด็กที่ไม่ได้ใช้ชีวิตเหมือนเด็กทั่วไป ต้องฝึกซ้อมกับพี่ๆ ทั้งสี่คน ในการควบคุมของพ่อผู้เข้มงวดทุกกระเบียดนิ้ว ตั้งชื่อวงว่า "Jackson 5" สมัยพ่อไม่ยอมให้ลูกๆเรียกเขาว่าพ่อ ให้เรียกชื่อว่า โจเซฟ เพราะอยากให้ลูกๆจดจำในฐานะผู้จัดการวง กลายเป็นความห่างเหินในสัมพันธ์ฉันพ่อลูก เป็นปมแห่งความกลัวและความเกลียดที่ฝังใจตัวไมเคิลจนโตเป็นหนุ่ม
แต่บทหนังไม่ได้แสดงรายละเอียดมากนักในมิติอื่นๆ ของครอบครัวนี้ เน้นแต่มิติด้านดีของไมเคิล และด้านลบของผู้เป็นพ่อ จนทำให้ผู้ชมเกลียดตัวละครผู้พ่อได้แบบไม่เห็นด้านดีของเขาเอาเสียเลย
ความเป็นดราม่าของบท เทียบไม่ได้กับเฟรดดี้ เมอคิวรี่ในหนัง Bohemian rhapsody หรือ Elvis หนังเน้นการร้อยเรียงเรื่องราวตอนสั้นๆ ของเเจ็กสัน สลับกับการแสดงคอนเสิร์ตในช่วงต่างๆ และจุดนี้เองที่นักวิจารณ์ไม่ค่อยจะชื่นชมนัก เพราะบทค่อนข้างฉาบฉวยมาก ไม่ได้เห็นจิตใจของตัวละครเท่าที่ควร
สิ่งที่ประทับใจ คือ คอนเสิร์ตช่วงต่างๆที่งานโปรดักชั่นจัดเต็มจัดเต็มจริงๆ ทั้งแสง สี เสียง ลีลาที่ก็อปปี้ตัวคุณอาไมเคิลได้แทบจะไร้ที่ติของ จาฟาร์ ท่าเต้น Moon Walk อันลือลั่นในเพลง Billy Jean สะกดผู้ชมให้ย้อนสู่ยุคปลายปี '80 ราวกับโดนมนต์สะกด
เพลงดังในวัยเด็กอย่าง I'll be there,เพลงสุดมันอย่าง Beat It, หรือการนำเสนอแนวคิดการทำ MV เพลง Thriller ที่เหมือนกับเอาของเดิมมาเปิด
จะขาดก็แต่ท่าเต้นต้านแรงโน้มถ่วงอย่าง Anti Gravity Lean หรือ MV สุดยอดอย่างเพลง Black Or white เพลงสุดไพเราะอย่าง One day in Your life , You're not alone และเพลง Heal The World
เรื่องราวของการเป็นตัวจักรสำคัญในการสร้างเพลงแห่งประวัติศาสตร์เพลงของโลก ร่วมกับ Lionel Richie ในเพลง We are the world หรือคอนเสิร์ตดีๆใน "Half Time Show" Super Bowl ครั้งที่ 27 ปี 1993
เมื่อตัวหนังปิดท้ายอย่างสุดยอดด้วยคอนเสิร์ต Bad World Tour ปี 1988 ที่ประเทศอังกฤษด้วยเพลง Bad เพลงสุดฮิตติดชาร์ตในสมัยนั้น อย่างอิ่มใจและอลังการ คอนเสิร์ตเพลงนี้จบหนังก็ตัดบทจบลงเพียงเท่านี้
ผมเดินออกจากโรงเหมือนคนทานอาหารอร่อยแต่ยังไม่อิ่มและสาแก่ใจอยาก เพราะมีอีกหลายเรื่องที่หนังไม่ได้ขยายความ อาจเป็นเพราะตัวบทหนัง ต้องผ่านความเห็นชอบจากตระกูลแจ็กสัน ขนาดน้องสาวของไมเคิล เจเน็ต แจ็กสัน ก็ไม่อนุญาตให้ตัวหนังมีตัวละครที่เป็นเธอ จะมีก็แต่ "ลาโทยา แจ๊คสัน" พี่สาว ที่ยังมีให้เห็นอยู่บ้าง ก็แปลกดีครับ
โดยไมเคิล แจ็กสัน นักร้องและศิลปินอัจริยะ เกิดเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2501 (วันเดือนตรงกับผมเลยแอบภูมิใจ55)
ถึงแก่กรรมเมื่อ 25 มิ.ย.2552 ด้วยหัวใจล้มเหลวจากการใช้ยานอนหลับเกินขนาด เหมือนนักร้องดังอย่างคาเรน จากเดอะคาร์เพนเตอร์ หรือ วิสนี่ย์ ฮุสตัน ต่างเป็นสุดยอดศิลปินโลกที่สร้างความสุขแก่มวลมนุษย์​ชาติ​ อีกด้านหนึ่งของเหรียญต่างพกความเศร้าและปมปัญหาของชีวิต อย่างน่าเห็นใจยิ่ง
ขอให้คะแนนหนังเรื่องนี้ที่ 7/10 นะครับ หนังดีแต่ยังไม่เข้มพอ 🎩🐒🦒🎤
โฆษณา