เมื่อวาน เวลา 00:00 • การศึกษา

แนะนำหนังสือไม่ดัง แต่น่าอ่าน EP2

มาต่อกันใน EP2 สำหรับหนังสือไม่ดัง แต่น่าอ่าน
ขอเกริ่นอีกครั้งว่าจาก EP ที่แล้วว่า “หนังสือทุกเล่มมีเป้าหมายในการสื่อสารกับผู้อ่านด้วยความตั้งใจจากผู้เขียนเต็มร้อย แต่หนังสือบางเล่มก็ไม่อาจทำยอดขายได้ตามเป้าตามความปรารถนาของผู้เขียนและสำนักพิมพ์”
หนังสือไม่ดัง แต่น่าอ่าน ทั้งเจ็ดเล่มใน EP2 นี้โดยไม่ได้บอกว่าเล่มไหนดีกว่าเล่มไหนนะครับ
เล่มแนะนำที่ 1 : THE NOLAN VARIATIONS
หนังสือ "The Nolan Variations: The Movies, Mysteries, and Marvels of Christopher Nolan" (ฉบับแปลไทยในชื่อ คริสโตเฟอร์ โนแลน ความลับในภาพเคลื่อนไหว) เขียนโดย ทอม โชน (Tom Shone) หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่แค่หนังสือชีวประวัติทั่วไป แต่เป็นหนังสือที่กลั่นกรองจากการสัมภาษณ์เชิงลึกกับตัวโนแลนตลอดระยะเวลาหลายปี ทำให้เราได้เห็น "สถาปัตยกรรมทางความคิด" และเจาะลึกจิตวิญญาณเบื้องหลังภาพยนตร์พันล้านของเขา
ในฐานะคนทำหนัง คุณไม่ได้กำลังสร้างเรื่องราว แต่คุณกำลังสร้างสถาปัตยกรรมทางความคิดให้คนดูเข้าไปเดินเล่น
หนังสือ “The Nolan Variations” แสดงให้เราเห็นว่า ภาพยนตร์ของคริสโตเฟอร์ โนแลน ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ แต่เกิดจากเด็กชายผู้หมกมุ่นกับภาพลวงตาและเวลา ค่อยๆ ถักทอประสบการณ์ชีวิตและความกลัวในใจ ออกมาเป็นโครงสร้างหนังที่ซับซ้อนราวกับนาฬิกาไขลาน เพื่อทดลองและสำรวจจิตใจของมนุษย์นั่นเอง
เล่มแนะนำที่ 2 : สร้างธุรกิจให้ดี ไม่ต้องมีออฟฟิศ
หนังสือ "สร้างธุรกิจให้ดี ไม่ต้องมีออฟฟิศ" (แปลมาจากหนังสือชื่อดัง Remote: Office Not Required) เขียนโดย Jason Fried และ David Heinemeier Hansson สองผู้ก่อตั้งบริษัทซอฟต์แวร์ 37signals (ผู้สร้าง Basecamp และภาษา Ruby on Rails)
หนังสือเล่มนี้เป็นดั่งคัมภีร์ที่ทลายความเชื่อเดิมๆ ของยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมที่ว่า "ถ้าจะทำงานให้ได้ดี ทุกคนต้องมารวมตัวกันที่ออฟฟิศตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น" โดยผู้เขียนได้พิสูจน์ผ่านธุรกิจพันล้านของตัวเองแล้วว่า การทำงานทางไกล (Remote Work) ไม่เพียงแต่ทำได้จริง แต่ยังทรงประสิทธิภาพมากกว่าด้วย
ทำไมต้องจำกัดตัวเองให้จ้างได้เฉพาะคนในพื้นที่ ในเมื่อคุณสามารถเลือกจ้าง 'คนที่ดีที่สุดในโลก' จากซีกโลกไหนก็ได้มาร่วมทีม
การสร้างธุรกิจแบบไม่มีออฟฟิศ ไม่ใช่เรื่องของ "เทคโนโลยี" แต่เป็นเรื่องของ "ความเชื่อใจ" (Trust) ถ้าคุณไม่สามารถเชื่อใจให้พนักงานทำงานจากที่บ้านได้ นั่นแปลว่าคุณมีปัญหาตั้งแต่ตอนเลือกคนเข้ามาร่วมทีมแล้ว ไม่ใช่ปัญหาของสถานที่ทำงาน
เล่มแนะนำที่ 3 : LIMITLESS
หนังสือ "LIMITLESS" เขียนโดย Jim Kwik (จิม ควิก) ผู้เชี่ยวชาญด้านการเพิ่มประสิทธิภาพสมองและความจำระดับโลกที่เคยเทรนให้กับเหล่า CEO, นักแสดงฮอลลีวูด และนักกีฬาระดับโลกมามากมาย
จิม ควิก มักเรียกตัวเองในวัยเด็กว่า "เด็กชายผู้สมองพัง" จากอุบัติเหตุหัวกระแทกพื้นจนทำให้เรียนรู้ช้ากว่าคนอื่น แต่เขาค้นพบความลับว่า สมองของมนุษย์ไม่ได้ถูกจำกัดมาตั้งแต่เกิด แต่มันสามารถ "อัปเกรด" ได้เหมือนซอฟต์แวร์
อย่ารอให้เกิดความรู้สึกอยากทำก่อนแล้วค่อยเริ่ม แต่ให้เริ่มทำก้าวเล็กๆ ที่เรียบง่ายที่สุดก่อน แล้วความรู้สึกอยากทำจะตามมาเอง
1
แก่นหลักของหนังสือเล่มนี้ถูกสรุปผ่านแบบจำลองที่เรียกว่า "The Limitless Model" (โมเดลไร้ขีดจำกัด) ประกอบด้วย 3 ห่วงสำคัญที่ต้องทับซ้อนกัน หากขาดห่วงใดห่วงหนึ่งไป คุณจะไม่สามารถปลดล็อกศักยภาพสูงสุดได้
เล่มแนะนำที่ 4 : RANGE
หนังสือ "Range: Why Generalists Triumph in a Specialized World" (ฉบับแปลไทยในชื่อ Range: คิดกว้างช้างโต หรือ เพราะโลกนี้ไม่ได้ต้องการแค่คนที่รู้ลึก) เขียนโดย David Epstein (เดวิด เอปสไตน์)
หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่ท้าทายความเชื่อในยุคปัจจุบันที่ว่า "ถ้าอยากประสบความสำเร็จในระดับโลก เราต้องรีบเลือกทางเดินให้เร็วและฝึกฝนเฉพาะทางให้หนักที่สุด" (เหมือนกฎ 10,000 ชั่วโมง) โดยเอปสไตน์ได้รวบรวมหลักฐาน งานวิจัย และเรื่องราวชีวิตของบุคคลระดับโลกมาพิสูจน์ว่า ในโลกที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้ "คนที่รู้กว้าง" (Generalists) มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จและสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ได้มากกว่า "คนที่รู้ลึกเพียงด้านเดียว" (Specialists)
1
ความรู้คือดาบสองคม ยิ่งคุณเชี่ยวชาญในเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งมีแนวโน้มที่จะมองเห็นโลกผ่านกรอบแคบๆ ของเรื่องนั้นมากขึ้นเท่านั้น
ในยุคที่ AI สามารถทำเรื่องเฉพาะทางและงานที่ซ้ำเดิมได้เก่งกว่ามนุษย์ สิ่งที่จะทำให้เราโดดเด่นไม่ใช่การรู้ลึกในหลุมแคบๆ เพียงอย่างเดียว แต่คือ "ความกว้าง" ความสามารถในการเชื่อมโยงจุด (Connect the Dots) จากศาสตร์ที่หลากหลาย และการปรับตัวเข้ากับสิ่งใหม่ๆ ดังนั้น จงภูมิใจหากคุณเป็น "เป็ด" เพราะเป็ดที่เรียนรู้กว้างและบินได้รอบทิศ คือผู้ที่จะอยู่รอดในโลกยุคหน้า
เล่มแนะนำที่ 5 : เทคนิคอ่านให้ไม่ลืม ที่จิตแพทย์อยากบอกคุณ
หนังสือ "เทคนิคอ่านให้ไม่ลืม ที่จิตแพทย์อยากบอกคุณ" (Outback Reading Techniques) เขียนโดย คะบะซะวะ ชิอง จิตแพทย์และนักเขียนชื่อดังชาวญี่ปุ่น
หนังสือเล่มนี้แก้ปัญหาใหญ่ของคนชอบอ่านหนังสือ นั่นคือ "อ่านจบแล้วก็ลืม" หรือ "จำเนื้อหาไม่ได้เลยหลังจากผ่านไปไม่กี่วัน" โดยผู้เขียนได้นำเอาหลักการทำงานของสมองตามหลักวิทยาศาสตร์และจิตวิทยามาอธิบายว่า ทำไมสมองถึงเลือกที่จะ "ลืม" และเราจะสะกิดสมองให้ "จำ" เนื้อหาสำคัญได้อย่างไร
อ่านหนังสือ 10 เล่มแล้วนำมาปฏิบัติจริง มีค่ามากกว่าอ่าน 100 เล่มแล้วลืมทั้งหมด
ความจำไม่ได้เกิดจากความพยายามในการ "ยัดข้อมูลเข้าหัว" แต่มันเกิดจากกระบวนการ "ส่งข้อมูลออกไปใช้งาน" ถ้ารักที่จะอ่านหนังสือให้เกิดประโยชน์สูงสุด จงเปลี่ยนตัวเองจาก "ผู้อ่านที่นั่งฟังเฉยๆ" ให้กลายเป็น "ผู้ลงมือทำที่ส่งต่อความรู้"
เล่มแนะนำที่ 6 : เปลี่ยนคลิปให้ปัง สะกดคนดูได้ใน 6 วิฯ
หนังสือ "เปลี่ยนคลิปให้ปัง สะกดคนดูได้ใน 6 วิฯ" (หรือแปลมาจากแนวคิดเรื่อง 6-Second Video Strategy / Bumper Ads) เขียนโดย B. RAIN BENNETT
หนังสือเล่มนี้เป็นคัมภีร์สำคัญสำหรับยุค Short-form Video และการทำคอนเทนต์ในยุคที่ความสนใจของมนุษย์สั้น (Attention Span) ลงเรื่อยๆ เหมือนความจำของปลาทองที่ว่ายวนอยู่ในโหลโดยไม่เบื่อ
หัวใจสำคัญของหนังสือเล่มนี้คือการทลายโครงสร้างการเล่าเรื่องแบบเดิมๆ (ที่มักจะเกริ่นนำ -> เข้าเรื่อง -> สรุป) แล้วเปลี่ยนมาใช้ "กฎ 6 วินาที" เพื่อหยุดนิ้วโป้งของคนดูให้ได้ตั้งแต่แรกเห็น
6 วินาทีแรกไม่ใช่แค่การเกริ่นนำ แต่มันคือโอกาสเดียวที่คุณจะเลือกว่า จะได้อยู่ต่อในสายตาคนดู หรือจะถูกปัดทิ้งไปตลอดกาล
การทำคลิปให้ปังใน 6 วินาที ไม่ใช่การอัดข้อมูลทั้งหมดลงไปในเวลาอันสั้น แต่คือศิลปะแห่ง "การเลือกทิ้งสิ่งที่ไม่จำเป็น" เพื่อเหลือไว้เพียงหัวกะทิที่สามารถสัมผัสหัวใจและสะกิดต่อมความสนใจของคนดูได้ทันทีตั้งแต่กระพริบตาแรก
เล่มแนะนำที่ 7 : BUILD
หนังสือ "BUILD: An Unorthodox Guide to Making Things Worth Making" เขียนโดย Tony Fadell (โทนี ฟาเดลล์) บุคคลระดับตำนานของซิลิคอนแวลลีย์ ผู้เป็นบิดาแห่ง iPod, ร่วมทีมพัฒนา iPhone รุ่นแรก และเป็นผู้ก่อตั้ง Nest Labs (ผู้สร้างอุปกรณ์ Smart Home ที่ Google ซื้อไป)
ความพิเศษของหนังสือเล่มนี้คือ ฟาเดลล์ไม่ได้เขียนคู่มือการทำธุรกิจจากทฤษฎีในห้องเรียน แต่เขียนจาก "รอยแผลและประสบการณ์ตรง 30 ปี" ในฐานะวิศวกร ดีไซเนอร์ และผู้บริหารที่สร้างผลิตภัณฑ์เปลี่ยนโลกมาแล้ว
เขานิยามหนังสือเล่มนี้ว่าเป็น "ที่ปรึกษาในรูปแบบรูปเล่ม" โดยสรุปแนวคิดหลักในการสร้างตัวเอง สร้างผลิตภัณฑ์ และสร้างธุรกิจ
หน้าที่ของผู้บริหารไม่ใช่การลงไปทำเองทุกอย่าง (Micro-manage) แต่คือการสร้างสภาพแวดล้อม บ่มเพาะทีม และเคลียร์อุปสรรคเพื่อให้คนเก่งๆ ได้ระเบิดพลังของพวกเขาออกมา
ผลิตภัณฑ์หรือธุรกิจที่ "ควรค่าแก่การสร้าง" (Things Worth Making) ไม่ใช่สิ่งที่สร้างมาเพื่อเงินเพียงอย่างเดียว แต่คือสิ่งที่มีความหมาย ช่วยแก้ปัญหาจริง และทำให้ชีวิตของมนุษย์ดีขึ้นกว่าเดิม การเดินทางสายนี้ต้องอาศัยทั้งความบ้าคลั่ง ความอดทน และความกล้าที่จะพังทลายกรอบเดิมๆ เพื่อสร้างสิ่งใหม่ขึ้นมา
ถึงแม้หนังสือแนวพัฒนาตนเองจะสื่ออะไรออกมาในแนวทางที่คล้ายๆ กันกับหนังสือเล่มก่อน ๆ แต่การเรียบเรียงของผู้เขียนแต่ละคนก็มีเอกลักษณษ์เป็นหนึ่งเดียวไม่เหมือนใคร
By JohnWis
ผมคงแนะหนังสือไม่ดัง แต่น่าอ่าน ไว้เพียง 2 EP เท่านี้ครับ แล้วติดตามเนื้อหาที่น่าสนใจในหัวข้ออื่นๆ ของผมกันได้อีกในโอกาสต่อไป ขอบคุณครับ
By JohnWis
*****
โฆษณา