ในบริบทของกรรมการและบริษัทจึงหมายความว่ากรรมการบริษัทคือผู้มีหน้าที่จัดการทรัพย์สินของบริษัทตามหลักการระมัดระวัง (Duty of Care) ที่กรรมการต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าตนได้ตัดสินใจโดยมีข้อมูลอย่างเพียงพอ (Informed Basis) และไม่มีเหตุให้สงสัยความน่าเชื่อถือของข้อมูลนั้น และทำโดยสมเหตุสมผลเยี่ยงกรรมการที่อยู่ภายใต้สถานการณ์เช่นนั้นพึงกระทำ ด้วยความเชื่อโดยสุจริตว่าการตัดสินใจนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้น
รายงานของ Alfred R. Cowger Jr. ในหัวข้อ "Corporate Fiduciary Duty in the Age of Algorithms" (Case W. Reserve University, 2023) ระบุว่าการพึ่งพา AI โดยไม่ใช้วิจารณญาณของมนุษย์ (Over-reliance or Blind Deference) อาจเป็นการฝ่าฝืนหน้าที่ความไว้วางใจได้ มิได้หมายความว่าการใช้ AI ขัดต่อหลักการด้วยตัวมันเอง กรรมการบริษัทไม่อาจมอบอำนาจตัดสินใจให้ AI โดยไม่ตรวจสอบ แต่กรรมการมีหน้าที่ต้องประเมินความเหมาะสมของการใช้ AI สำหรับการตัดสินใจเรื่องนั้นๆ
ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ความเสี่ยง หรือขอความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญผ่านวิจารณญาณของตนอย่างรอบคอบ การพึ่งพา AI อย่างไม่มีการตรวจสอบหรือใช้วิจารณญาณประกอบอาจถูกมองว่าเป็นการตัดสินใจบนข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือหรือไม่เพียงพอ และอาจนำไปสู่ความรับผิดทางแพ่งจากการฝ่าฝืนหลักการระมัดระวังได้
โดย AI ซึ่งขาดความเข้าใจในความรู้สึกนึกคิดของเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่สามารถพึ่งพาได้ทีเดียว จึงต้องอาศัยนักกฎหมายที่เป็นมนุษย์ที่มีความสามารถในการทำความเข้าใจวิธีคิดของเจ้าหน้าที่รัฐได้มากกว่าเพียงข้อมูลในฐานข้อมูล
ข้อเท็จจริงอันเป็นบริบทแวดล้อมการใช้กฎหมายเหล่านี้เป็นสิ่งที่นักกฎหมายที่เป็นมนุษย์ (โดยอย่างยิ่งในประเทศไทย) อาจมีความเข้าใจมากกว่า AI ท้ายที่สุดคำตอบทางกฎหมายที่มีนัยสำคัญต่อการลงทุนของบริษัทที่ AI หามาควรถูกตรวจสอบและแก้ไขโดยนักกฎหมายที่เป็นมนุษย์เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการบริษัทเป็นไปอย่างระมัดระวังรอบคอบเพื่อป้องกันความรับผิดทางกฎหมายได้