10 มิ.ย. เวลา 12:56 • ไลฟ์สไตล์

[mon livre: ทางกลับบ้าน…ที่คดเคี้ยวที่สุด] บทที่ 7 | ภูเขา…ที่ถูกเส้นผมบังมาทั้งปี

เครียดเป็นปี... ทั้งที่คำตอบอยู่ใกล้จนนึกไม่ถึง! พบกับการมองเห็น 'ภูเขา' ที่ถูก 'เส้นผม' บังจนมิด จนเกือบทำให้ทางกลับบ้านของเราต้องคดเคี้ยวอีกรอบ
เราใช้ชีวิตอยู่ในคอนโดของไอ้ต้าวลูกชายสี่ขาอย่างมีความสุขมาได้ 6-7 เดือน ก็เริ่มเข้าสู่กระบวนการทำ ICSI จนถึงขั้นตอนการฝังตัวอ่อนค่ะ แม้ว่าครั้งนี้จะยังไม่สำเร็จ แต่พอนั่งทบทวนดูก็พบว่า หนึ่งในสิ่งที่น่าจะเป็นสาเหตุให้เรากังวลจนส่งผลต่อความสำเร็จ น่าจะเป็นเรื่องขนาดของที่อยู่อาศัย เพราะพื้นที่ 32 ตารางเมตรนี้ มันคงคับแคบไปมากหากเรามีลูกเล็กที่ต้องมีพ่อแม่และพี่เลี้ยงมาช่วยกันดูแลในช่วงปีแรก
เรื่องนี้วนเวียนอยู่ในใจเราตลอด แต่มันก็ยากที่จะตัดใจ เพราะเรารักคอนโดไอ้ต้าวมาก รักทั้งความสะดวกสบาย รักที่เป็นสมบัติชิ้นแรกของครอบครัว และรักที่มันเป็นความสุขของน้องหมา
บอกเลยว่าเรายิ่งหลงรักที่นี่มากขึ้นไปอีกตอนกลางปี 2568 ที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวจนสะเทือนถึงกรุงเทพ วันนั้นสามีเราไปทำงานนอกสถานที่และกลับบ้านไม่ได้เพราะการจราจรเป็นอัมพาต ส่วนเราอยู่ที่ทำงานชั้นสิบกว่าๆ ที่ต้องตะเกียกตะกายลงมาเพื่อเอาชีวิตรอด... ใจเราตอนนั้นคือห่วงน้องหมาที่อยู่คอนโดตัวเดียวมาก จะตกใจแค่ไหนนะ? จะทำยังไงดี?
พอลงมาได้ก็รีบไลน์บอกนิติคอนโดว่าเราไม่อยู่บ้าน ช่วยพาน้องลงมาหน่อยได้มั้ย แต่คำตอบที่ได้รับคือทางนิติส่งเจ้าหน้าที่ขึ้นไปแล้ว กำลังพาลงมา! แถมยังคอยอัพเดทตลอดว่าน้องถึงออฟฟิศนิติแล้วนะ กำลังกินขนมอยู่กับพี่ๆ พาไปขับถ่ายเรียบร้อย
วันนั้นเรากลับถึงคอนโดสองทุ่ม เจอน้องหมานั่งอยู่กับพี่ๆ นิติสบายใจเฉิบ นิติคอนโดพาลูกบ้านสี่ขาอพยพลงมาจากทุกห้องและเฝ้าอยู่ด้วยจนกว่าเจ้าของจะมารับกลับทุกตัว นี่แหละค่ะ pet friendly ที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ส่วนกลาง แต่นิติและพนักงานขายที่นี่น่ารักและใส่ใจจริงๆ การตรวจเช็คโครงสร้าง การซ่อม การเคลมประกันหลังเกิดเหตุ ก็ยังทำได้รวดเร็วมาก จนเรารู้สึกว่าเราเลือกที่ไม่ผิดจริงๆ
เพราะประทับใจขนาดนี้ เราจึงไม่อยากย้ายไปไหนเลยค่ะ แต่มันก็ขัดแย้งในใจตลอดว่าถ้ามีลูกจะอยู่ยังไง เราอยู่กับความรู้สึกนี้มาพักใหญ่ ทำ ICSI ก็ไม่สำเร็จ พยายามหาทางออกอื่น ทั้งจะกลับไปปรับปรุงบ้านใหญ่ หรือหาซื้อคอนโดใหม่ในย่านนี้ที่ให้หมาใหญ่อยู่ได้ แต่ด้วยภาระหนี้ที่มีอยู่และราคาคอนโดที่สูงมาก มันก็ไปต่อไม่ไหวจริงๆ จะไปเช่าที่อื่นแล้วปล่อยคอนโดไอ้ต้าวเช่า ก็ดันไม่มีที่ไหนที่ให้ความสะดวกเราได้ครบเท่าที่นี่เลย คิดๆๆๆ วนๆๆๆ อยู่ในหัวร่วมปีได้ค่ะ
จนมีอยู่วันหนึ่ง วันที่เรารู้สึกปลงทุกอย่างแล้ว ช่างมันเถอะ อะไรจะเกิดก็เกิด...
แต่อยู่ๆ แวบนึงในหัวก็สว่างวาบขึ้นมาว่า ทำไมไม่เช่าคอนโดไอ้ต้าวเพิ่มอีกห้องนึงล่ะ? ปกติเราก็ผ่อนคอนโดเกินค่างวดอยู่แล้ว จากเดือนละ 30,000 เราผ่อน 70,000 ซึ่งค่าเช่าห้องในโครงการเรทก็ประมาณ 30,000 บาท เราก็แค่เอาส่วนที่ผ่อนเกินมาจ่ายค่าเช่าสิ! ให้พ่อแม่มาอยู่ช่วยเลี้ยงลูกช่วงปีสองปีแรกที่ต้องการคนช่วย (พวกท่านก็เต็มใจมาก)
วันนั้นเหมือนยกภูเขาออกจากอกเลยค่ะ ยิ่งพอคุยกับสามีเขาก็สนับสนุนเต็มที่ บอกว่าค่าเช่าช่วงนั้นเขาจะรับผิดชอบเอง เงินแค่ 7-8 แสนรวมค่าน้ำไฟจิปาถะ วางแผนเก็บตั้งแต่วันนี้เลยได้ มันคุ้มมากกับความสะดวกสบายของครอบครัว
สรุปคืออาจจะไม่ต้องลดเงินจ่ายค่าผ่อนคอนโดเลย หนี้ก็หมดเร็วตามแผนเหมือนเดิม ทำไมถึงเพิ่งมาคิดได้ เครียดไปเป็นปี งงตัวเองมากค่ะ ณ จุดนั้น
นี่แหละค่ะ เส้นผมบังภูเขา ของแท้เลย!
สรุปแล้วเราก็ยังไม่มีแพลนที่จะต้องย้ายไปไหนแม้จะมีลูกแล้ว แต่แน่นอนค่ะ ด้วยพื้นที่ใช้สอยเท่านี้ ถ้าอนาคตลูกโตขึ้น หรือแม้สุดท้ายจะไม่มีลูก เราก็วางแผนไว้ว่าอาจจะต้องเปลี่ยนบ้านอีกสักครั้งเพื่อพื้นที่ที่มากกว่านี้ เช่น คอนโด 2-3 ห้องนอน หรือทาวน์โฮมเล็กๆ ในย่านนี้ แต่เราไม่ต้องกดดันแล้ว เราจะเปลี่ยนเมื่อเราพร้อมเท่านั้น และนี่คือความสงบในใจที่เราตามหามานาน
ท่านผู้อ่านล่ะคะ เคยมีโมเมนต์เส้นผมบังภูเขาแบบนี้ไหม? คอมเมนต์มาแชร์กันหน่อยนะคะ
ตอนหน้าจะเป็นบทสุดท้ายของซีรีส์ "ทางกลับบ้าน…ที่คดเคี้ยวที่สุด" นี้แล้ว กดติดตามไว้ แล้วมาลุ้นบทสรุปของบ้านแต่ละหลังที่เราเดินทางผ่านมากันค่ะ ว่าสุดท้ายแล้ว... ทุกอย่างเราจะจัดวางไว้ยังไง
โฆษณา