27 พ.ค. เวลา 13:00 • ไลฟ์สไตล์

[mon livre: ทางกลับบ้าน…ที่คดเคี้ยวที่สุด] บทที่ 6 | one month own and owe

ได้บ่วงผูกขาชิ้นใหญ่ราคา 7 ล้านในเวลาไม่ถึงเดือน ทั้งหมดนี้เพื่อเจ้าของตัวจริงที่ชื่อว่า 'ไอ้ต้าวสี่ขา'
ปฏิบัติการหาบ้านครั้งที่ N เริ่มต้นขึ้นได้เพราะการเช่าคอนโดที่แทบไม่ได้อยู่ของเรานั่นแหละค่ะ
แรกเริ่มเราหาคอนโดเช่าด้วยตัวเองแต่ก็ไม่เป็นผล จนกระทั่งลองใช้บริการนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เพียงแค่ 1 สัปดาห์ เราก็ได้รับข้อเสนอหลายที่ที่ตรงโจทย์ การเป็นผู้เช่าครั้งนี้ แม้จะต้องเสียค่าเช่าที่แทบไม่ได้อยู่ไปเกือบ 3 แสนบาท (ย้อนไปอ่านเหตุผลในบทที่ 5 ได้ค่ะ) แต่เราก็ได้ประโยชน์ถึง 3 ต่อ: 1. ได้อยู่ใกล้ที่ทำงาน 2. ได้ปล่อยเช่าคอนโดน้อยของเราที่ปล่อยไม่ออกมานาน และ 3. ได้ไอเดียในการเลือกคอนโดที่ "น้องหมาตัวใหญ่" อยู่ได้
การสวมบทบาทเป็นทั้งผู้เช่าและผู้ให้เช่า ทำให้เราเข้าใจเน็ตเวิร์กของนายหน้ามากขึ้น จึงเริ่มเจาะจงหาคอนโดที่เลี้ยงสัตว์ได้และอยู่ใกล้ที่ทำงาน จนไปสะดุดตาโครงการหนึ่ง ค่าเช่า 30,000 บาทสำหรับห้อง 28 ตารางเมตร แม้ราคาจะพอเอื้อมถึง แต่เมื่อคำนวณพื้นที่ที่เล็กลงกับเงินที่ต้องจ่ายเพิ่มเดือนละ 5,000 บาท เราจึงตัดสินใจปฏิเสธไป
แต่ชื่อโครงการนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัว จนเราแอบสามีไปค้นข้อมูลเพิ่มจนเจอช่องทางติดต่อโครงการโดยตรง จึงถือโอกาสชวนสามีไปดูด้วยกันด้วยความสงสัยว่า “ห้องแค่นี้ น้องหมาตัวใหญ่จะอยู่ได้จริงหรือ?”
วันนัดดูโครงการ พนักงานขายพาเดินชมห้องทุกขนาดและเจาะลึกส่วนกลาง บอกเลยว่า... พวกเราเปลี่ยนใจทันทีตั้งแต่เดินดูหน้างาน! คำแรกที่พูดออกมาพร้อมกันหลังจากกลับมานั่งปรึกษากันที่บ้านคือ “น้องหมาของเราอยู่ได้สบายมาก” เพราะแม้ห้องจะกะทัดรัด แต่ส่วนกลางเขากินขาด ออกแบบมาเพื่อหมาตัวใหญ่จริงๆ ราคาต่อตารางเมตรอาจจะสูงลิ่ว แต่พวกเราไม่ลังเลที่จะยอมจ่าย เพื่อแลกกับความสะดวกสบาย ใกล้ที่ทำงาน ใกล้คลินิกทำลูก และที่สำคัญที่สุด คือการได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับไอ้ต้าวลูกชายสุดที่รักอีกครั้ง
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา เราพาไอ้ต้าวน้องหมา "เจ้าของห้องตัวจริง" มาคอนเฟิร์มอีกรอบ วันนั้นเราวางเงินจองและเริ่มกระบวนการยื่นกู้ทันที สองสัปดาห์ถัดมาทุกอย่างก็เรียบร้อย เราได้เป็นเจ้าของคอนโดขนาด 32 ตารางเมตร ในโครงการระดับ Luxury ที่มีศักยภาพสูง ย่านที่รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งห้างสรรพสินค้า คาเฟ่ และร้านอาหาร แลกกับการก่อหนี้ก้อนโตกว่า 7 ล้านบาทที่กลายเป็นบ่วงคล้องขาชิ้นใหม่ แต่เพื่อความสุขของครอบครัว 2 คน 1 ตัวของเรา... เราถือว่าคุ้มค่าที่สุดค่ะ
รวมเวลาตั้งแต่ก้าวแรกที่ไปดูจนถึงวันรับโอนเพียงแค่ 1 เดือน! นี่คือการตัดสินใจเรื่องใหญ่ที่สุดที่เร็วที่สุดในชีวิตของเราเลยทีเดียว
ด้วยความที่สัญญาเช่าเดิมกำลังจะหมดในอีก 1 เดือน เราจึงต้องย้ายเข้าแบบ "ดิบๆ" มีแค่ฟูกที่นอนสำหรับเรากับน้องหมา แต่เชื่อมั้ยคะ แค่นั้น ก็ทำให้พวกเรามีความสุขมากที่สุด ที่กลับมาแล้วเจอไอ้ต้าวลูกชายของเรากระดิกหางและกระโดดถีบต้อนรับทุกวัน นี่แหละค่ะ คือ "บ้าน" ที่พวกเราตามหามาตลอด
แล้วคุณล่ะคะ เคยมีความรู้สึกเหมือน "เจอบ้านที่ใช่" แบบนี้บ้างไหม? มาพูดคุยกันในคอมเมนต์นะคะ
แต่... แม้จะเป็นบ้านที่ตามหามานาน ก็ดูเหมือนจะมีเรื่องให้ต้องโยกย้ายอีกจนได้ เหตุนั้นคืออะไร? แล้วเราต้องไปต่อหรือพอแค่นี้? อย่าลืมกดติดตามซีรีส์นี้ไว้ แล้วมาลุ้นไปพร้อมกันในบทถัดไปค่ะ
โฆษณา