Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
พงศาวดารวันพรุ่ง (The Tomorrow Chronicles)
•
ติดตาม
11 มิ.ย. เวลา 11:27 • ประวัติศาสตร์
เทศบาลนครหาดใหญ่
ตอนที่ 53 สาธารณรัฐเวนิส: โจทย์ทางทะเลที่ต้องฝ่าฟัน
ที่เขียนตอนนี้จะเสนอให้รู้จักคู่กัด+คู่แข่งทางทะเลตลอดกาลของออตโตมันครับสาธารณรัฐเวนิสเวนิส
3
ในยุคปัจจุบันภาพจำของ สาธารณรัฐเวนิส (Republic of Venice) ในปัจจุบันอาจเป็นเมืองสุดโรแมนติกที่เต็มไปด้วยคลองและเรือกอนโดลา หนุ่มสาวสวีทกันเบื้องหลังสถาปัตยกรรมอันโรแมนติกแต่ในยุคกลางไปจนถึงยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา (ศตวรรษที่ 14-17)
เวนิสช่วงยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา
เวนิสคือ "จักรวรรดิทางทะเลที่ดุร้าย ร่ำรวย และทรงอำนาจที่สุดในเมดิเตอร์เรเนียน" สัญลักษณ์สิงโตมีปีกแห่งนักบุญมาระโกของเวนิส คือตัวแทนของทุนนิยมยุคแรกที่พร้อมบดขยี้ทุกคนที่ขวางเส้นทางการค้าของพวกเขา
สำหรับจักรวรรดิออตโตมัน เวนิสไม่ใช่แค่ศัตรูทางทหาร แต่เป็น "กำแพงทางยุทธศาสตร์" ที่ออตโตมันต้องข้ามไปให้ได้หากต้องการก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจของเมดิเตอร์เรเนียนและของโลกอย่างแท้จริง
🟨1. สงครามอสมมาตร: "เมื่อหมาป่าคิดจะกระโดดลงทะเล"
♦︎ในช่วงแรกเริ่มออตโตมันคือชนเผ่าบนหลังม้าที่เชี่ยวชาญการรบบนบก พวกเขามีกองทหารเยนิเชรีและทหารม้าสิปาฮีที่ไร้เทียมทาน ถือว่าก้าวหน้าที่สุดในสมัยเดียวกันแต่ออตโตมันไม่มีความรู้เรื่องการต่อเรือหรือการรบทางทะเลเลยแม้แต่น้อย ความก้าวหน้าที่สุดก็คือยึดรัฐคาราซิคเพื่อข้ามฝากไปยังกัลลีโปลียึดยุโรป
การรบทางเรือระหว่างออตโตมันกับเวนิส
♦︎ ในขณะที่เวนิสมี อู่ต่อเรืออาร์เซนอล (Venetian Arsenal) ซึ่งเป็นอู่ต่อเรือที่ทันสมัยที่สุดในโลก สามารถผลิตเรือรบแกลลีย์ (Galley) ลำใหม่ได้วันละ 1 ลำ!
อู่ต่อเรืออาร์เซนอล (Venetian Arsenal)
♦︎ยุทธนาวีกัลลิโปลี (1416) คือบทเรียนราคาแพง เมื่อกองเรือออตโตมันที่เพิ่งหัดสร้างถูกกองเรือเวนิสบดขยี้จนพินาศย่อยยับในพริบตา ทำให้ออตโตมันตระหนักว่า หากไม่สร้างกองเรือที่ทัดเทียม พวกเขาจะถูกเวนิสปิดล้อมทางทะเลและบีบคอทางเศรษฐกิจได้ทุกเมื่อ
ความพ่ายแพ้ที่กัลลิโปลี (1416)
🟩2. เครือข่ายปราการทางทะเล (Stato da Màr)
♠︎ ความน่ากลัวของเวนิสไม่ได้อยู่ที่การบุกเข้ายึดแผ่นดินใหญ่ แต่อยู่ที่การยึดครอง "จุดยุทธศาสตร์ทางทะเล" เวนิสสร้างเครือข่ายเกาะและป้อมปราการที่เรียกว่า Stato da Màr (ดินแดนแห่งท้องทะเล) กระจายไปทั่วคาบสมุทรบอลข่านและทะเลอีเจียน
♠︎ เกาะไซปรัส, ครีต, คอร์ฟู และดินแดนตามชายฝั่งดัลเมเชีย (โครเอเชียในปัจจุบัน) ล้วนเป็นดินแนดของเวนิส
เรือแกลรี่แห่งเวนิส
♠︎ ป้อมปราการเหล่านี้ทำให้ออตโตมันไม่สามารถส่งกองเรือออกไปค้าขายหรือขยายอำนาจในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนได้อย่างเสรี เพราะเรือรบเวนิสสามารถแวะเติมเสบียงและซุ่มโจมตีออตโตมันได้จากทุกทิศทาง
🟪3. วิถีนกสองหัวทางการทูต: "เมื่อผลกำไรคือ ทุกอย่าง"
♠︎ สิ่งที่ทำให้ออตโตมันรับมือเวนิสได้ยากที่สุด คือความความยืดหยุ่นและนโยบายทางการทูตที่ยึดผลประโยชน์เป็นที่ตั้งของเวนิส
ชาวเวนิสมีคติประจำใจว่า "Siamo veneziani, poi cristiani" (เราคือชาวเวนิสก่อน แล้วค่อยเป็นคริสเตียน)
เรือศูนยบัญชาการของฝ่ายเวนิส
♠︎ เมื่อสันตะปาปาร้องขอให้ยุโรปรวมพลังตั้งทัพครูเสดไปรบออตโตมัน เวนิสมักจะเล่นละครตบตา ส่งเรือไปช่วยบ้างพอเป็นพิธี แต่ในขณะเดียวกัน สายลับและทูตของเวนิสก็แอบไปจิบกาแฟกับมหาอัครเสนาบดีออตโตมันในอิสตันบูล เพื่อเซ็นสัญญาผูกขาดการค้าผ้าไหมและเครื่องเทศ
♠︎ เวนิสพร้อมจะจับมือกับออตโตมันเพื่อถล่มชาติยุโรปด้วยกันเอง ในขณะเดียวกันก็พร้อมจะจับมือกับชาติยุโรปเพื่อถล่มออตโตมัน ขึ้นอยู่กับว่าผลประโยชน์จะมุ่งหน้าไปทางไหน
ทูตของเวนิสกับมหาอัครเสนาบดีออตโตมัน
🟦4. การวิวัฒนาการของออตโตมัน: การสร้างสุดยอดกองเรือ
♠︎ เพื่อจะฝ่าด่านเวนิส ออตโตมันต้องเรียนรู้และปรับตัวอย่างมหาศาล
สุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 (ผู้พิชิต): ทรงสร้างกองเรือขนาดใหญ่เพื่อปิดล้อมและตีกรุงคอนสแตนติโนเปิลจนแตก (1453) ซึ่งทำให้เวนิสสูญเสียฐานการค้าสำคัญในทะเลดำไป
บาร์บารอสซาผู้ผู้บัญชาการทหารเรือที่สร้างคามเป็นเจ้าสมุทรให้ออตโตมัน
♠︎ ยุคทองของบาร์บารอสซา (Hayreddin Barbarossa): ในยุคของสุลต่านสุลัยมานผู้เกรียงไกร ออตโตมันได้จ้างอดีตโจรสลัดอย่าง บาร์บารอสซา มาเป็นผู้บัญชาการทหารเรือสูงสุด บาร์บารอสซาปฏิรูปกองเรือออตโตมันจนทันสมัย และสามารถเอาชนะกองเรือพันธมิตรยุโรป (ที่มีเวนิสเป็นแกนนำ) ได้อย่างเด็ดขาดที่ ยุทธการพรีเวซา (Battle of Preveza 1538) ทำให้ออตโตมันกลายเป็นจ้าวทะเลเมดิเตอร์เรเนียนอย่างแท้จริง
.🟧5. สงครามพร่ากำลัง สู่จุดจบคือแพ้ทั้งคู่
▪️ แม้จะเสียเปรียบ แต่เวนิสก็ไม่เคยยอมแพ้ง่ายๆ ทั้งสองจักรวรรดิทำ "สงครามเวนิส-ออตโตมัน" กันถึง 7 ครั้ง กินเวลายาวนานเกือบ 300 ปี สมรภูมิที่ดุเดือดที่สุดคือการชิงเกาะยุทธศาสตร์
▪️ สงครามไซปรัส (1570-1573): ออตโตมันบุกยึดไซปรัสจากเวนิสได้สำเร็จ แม้เวนิสจะเอาคืนด้วยการทำลายกองเรือออตโตมันที่ ยุทธการเลปันโต (1571) แต่ด้วยความมั่งคั่งมหาศาล ออตโตมันสามารถสร้างกองเรือใหม่ทั้งหมดขึ้นมาได้ภายในเวลาไม่ถึงปี จนเวนิสต้องยอมแพ้และยกไซปรัสให้
การปิดล้อมที่เกาะครีต (1645-1669)
▪️ สงครามครีต (1645-1669): นี่คือหนึ่งในการปิดล้อมที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ (ยาวนาน 24 ปี) ออตโตมันทุ่มทรัพยากรมหาศาลเพื่อยึดเกาะครีตจากเวนิส แม้สุดท้ายออตโตมันจะชนะ แต่ก็เป็นชัยชนะแบบ Pyrrhic Victory (ชนะบนซากศพ) เพราะทำให้การคลังของออตโตมันแทบจะล้มละลาย
บทสรุป 🚩
สาธารณรัฐเวนิส คือ "บททดสอบราคาแพง" ที่บังคับให้จักรวรรดิออตโตมันต้องก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง จากชนเผ่าที่ขี่ม้ายิงธนูบนทุ่งหญ้า ออตโตมันถูกสถานการณ์บีบให้ต้องเรียนรู้วิทยาการเดินเรือ การใช้ปืนใหญ่ใหญ่เรือรบ และการบริหารเครือข่ายโลจิสติกส์ทางทะเลที่ซับซ้อน
ออตโตมันและเวนิสคู่แข่งทางทะเลตลอดกาล
แต่ในขณะเดียวกัน การทำศึกที่ยืดเยื้อนับศตวรรษเพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ก็ได้ "สูบเลือด" ของทั้งออตโตมันและเวนิสจนหมดสภาพ เปิดทางให้มหาอำนาจใหม่ที่เดินเรือข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก (เช่น โปรตุเกส สเปน ดัตช์ และอังกฤษ) ก้าวขึ้นมาครองผืนน้ำแทนในท้ายที่สุด
ตอนต่อไป ผมจะสรุปภาพรวมเพื่อนบ้านในยุคสุลต่านเมเหม็ดที่1 กันครับเพื่อตอบเหตุผลที่ว่า ทั้งที่เป็นโอกาสทองขนาดนี้ทำไมตะวันตกยังปล่อยให้ออตโตมันฟื้นตัวได้ใน
...
ตอนที่ 54 สันติภาพจอมปลอม? ภูมิรัฐศาสตร์และยุทธศาสตร์การทูตยุโรปของสุลต่านเมห์เหม็ดที่ 1
ประวัติศาสตร์
แนวคิด
เรื่องเล่า
2 บันทึก
3
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
Ottoman Empire The Road to Conquest
2
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย