13 มิ.ย. เวลา 04:09 • ไลฟ์สไตล์

วันที่ฉันนั่งอยู่หลังพวงมาลัยอีกครั้ง

ความมั่นคงที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากการรู้ว่าถนนข้างหน้าจะเป็นอย่างไร
แต่มาจากการรู้ว่า ไม่ว่าถนนนี้จะพาฉันไปที่ไหน ฉันก็ยังเชื่อมั่นในตัวเอง
เรื่องราวที่วนเวียนอยู่ในชีวิต และยังไม่หายไปสักที
มันคือสิ่งที่ฉันยังก้าวข้ามมันไปไม่ได้
แต่ก็ไม่ได้แปลว่า ฉันจะก้าวข้ามไปไม่ได้เช่นกัน
.
บางช่วงจังหวะของชีวิต
ฉันเหมือนเป็นนักเรียนคนหนึ่ง
ที่ได้รับข้อสอบจากจักรวาล
และครั้งนี้ก็เช่นกัน
ฉันกำลังเจอ
"สถานการณ์ที่เปิดเผยความเชื่อเดิมที่ซ่อนอยู่"
.
ฉันกำลังสังเกตมัน
ตั้งคำถามกับมัน
ท้าทายมัน
และเริ่มเลือกต่างจากเดิม
.
ฉันกำลังอยู่กลางกระบวนการเปลี่ยนแปลง
ซึ่งเป็นช่วงที่สับสนที่สุดเสมอ
เพราะตัวตนเก่ายังไม่หายไปทั้งหมด
แต่ตัวตนใหม่ก็ยังไม่มั่นคงเต็มที่
.
ยิ่งมอง ฉันยิ่งเห็นบทเรียนหลักของชีวิตตัวเองชัดขึ้น
เพราะถ้าดูเผิน ๆ
เรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้เหมือนเป็นเรื่องงาน
แต่สิ่งที่ถูกกระตุ้นจริง ๆ กลับเป็น
* คุณค่าในตัวเอง
* ความมั่นคง
* ความกลัวการขาดแคลน
* ความเชื่อว่าต้องมีอะไรสักอย่างมารับรองว่าฉันจะปลอดภัย
ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับงานเลย
.
สิ่งที่ฉันกำลังฝึกอยู่
จึงไม่ใช่แค่การหางาน
แต่เป็นการเปลี่ยนจาก
"ฉันปลอดภัย เพราะมีสิ่งเหล่านี้"
ไปสู่
"ฉันปลอดภัย เพราะฉันเชื่อในตัวเอง"
.
เพราะถ้าฉันรู้สึกว่า
ฉันมีคุณค่าก็ต่อเมื่อ...
* มีงาน
* มีเงิน
* มีคนเลือก
* มีความสำเร็จ
ฉันก็จะต้องวิ่งหาหลักฐานใหม่อยู่ตลอดชีวิต
เพราะสิ่งเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงได้เสมอ
.
ฉันกำลังแก้ความเชื่อนี้อยู่
และมันไม่ใช่บทเรียนที่เปลี่ยนได้ในวันเดียว
เพราะมันถูกบดบังด้วยเสียงวิจารณ์ตัวเองที่ดังมานานหลายปี
.
การเชื่อมั่นในตัวเองไม่ใช่สิ่งที่ฉันมีติดตัวมาตั้งแต่แรก
หรืออย่างน้อย...ฉันก็เคยคิดเช่นนั้น
แต่บางที
มันอาจอยู่ในตัวฉันมาตลอด
เพียงแค่ถูกซ่อนอยู่ใต้ความกลัว

ความไม่มั่นใจ

และคำตัดสินที่ฉันมีต่อตัวเอง
และวันนี้
ฉันกำลังเริ่มมองเห็นมันชัดขึ้นทีละนิด
.
ฉันกำลังเรียนรู้ว่า
คุณค่าของตัวเองไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ครอบครอง
และความมั่นคงไม่ได้เกิดจากการยึดทุกอย่างไว้แน่นที่สุด
แต่มาจากการรู้ว่า
"ต่อให้วันหนึ่งสิ่งนั้นหายไป ฉันก็ยังเป็นฉัน"
.
สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้
จึงเหมือนชีวิตกำลังฉายภาพให้ฉันดูว่า
"นี่คือจุดที่เธอยังไม่เชื่อตัวเองเต็มร้อย"
ไม่ใช่เพื่อทำโทษ
แต่เพื่อให้มองเห็น
.
ฉันกำลังเรียนรู้ที่จะเลือก
โดยละทิ้งความขาดและความกลัว
.
ถ้าเลือกจากความกลัว
ฉันจะถามว่า
* ถ้าพลาดล่ะ?
* ถ้าไม่มีอีกล่ะ?
* ถ้าดีกว่านี้ไม่มาแล้วล่ะ?
* ถ้าฉันเลือกผิดล่ะ?
.
แต่ถ้าเลือกจากความเชื่อมั่น
ฉันจะถามว่า
* สิ่งนี้เหมาะกับฉันไหม?
* ฉันเติบโตที่นี่ได้ไหม?
* ฉันอยากใช้ชีวิตแบบนี้ไหม?
* ฉันภูมิใจกับการเลือกนี้ไหม?
.
และฉันในตอนนี้
กำลังพยายามเลือกแบบหลัง
.
เพราะคนที่กลัวการขาดแคลน
มักจะกักตุน
* เงิน
* โอกาส
* ความสัมพันธ์
* ทางเลือก
ไม่ใช่เพราะโลภ
แต่เพราะกลัว
.
แต่เมื่อเริ่มเชื่อว่า
"ถ้าสิ่งนี้จากไป ฉันยังสร้างใหม่ได้"
การปล่อยวางก็เริ่มเกิดขึ้นเอง
.
ปัญหาเหล่านั้นยังอยู่
แต่ฉันกำลังเปลี่ยนความสัมพันธ์กับมัน
.
เมื่อก่อน
ความกลัวเป็นคนขับรถ
.
แต่ตอนนี้
ฉันกลับมานั่งอยู่หลังพวงมาลัยแล้ว
.
ความกลัวยังนั่งอยู่ในรถคันเดียวกัน
แต่ไม่ได้เป็นคนกำหนดทิศทางทั้งหมดอีกต่อไป
.
ฉันกำลังเรียนรู้ว่า
จะสร้างความมั่นคงจากภายในได้อย่างไร
โดยไม่ต้องเอาคุณค่าของตัวเองไปผูกกับสิ่งภายนอก
.
วันหนึ่งบทเรียนนี้อาจมาในรูปของเงิน
อีกวันอาจมาในรูปของความสัมพันธ์
อีกวันอาจมาในรูปของความสำเร็จ
.
แต่แก่นของมันยังเหมือนเดิม
.
ฉันกำลังเรียนรู้ที่จะก้าวข้ามบททดสอบเหล่านี้
.
ไม่ได้แปลว่าพรุ่งนี้ฉันจะไม่กังวล
ไม่ได้แปลว่าพรุ่งนี้ฉันจะไม่คิดมาก
.
แต่ทุกครั้งที่ความกลัวกลับมา
ฉันจะรู้ตัวได้เร็วขึ้น
"อ๋อ...นี่คือความกลัวกำลังพูด"
ไม่ใช่
"ความจริงทั้งหมด"
.
ฉันชอบช่วงเวลาเหล่านี้ไหม
ฉันไม่ได้ชอบมันซะทีเดียว
.
แต่ฉันชอบตัวเอง
ที่ค่อย ๆ เอาชนะบททดสอบเหล่านี้ได้
.
ฉันชอบตัวเองที่เติบโต
ฉันชอบตัวเองที่เรียนรู้
ฉันชอบตัวเองที่ดีขึ้นกว่าเดิม
.
ก็คงเหมือนกับการทำงาน
.
ถ้าเจองานง่าย
ทำแล้วไม่ได้พัฒนาตัวเองเท่าไหร่
ฉันก็คงไม่ค่อยชอบ
.
แต่ถ้าเจองานที่ยากและท้าทาย
ถึงฉันจะบ่น
จะเหนื่อย
จะท้อแท้
ฉันก็ยังอยากทำมันให้สำเร็จ
.
และเมื่อทำสำเร็จ
ฉันกลับภูมิใจในตัวเองอย่างบอกไม่ถูก
.
ฉันคงปฏิเสธไม่ได้ว่า
บางทีฉันก็ชอบชีวิตที่ยาก
.
เพราะมันบังคับให้ฉันเติบโต
.
และทุกครั้งที่ฉันผ่านมันไปได้
ฉันจะได้พบกับตัวเอง
ในเวอร์ชันที่แข็งแกร่งกว่าเดิม
Daisy🚗🌼

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา