30 มิ.ย. เวลา 03:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

Second-Level Thinking : คิดให้ลึกเหนือคนส่วนใหญ่

การเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่แค่คิดถูก แต่ต้องคิดแตกต่างจากคนส่วนใหญ่ และคิดถูกด้วย
Howard Marks
หากถามว่า "ดอกเบี้ยลดลง ตลาดหุ้นจะเป็นอย่างไร" คนส่วนใหญ่ตอบได้ทันทีว่า
"หุ้นน่าจะขึ้น"
คำตอบนี้ไม่ผิด แต่ปัญหาคือ ทุกคนก็คิดแบบเดียวกันหมด เมื่อทุกคนรู้คำตอบอยู่แล้วข้อมูลนั้นจึงมักสะท้อนอยู่ในราคาไปเรียบร้อยแล้ว
นี่คือจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ Howard Marks เรียกว่า
"Second-Level Thinking" หรือ "การคิดระดับที่สอง"
---
#เข้าใจ Second-Level Thinking
หากการคิดระดับที่หนึ่งเป็นการคิดแบบตรงไปตรงมา เศรษฐกิจดี หุ้นน่าจะขึ้น, AIโต หุ้นAIน่าซื้อ ,ดอกเบี้ยกำลังจะลด รีบเข้าซื้อหุ้น
แม้จะฟังดูสมเหตุสมผลและส่วนใหญ่ก็ถูกต้อง แต่ปัญหาคือทุกคนก็คิดแบบนี้ได้ดังนั้นจึงแทบไม่มีความได้เปรียบเลย
การคิดระดับที่สอง นักลงทุนระดับสูงจะถามต่อว่า
"แล้วคนอื่นคิดอย่างไร"
"สิ่งนี้ถูกสะท้อนในราคาไปแล้วหรือยัง"
"ถ้าทุกคนเชื่อแบบเดียวกัน ใครจะเป็นคนซื้อคนสุดท้าย"
ตัวอย่างเช่น
หากAI กำลังเปลี่ยนโลก แม้จะเป็นความจริง
แต่ไม่ได้แปลว่าหุ้นทุกตัวที่เกี่ยวข้องกับ AI
จะเป็นการลงทุนที่ดี เพราะราคาหุ้นอาจสะท้อนความคาดหวังในอนาคตไปหมดแล้ว
ดังนั้นคำถามที่สำคัญไม่ใช่ "AI จะเติบโตไหม"
แต่คือ "การเติบโตนั้น มากหรือน้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ไหม"
---
#Howard Marks กับแนวคิดเรื่องความคาดหวัง
Marks มักย้ำเสมอว่าการลงทุนไม่ได้วัดว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นหรือไม่ แต่ต้องวัดว่า
"เหตุการณ์นั้นต่างจากที่ตลาดคาดหรือไม่"
ตัวอย่างเช่น
บริษัทประกาศกำไรเติบโต 30% ฟังดูดีมาก
แต่ถ้าตลาดคาดไว้ 50% หุ้นอาจร่วงได้
ในทางกลับกัน หากกำไรลดลง 10%ซึ่งฟังดูแย่
แต่ถ้าตลาดคาดว่าจะลดลง 30% หุ้นอาจปรับตัวขึ้นได้ เพราะการลงทุนเป็นเกมของความคาดหวังไม่ใช่เกมของข้อเท็จจริงเพียงอย่างเดียว
---
#นักลงทุนส่วนใหญ่แพ้เพราะคิดเหมือนตลาด
ในช่วงตลาดกระทิง คนส่วนใหญ่มักรู้สึกมั่นใจ
ยิ่งราคาหุ้นขึ้นมาก ยิ่งคิดว่าความเสี่ยงลดลง
แต่ในความเป็นจริงราคาที่สูงขึ้นมักหมายถึงผลตอบแทนในอนาคตที่ลดลงและความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
ในทางกลับกันช่วงวิกฤต คนส่วนใหญ่มักกลัว
ไม่กล้าลงทุน แต่บ่อยครั้งนั่นคือช่วงที่ความเสี่ยงเริ่มลดลงเพราะราคาหุ้นได้ปรับตัวลงมามากแล้ว
Howard Marks จึงกล่าวว่า
"สิ่งที่สำคัญไม่ใช่ว่าสินทรัพย์นั้นดีหรือไม่
แต่สำคัญว่าราคาที่เราจ่ายไปนั้นดีหรือไม่"
---
#Second-Level Thinking ในชีวิตจริง
Second-Level Thinking ไม่ได้ใช้เฉพาะกับการลงทุนแต่ใช้กับการตัดสินใจได้ทุกเรื่อง
คนส่วนใหญ่ถามว่า "งานนี้เงินเดือนสูงไหม"
คนที่คิดระดับที่สองจะถามว่า "งานนี้จะสร้างทักษะอะไรที่เอาไปต่อยอดได้บ้าง"
คนส่วนใหญ่ถามว่า "ธุรกิจนี้กำไรดีไหม"
คนที่คิดระดับที่สองจะถามว่า "กำไรนี้จะยั่งยืนหรือไม่"
คนส่วนใหญ่ถามว่า "ตอนนี้คนกำลังนิยมอะไร"
คนที่คิดระดับที่สองจะถามว่า "ความนิยมนี้เป็นแค่กระแสชั่วคราวไหม อนาคตสิ่งนี้จะยังมีมูลค่าอยู่หรือไม่"
---
นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จไม่ได้มีข้อมูลมากกว่าคนอื่นเสมอไป แต่พวกเขามองลึกกว่าคนอื่น
เมื่อคนส่วนใหญ่กำลังมองไปข้างหน้า 1 ก้าว
พวกเขาพยายามมอง 2 หรือ 3 ก้าว
ไม่ใช่เพื่อทำนายอนาคตให้แม่นยำ
แต่เพื่อเข้าใจว่า "ตลาดกำลังมองอะไรอยู่"
และ "อะไรคือสิ่งที่ตลาดอาจมองข้าม"
เพราะในการลงทุนผลตอบแทนที่เหนือกว่าตลาด
มักไม่ได้มาจากการคิดเหมือนคนส่วนใหญ่ แต่มาจากการคิดแตกต่างและคิดได้อย่างถูกต้อง
นั่นคือหัวใจของ Second-Level Thinking

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา