23 มิ.ย. เวลา 03:00 • ความคิดเห็น

ทำไมเราให้อภัยคนอื่นได้ง่าย แต่ให้อภัยตัวเองไม่เป็น

“คนอื่นทำได้ ทำไมเราทำไม่ได้”
ผมเชื่อว่าหลายคนคงเคยพูดประโยคนี้กับตัวเองสักครั้ง
และผมก็เป็นหนึ่งในนั้น
ช่วงฝึกงาน ผมเคยมีโอกาสนำเสนอผลงานต่อผู้บริหาร
งานชิ้นนั้นเป็นงานที่ผมลงมือทำเองแทบทั้งหมด
ผมรู้ว่าปัญหาคืออะไร
ผมรู้ว่าแก้มันอย่างไร
และผมรู้ว่าผลลัพธ์ที่ได้คืออะไร
ก่อนเข้าห้องประชุม ผมคิดว่าตัวเองพร้อมแล้ว
แต่พอถึงเวลาต้องยืนอยู่หน้าห้องจริง ๆ
หัวใจกลับเต้นแรงกว่าปกติ
เสียงเริ่มสั่น
มือเริ่มเกร็ง
ประโยคที่ซ้อมมาในหัวกลับเรียงไม่ถูก
ทั้งที่ผมรู้เนื้อหาทั้งหมด
แต่กลับพูดออกมาได้ไม่ดีเท่าที่คิด
หลังจากการนำเสนอจบลง
หัวหน้าแผนกเดินมาบอกผมสั้น ๆ ว่า
“ดูไม่ค่อยมั่นใจนะ มั่นใจในตัวเองไว้”
ผมไม่ได้รู้สึกโกรธ
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือผมเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง
ร่างกายเราเป็นอะไร
เรากลัวอะไร
ทั้งที่งานนี้เราก็เป็นคนทำ
ทั้งที่เราควรเป็นคนที่รู้เรื่องนี้ดีที่สุด
จากนั้นผมหันไปมองเพื่อน
คนที่นำเสนอได้อย่างเป็นธรรมชาติ
คนที่พูดได้ลื่นไหล
คนที่ดูมั่นใจในทุกประโยค
และผมจำได้ว่าตัวเองคิดอยู่เงียบ ๆ ว่า
เขาพูดเก่งจัง
เขาสื่อสารเก่งจัง
เมื่อไรเราจะทำได้แบบนั้นบ้างนะ
ผมไม่ได้อยากเอาชนะเขา
ไม่ได้โกรธที่เขาทำได้ดีกว่า
แต่ยิ่งชื่นชมเขามากเท่าไร
ผมก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองขาดอะไรบางอย่างมากขึ้นเท่านั้น
และสุดท้าย ความคิดเดิมก็กลับมา
คนอื่นทำได้ ทำไมเราทำไม่ได้
ทุกวันนี้ผมเพิ่งสังเกตว่า
เวลาคนอื่นผิดพลาด
ผมมักมีเหตุผลให้เขาเสมอ
ผมบอกเพื่อนว่า
คนเราเก่งไม่เหมือนกัน
บางเรื่องอาจเป็นเรื่องที่ยังไม่ถนัด
ความผิดพลาดไม่ได้แปลว่าไร้ความสามารถ
ถ้าพยายามเต็มที่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องโทษตัวเองมากเกินไป
แต่แปลกดี
เหตุผลทั้งหมดที่ผมมอบให้คนอื่น
กลับไม่เคยมอบให้ตัวเองเลย
ในทางจิตวิทยา มีแนวคิดหนึ่งเรียกว่า Self-Compassion หรือ “ความเมตตาต่อตัวเอง”
มันไม่ได้หมายถึงการปลอบตัวเองว่าไม่ผิด
หรือการหลีกหนีความจริง
แต่มันคือการยอมรับว่า
เราก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง
มนุษย์ที่สามารถผิดพลาด ตื่นเต้น ประหม่า หรือไม่สมบูรณ์แบบได้
เหมือนกับคนอื่นทุกคน
สิ่งที่ผมค้นพบคือ
หลายครั้งเราให้อภัยคนอื่นจากความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว
แต่กลับตัดสินตัวเองทั้งชีวิตจากความผิดพลาดครั้งเดียวกัน
เราเข้าใจคนอื่นได้ง่าย
แต่เข้าใจตัวเองได้ยาก
เราเห็นคุณค่าของคนอื่นได้ชัด
แต่กลับมองข้ามคุณค่าของตัวเอง
บางทีคนที่ใจร้ายกับเรามากที่สุด
อาจไม่ใช่คนอื่นเลย
แต่อาจเป็นเสียงในหัวของเราเอง
เสียงที่คอยเปรียบเทียบ
เสียงที่คอยตัดสิน
และเสียงที่พยายามสรุปคุณค่าของเราทั้งคน จากช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงไม่กี่นาที
จนลืมไปว่า
ความผิดพลาดครั้งหนึ่ง
ไม่เคยมีอำนาจมากพอ
ที่จะนิยามคุณค่าของคนคนหนึ่งได้ทั้งหมด
ผมยังฝึกเรื่องนี้อยู่ทุกวันนะครับ
ยังมีบางวันที่เผลอเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น
ยังมีบางวันที่เสียงในหัวดังเกินกว่าความจริง
แต่อย่างน้อย วันนี้ผมเริ่มรู้แล้วว่า
เสียงนั้นไม่ใช่ความจริงเสมอไป
และผมไม่จำเป็นต้องเชื่อทุกอย่างที่มันพูด
ถ้าคุณเคยรู้สึกแบบนี้เหมือนกัน
คอมเมนต์บอกผมได้นะครับ
และถ้าอยากอ่านเรื่องราวการค่อย ๆ ทำความเข้าใจตัวเองไปด้วยกัน
ฝากกดติดตามเพจ “ประกอบ” ไว้ด้วยนะครับ
เราอาจกำลังประกอบชิ้นส่วนบางอย่างในใจเหมือนกันก็ได้

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา