19 ก.ค. เวลา 05:26 • สุขภาพ

40+ แล้ว... ปั่นจักรยาน หรือ เดินชัน แบบไหน "เซฟเข่า" และตอบโจทย์ลดหุ่นมากกว่ากัน?

สวัสดีครับทุกคน วันนี้นอกเรื่องฟุตบอล มาล้อมวงคุยเรื่องสุขภาพกันบ้างครับ ขอออกตัวไว้ก่อนเลยนะว่าผมไม่ใช่คุณหมอหรือผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาแต่อย่างใด แต่อยากจะมาแชร์ "ประสบการณ์ตรง" ในฐานะมนุษย์วัย 40+ ที่เคยลองผิดลองถูกกับการออกกำลังกาย จนเกือบได้เข่าพังเป็นของแถมครับ!
สายกิน แต่ใจรักการออกกำลังกาย
ปกติแล้วผมเป็นคนกินตามใจปากครับ (ของอร่อยมักจะขัดกับสุขภาพเสมอ) แต่โชคดีที่ยังชอบเข้าฟิตเนส ยกเวท เล่นคาร์ดิโอด้วยการวิ่งสลับเดินชันบนลู่วิ่งเป็นประจำ พอน้ำหนักเริ่มเกินมาตรฐานบวกกับผลตรวจเลือดที่มีค่าไขมันสูง ผมเลยหันมาปรับเรื่องการกินอย่างจริงจัง ลดแป้ง น้ำตาล ของทอด ของมัน และเนื้อสัตว์ติดมัน ซึ่งผลลัพธ์ออกมายอดเยี่ยมมากครับ ค่าเลือดกลับมาสะอาดไร้ไขมันกวนใจได้อย่างรวดเร็ว
ปัญหาที่ตามมา เมื่อร่างวัย 40+ เริ่มส่งสัญญาณเตือน
ทุกอย่างดูเหมือนจะไปได้สวย จนกระทั่งร่างกายเริ่มประท้วงด้วย "อาการบาดเจ็บ"อยู่ดี ๆ อาการเจ็บหัวเข่าด้านหน้า (บริเวณลูกสะบ้า) ที่ขาข้างขวา ซึ่งจริงๆ อาการนี้เป็นโรคเก่าตั้งแต่วัยรุ่นตอนที่ผมเตะฟุตบอลหนักๆ พอนานไปจนเลิกเตะบอลอาการก็หายไป
แต่พออายุเข้าเลข 4 แล้วกลับมาหักโหมคาร์ดิโอด้วยการ "วิ่งสลับเดินชัน" แบบวันเว้นวัน อาการเก่ามันก็เลยกลับมาครับตอนแรกผมคิดว่าแค่พักน้อยไป เลยลองลดความถี่เหลือแค่เดินชันอย่างเดียววันเว้นวัน แต่อาการเจ็บเข่าก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นเลย
จุดเปลี่ยน: ความรู้ใหม่จากคุณหมอ
โชคดีที่ผมได้มีโอกาสศึกษาข้อมูลจากคุณหมอท่านหนึ่งเรื่องข้อกระดูก จึงได้รู้เรื่องที่ดีมาก ๆ นั่นก็คือ"ในวัย 40+ น้ำหล่อเลี้ยงข้อต่อและมวลกล้ามเนื้อเราจะเริ่มลดลง การวิ่งหรือแม้กระทั่ง 'การเดินชัน' (ซึ่งหลายคนคิดว่าเซฟ) จริงๆ แล้วการเดินขึ้นทางลาดลาดชันจะทำให้ข้อเข่าต้องงอมากขึ้น และเกิดแรงกดมหาศาลตรงสะบ้าหัวเข่า ยิ่งถ้าน้ำหนักตัวเราเยอะ เข่าก็ยิ่งรับศึกหนัก"
คุณหมอแนะนำว่า ถ้าไม่อยากให้ข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย ให้เปลี่ยนไปใช้วิธีที่ แรงกระแทกต่ำ (Low-Impact) เช่น การว่ายน้ำ หรือถ้าไม่ชอบเปียกชื้น ก็ให้ใช้ "การปั่นจักรยาน" แทน เพราะน้ำหนักตัวเราจะไปลงที่อานนั่ง ไม่ได้กดลงที่ข้อเข่าโดยตรง
ผลลัพธ์หลังลองเปลี่ยนมา 3 สัปดาห์
ผมเลือกทางสายปั่นครับ โดยหันมาปั่นจักรยานในฟิตเนสแทนการเดินชัน หลังจากปรับพฤติกรรมได้ประมาณ 3 สัปดาห์ ผลลัพธ์ที่ได้ค่อนข้างดีเลย อาการเจ็บเข่าลดลงจนเกือบหายสนิท
ประสิทธิภาพคาร์ดิโอยังดีเยี่ยม: ผมยังสามารถกระตุ้นการเต้นของหัวใจ (Heart Rate) เพื่อเบิร์นไขมันได้ดีไม่ต่างจากการวิ่งหรือเดินชันเหนื่อยๆ เลย
แถมฟื้นตัวเร็ว ไม่ระบม ร่างกายไม่ล้าจนเกินไป ทำให้เหนื่อยแบบสดชื่น ไม่ใช่เหนื่อยแบบสะบักสะบอม (แน่นอนว่าผลลัพธ์นี้มีเรื่องของการควบคุมอาหารที่ดีควบคู่ไปด้วยนะครับ)
สรุปขอโหวตให้ "ปั่นจักรยาน" ชนะเลิศ!
สำหรับผมในวัย 40+ ที่ข้อต่อกำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ และยังมีน้ำหนักตัวที่ต้องลด หากต้องเลือกอย่างใดอย่างนึงใน 2 อย่างนี้ ผมขอเลือกโหวตให้ “การปั่นจักรยาน” เหมาะสมและตอบโจทย์ที่สุดสำหรับผมครับ
💡 คำแนะนำส่งท้ายจากประสบการณ์จริง:
สำหรับใครที่อายุ 40+ หรือน้ำหนักตัวเกิน แล้วอยากคาร์ดิโอเพื่อลดน้ำหนักอย่างยั่งยืน โดยที่ไม่ต้องแลกมาด้วยข้อเข่าพัง ลองหันมาปั่นจักรยาน (และปรับความสูงของอานให้พอดีขาไม่เหยียดหรือคู้เกินไป) ดูนะครับ เพราะการออกกำลังกายที่ดีที่สุด ไม่ใช่การออกให้หนักที่สุด... แต่คือการออกกำลังกายที่เราสามารถทำได้ไปนานๆ โดยไม่บาดเจ็บครับ!
โฆษณา