ระบบที่ธาลอนและคณะนักปราชญ์ร่วมกันสร้างขึ้นมานี้คือสิ่งที่เราเรียกว่า "ธรรมาธิปไตย" (Rule of Wisdom) ซึ่งมีรากฐานมาจากระบบสภานักปราชญ์ในยุคเลมูเรีย แต่ถูกปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับสังคมใต้พิภพที่ทุกคนเชื่อมต่อกันผ่าน Telepathic Web
หากแต่คือการวัด "ความสอดคล้องระหว่างจิตสำนึกของบุคคลกับกฎธรรมชาติของจักรวาล" (Harmonic Alignment of Individual Consciousness with the Natural Laws of the Universe)
จิตที่เริ่มตื่นนั้นแตกต่างจากจิตที่ยังหลับใหลในมิติที่สำคัญที่สุดประการหนึ่ง นั่นคือการเกิดขึ้นของสิ่งที่เราเรียกว่า "การรับรู้ถึงผู้อื่นในฐานะส่วนหนึ่งของตนเอง" (Perception of Others as Extension of Self)
พวกเขายังคงมีรสนิยมส่วนตัว ยังคงมีความชอบและไม่ชอบ ยังคงมีบุคลิกภาพที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่การมีอยู่ของอัตตา แต่คือ "การหมดอำนาจของอัตตาเหนือการตัดสินใจ" (The Loss of Ego's Authority Over Decision-Making)
โดยผู้สมัครจะถูกตัดขาดจากการเชื่อมต่อกับ Telepathic Web ชั่วคราวและต้องตัดสินใจด้วยตนเองเพียงลำพังในสถานการณ์ที่ไม่มีทางเลือกใดที่สมบูรณ์แบบ การทดสอบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อประเมินว่าผู้สมัครสามารถรักษาความสงบของจิตใจและความชัดเจนในการคิดได้แม้ในสภาวะที่ถูกกดดันและขาดข้อมูลที่สมบูรณ์หรือไม่
การคัดเลือกสมาชิกสภาไม่ใช่การเลือกตั้ง การแต่งตั้ง หรือการสืบทอดทางสายเลือด หากแต่เป็นกระบวนการที่เรียกว่า "การปรากฏขึ้นของผู้เหมาะสม" (The Emergence of the Fitting) ซึ่งมีขั้นตอนที่ซับซ้อนและใช้เวลายาวนาน
เมื่อตำแหน่งในสภาว่างลง ไม่ว่าจะด้วยการคืนกลับสู่ธาตุหรือการก้าวขึ้นสู่ระดับที่เจ็ด จะมีการประกาศให้ประชากรทั้งหมดรับรู้ผ่าน Telepathic Web จากนั้นคณะผู้ประเมินจะเริ่มกระบวนการค้นหาผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม โดยการตรวจวัดค่าแอลคิวอย่างละเอียด
แต่การมีค่าแอลคิวสูงเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ผู้ที่เหมาะสมจะต้องผ่านการทดสอบอีกสองขั้นตอน: "การทดสอบเจตจำนง" (The Test of Will) ซึ่งทดสอบว่าพวกเขายังคงยึดมั่นในหลักการแม้ในสถานการณ์ที่กดดันหรือไม่ และ "การทดสอบความเห็นอกเห็นใจ" (The Test of Compassion) ซึ่งทดสอบว่าพวกเขาสามารถรู้สึกถึงความทุกข์ของผู้อื่นได้อย่างแท้จริงหรือไม่