Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ร
ราหูอมจันทร์ อ้อมกอดสุดท้าย - หยาดน้ำตาไร้เสียง
•
ติดตาม
27 ก.ค. เวลา 13:06 • นิยาย เรื่องสั้น
บทที่ 5: อ้อมกอดตากน้ำค้าง และแสงจันทร์คืนราหูอมจันทร์
ตลอดเวลาที่ถูกกักขังอยู่ในบ้านที่ไร้หัวใจ สิ่งเดียวที่ล่อเลี้ยงใจดวงน้อยของฉันคือความหวังที่จะได้เจอหน้าแม่
จนกระทั่งวันหนึ่ง แม่เดินทางมาหาฉันจริงๆ…
วันนั้นแม่แต่งงานใหม่แล้ว และอุ้มน้องชายคนใหม่วัยขวบเศษมาด้วย ความจริงแล้วแม่มีลูกชายสองคนกับสามีเก่า (ซึ่งก็คือพี่ชายทั้งสองของฉัน) มีฉันเพียงคนเดียวกับพ่อ และมีลูกกับสามีใหม่อีกสองคน (ซึ่งก็คือน้องชายของฉันนั่นเอง)
ทันทีที่เห็นแม่ หัวใจของฉันพองโตด้วยความดีใจอย่างที่สุด ทว่าฉันกลับต้องยืนนิ่งแข็งทื่อราวก้อนหิน รอยยิ้มแปรเปลี่ยนเป็นความอึดอัด และน้ำตาไม่สามารถไหลออกมาได้เลย เพราะสายตาอันเยือกเย็นของคุณย่าคอยจ้องมองเขม็งอยู่ตลอดเวลา
คุณย่าแสดงท่าทีชัดเจนว่า "ไม่ต้อนรับแม่" วันนั้นแม่จึงได้อยู่กับฉันเพียงครู่สั้นๆ ฉันได้แต่นิ่งงัน ยืนมองแผ่นหลังของแม่อุ้มน้องชายเดินห่างออกไปจนลับสายตา อ้อมอกของแม่ที่ฉันถวิลหาและเฝ้ารอคอยมาตลอดเวลา... น้ำตาของฉันไหลออกมาเงียบๆ หัวใจของฉันอ้างว้างและเงียบเหงาเหลือเกิน
!!! ฉันไม่เคยรู้เลยว่า ในอีก 6 ปีข้างหน้า อ้อมอกนั้นจะไม่ใช่อ้อมอกอันอบอุ่นที่ปลอบประโลมฉันอีกต่อไป แต่จะกลับกลายเป็นหนามแหลมคมที่กรีดแทงลงกลางใจของฉันจนแหลกสลาย !!!
สำหรับผู้เป็นพ่อ ความทรงจำในการมาเยี่ยมของท่านช่างเลือนลางเหลือเกิน แต่มีเพียง 2 ครั้งในชีวิตที่สลักลึกอยู่ในใจของฉันอย่างแม่นยำ
ครั้งแรก... น่าจะเป็นช่วงที่ฉันเรียนอยู่ชั้น ป.3 (ราวปี พ.ศ. 2519) พ่อเดินทางมาจากกรุงเทพฯ
พ่อทำอาชีพขับรถแท็กซี่และเป็นช่างตัดผม วันนั้นพ่ออยู่ได้เพียงแป๊บเดียวเพราะคุณย่าไม่ต้อนรับเช่นกัน
ก่อนกลับพ่อได้สวมสร้อยคอทองคำพร้อมจี้ชิ้นหนึ่งให้ฉัน (เมื่อโตขึ้นมาเทียบดู น้ำหนักสร้อยน่าจะราวๆ หนึ่งบาทและจี้ทองน่าจะหนักหนึ่งสลึง เป็นรูปคล้ายเจ้าแม่กวนอิม) ทว่าทันทีที่พ่อหันหลังเดินออกจากรั้วบ้านไปไม่กี่ก้าว
คุณย่าก็ปรี่เข้ามาถอดกระชากสร้อยเส้นนั้นออกจากคอของฉันไปในทันที
และครั้งที่สอง... คือครั้งสุดท้ายก่อนที่พ่อจะจากโลกนี้ไปชั่วนิรันดร์
ตอนนั้นพ่อป่วยหนักเป็นวัณโรค ร่างกายซูบผอมและทรุดโทรมลงมาก
นั่นเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตที่พ่อลูกได้ใช้เวลาร่วมกันจริงๆ
แต่ความใจร้ายของคุณย่าไม่มีวันสิ้นสุด เธอรังเกียจโรคภัยของพ่อและไม่ยอมให้พ่อนอนในบ้านเด็ดขาด
พ่อจึงต้องหอบเสื่อผืนหมอนใบออกไปปูนอนหนาวสั่นอยู่ข้างบ้านข้างแท้งค์น้ำ
เด็กหญิงตัวเล็กๆ อย่างฉันในวันนั้น ไม่อาจทนดูพ่อตกอยู่ในสภาพแบบนั้นได้
ฉันหอบผ้าห่มผืนหนาวิ่งตามออกไปนอนเคียงข้างพ่อที่นอกชานบ้าน เราพ่อลูกนอนกอดกันตากน้ำค้างอยู่บนเสื่อผืนเดียวกัน
วันนั้นอากาศหนาวเหน็บจนจับขั้วหัวใจ พ่อพยายามรวบรวมเศษไม้มาก่อกองไฟผิงเพื่อพยัพความอบอุ่นให้ลูกสาว แต่ไม่นานนัก เสียงแผดด่าของคุณย่าก็ดังลั่นหน้าต่างลงมา แช่งชักหักกระดูกว่าเดี๋ยวไฟจะไหม้บ้านเรือนของเขา
พ่อจำเป็นต้องดับกองไฟกองนั้นลงทันที... เราสองคนจึงต้องนอนเบียดกันท่ามกลางความมืดและความหนาวเหน็บที่ไร้แสงไฟ
ฉันทอดตัวนอนอยู่ในอ้อมกอดอันผอมแห้งของพ่อ เงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้ากว้างดูดวงจันทร์
คืนนั้นเกิดปรากฏการณ์จันทคราส หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "กบกินเดือน" เงามืดกำลังค่อยๆ กลืนกินแสงจันทร์ไปทีละน้อย พ่อโอบกอดฉันไว้แน่นพลางเล่านิทานปรัมปราให้ฟังในความมืด เสียงของพ่อแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความรักที่ท่านมีให้ลูกสาวคนนี้เป็นครั้งสุดท้าย
รุ่งเช้าวันต่อมา... ถึงเวลาที่พ่อต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯ ฉันวิ่งร้องไห้ขึ้นไปบนดาดฟ้าชั้นสองของบ้าน ยืนเกาะลูกกรงทอดสายตามองดูร่างของพ่อที่ค่อยๆ เดินห่างออกไปห่างออกไป... จนกระทั่งร่างของพ่อลับหายไปจากหัวตา
ทุกๆ ครั้งที่ฉันนึกถึงภาพเหล่านั้น น้ำตาของฉันจะไหลรินออกมาเสมอ
เพราะฉันมารู้ในภายหลังว่า การจากลาในเช้าวันนั้น... คือการจากลาชั่วชีวิต
และค่ำคืนราหูอมจันทร์คืนนั้น คือปาฏิหาริย์และอ้อมกอดเดียวของพ่อที่แท้จริงในชีวิตของฉัน
ถ้ารู้ล่วงหน้าฉันจะอ้อนวอนขอให้คุณย่าอนุญาตให้พ่อฉันอยู่ต่ออีกสักคืน
แต่ความตายใครเล่าจะะยั่งรู้
นิยาย
เรื่องสั้น
เรื่องสั้นสะท้อนสังคม
บันทึก
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ราหูอมจันทร์ อ้อมกอดสุดท้าย
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย