27 ก.ค. เวลา 13:23 • นิยาย เรื่องสั้น

บทที่ 6: กรงขังกลางโรงเรียน และพายุร้ายหลังม่านดุริยางค์

ตลอดหลายปีที่เติบโตมาในโรงเรียนประถมขนาดใหญ่ที่มีเด็กนักเรียนนับสามพันคน ฉันกลับต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความเงียบงันและเปล่าเปลี่ยว ราวกับถูกกักขังอยู่ในกรงล่องหน
คุณย่าสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้ฉันพูดคุยหรือสร้างปฏิสัมพันธ์กับใครเลย ไม่เว้นแม้แต่ในรั้วโรงเรียนที่เธอสอนอยู่
หยาดน้ำตาจึงกลายเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่อยู่เคียงข้างฉันในทุกค่ำคืนทว่าลึกๆ ในใจของเด็กหญิงตัวเล็กๆ คนนี้
กลับมีความขบถและดื้อดึงซ่อนอยู่ ฉันโหยหาการยอมรับและอยากมีตัวตนเหมือนเด็กคนอื่น
ทุกครั้งที่มีงานกิจกรรมของโรงเรียน ฉันจะรีบไปลงชื่อเข้าร่วมทุกอย่าง แม้จะรู้ดีแก่ใจว่า เมื่อกลับไปถึงบ้านจะต้องเผชิญกับเสียงด่าทอแช่งชักหักกระดูกของคุณย่าก็ตาม
ครั้งหนึ่งในงานกีฬาสี ฉันได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้นำเชียร์ (ลีดเดอร์) ของโรงเรียน แต่พอคุณย่ารู้เรื่องเข้า เธอก็ใช้อำนาจความเป็นครูและผู้ปกครองยื่นคำขาด
สั่งเปลี่ยนเครื่องแต่งกายของฉัน จากกระโปรงสั้นสีสันสดใสที่ลีดเดอร์ทุกคนใส่กัน ให้กลายเป็น "กางเกงวอร์มขายาวพละ" แทน
แม้แต่ตอนที่ คุณครูผู้ดูแลเห็นแววและอยากให้ฉันเป็นดัมเมเยอร์นำขบวนพาเหรด
คุณย่าก็ยังคงยืนยันคำเดิมอย่างเด็ดขาดว่า “ต้องใส่กางเกงวอร์มเท่านั้น!”
จนคุณครูทนความจู้จี้ไม่ไหวและต้องยอมถอดชื่อฉันออกแล้วเอาเด็กคนอื่นมาเป็นแทน...
พอมานึกย้อนดูในวันนี้ มันก็เป็นเรื่องตลกร้ายที่ชวนขำไม่ออกเหมือนกัน ว่าทำไมชีวิตวัยเด็กของฉันถึงต้องแปลกแยกจากคนอื่นขนาดนั้น
ในด้านงานฝีมือ ฉันต้องยอมรับว่าคุณย่าเป็นคนเก่งมาก เธอตัดเย็บผ้าเก่ง และถักโครเชต์ถักนิตติ้งได้อย่างประณีต
ชุดไทยที่ฉันต้องใส่รำในงานแสดงของโรงเรียน คุณย่าก็เป็นคนลงมือออกแบบและตัดเย็บให้ด้วยตัวเอง
และทุกวันเสาร์-อาทิตย์ หลังจากเสร็จงานบ้านหนักๆ ฉันจะถูกบังคับให้นั่งนิ่งๆ เพื่อหัดถักผ้าและเย็บผ้าตามรอยเธอ
ทว่าอาจเป็นเพราะความทรงจำที่ผูกติดอยู่กับความอึดอัดและแรงกดดัน บาดแผลเหล่านั้นทำให้ร่างกายและสมองของฉันปฏิเสธที่จะซึมซับวิชางานฝีมือจากเธอเลยแม้แต่น้อย
แต่ความโหดร้ายที่รุนแรงที่สุดในความทรงจำช่วงนั้น เกิดขึ้นในวันที่ฉันตัดสินใจลงสมัครเข้า "วงดุริยางค์" ของโรงเรียน
แน่นอนว่าคุณย่าบังคับให้เปลี่ยนชุดฟอร์มดุริยางค์จากกระโปรงสั้นเป็นกางเกงวอร์มตามเคย แต่ฉันก็ไม่ย่อท้อ
วันนั้นฉันกำลังนั่งซ้อมเป่าเครื่องดนตรีเมโลเดียน (Melodion) อยู่คนเดียว
มีเพื่อนนักเรียนของฉันคนหนึ่งปั่นจักรยานมาหา เพื่อทักทายถามไถ่ด้วยความซื่อสัตย์ตามประสาเด็กว่า "เธอ... เป่าเพลงนี้ได้หรือยัง?" แล้วเพื่อนก็ลองเป่าทำนองให้ฉันฟังเป็นตัวอย่างเมื่อเพื่อนปั่นจักรยานจากไป...
พายุร้ายที่ไม่มีใครคาดคิดก็พัดถล่มลงมาทันที
คุณย่าโผล่มาจากมุมไหนก็ไม่รู้ ใบหน้าของเธอถมึงทึงด้วยความโกรธจัดที่เห็นฉันกล้าละเมิดกฎเหล็กแอบพูดคุยกับคนอื่น
เธอกระโจนเข้ามาจิกทึ้งเส้นผมของฉันอย่างบ้าคลั่ง ทั้งหยิกขยี้เนื้อตัว
และใช้เท้าเตะถีบร่างเล็กๆ ของฉัน จนตกบันไดพลัดร่วงลงมาจากชั้นสองของบ้าน ร่างของฉันกระแทกพื้นขั้นบันไดขั้นแล้วขั้นเล่าลงมาอย่างทรมาน เจ็บปวดไปทั้งเนื้อทั้งตัว เธอลงมือทารุณกรรมฉันอย่างทารุณไร้ความปรานี เพียงเพื่อจะตอกย้ำให้ฉันหลาบจำว่า...
ห้ามมีมิตรภาพ ห้ามมีความสุข และห้ามพูดคุยกับใครในโลกใบนี้เด็ดขาดหากเธอไม่ได้อนุญาต
!!! ชีวิตของฉันโดดเดี่ยว เมื่อโตขึ้นฉันชินที่อยู่คนเดียว ถ้าคนเริ่มพูดมาก หรืออธิบายครั้งนึงแล้วไม่รู้เรื่องฉันจะเลิกอธิบาย และตัดบทเดินหนีไป ไม่ชอบใจฉันจะเงียบแล้วเดินออกไป การเข้าสังคมของฉันเข้าขั้นแย่มาก !!!

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา