Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ร
ราหูอมจันทร์ อ้อมกอดสุดท้าย - หยาดน้ำตาไร้เสียง
•
ติดตาม
27 ก.ค. เวลา 13:38 • นิยาย เรื่องสั้น
บทที่ 7: ความฝันสีกากีแกมเขียว และความลับที่น่าขยะแขยง
บาดแผลบางอย่างในวัยเยาว์... ในวันที่เรายังไม่ประสาและไร้เดียงสา เราไม่มีวันเข้าใจมันเลย
จนกระทั่งกาลเวลาพัดพาให้เราเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ทบทวนมองย้อนกลับไป
ความเข้าใจนั้นถึงได้แปรเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดและคุกคามหัวใจอย่างที่สุด
นับตั้งแต่จำความได้จนถึงชั้น ป.5 กิจวัตรหลังเลิกเรียนในทุกๆ วันคือคุณปู่จะขับรถมารับคุณย่าและฉันกลับบ้าน โดยเราจะแวะที่ตลาดสดประจำจังหวัดเพื่อซื้อวัตถุดิบไปทำอาหารเย็น
เรื่องเสน่ห์ปลายจวักในการทำกับข้าวนั้นต้องยกให้คุณย่าจริงๆ
อาหารทุกจานของเธอรสชาติดีเยี่ยม ละเอียดประณีต และที่สำคัญคือไม่เคยใส่ผงชูรสเลยแม้แต่ปลายก้อย แถมยังเก็บรักษาไว้ได้นานหลายวัน
(ความเคยชินนี้ส่งผลร้ายแรงในเวลาต่อมา เพราะเมื่อฉันย้ายกลับไปอยู่กับแม่ ฉันแทบจะกินข้าวไม่ได้เลย ลิ้นของฉันจะชาหนาไปหมดเพราะไม่คุ้นเคยกับผงชูรส ปัจจุบันนี้แม้จะกินได้เป็นปกติแล้ว แต่ถ้าร้านไหนใส่เยอะเกินไป คอของฉันจะแห้งผากและต้องดื่มน้ำตามจำนวนมากทันที)
ในระหว่างที่รอคุณย่าไปเดินเลือกซื้อของในตลาด ฉันกับคุณปู่สองคนจะนั่งรอกันอยู่ในรถ คุณปู่มักจะเดินไปซื้อขนมไทยโบราณพวกทองหยิบหรือลูกชุบมาให้ฉันเคี้ยวเล่นแก้หิว และแอบยื่นเงินค่าขนมให้ฉันเก็บไว้ครั้งละ 2 บาทบ้าง 5 บาทบ้าง ทว่าเบื้องหลังเศษเสี้ยวความใจดีเหล่านั้น
กลับซ่อนพฤติกรรมมืดดำที่เด็กหญิงอย่างฉันในตอนนั้นไม่เข้าใจ
ทุกครั้งที่อยู่กันตามลำพังในรถ... คุณปู่ชอบยื่นมือมาลูบไล้ขาของฉัน
จากตอนแรกที่รู้สึกงุนงง จนกระทั่งฉันเริ่มเติบโตขึ้นเป็นเด็กหญิงชั้น ป.6 ความไร้เดียงสาเริ่มจางหายไป ความรู้สึกหนึ่งที่แล่นริ้วเข้ามาแทนที่ทุกครั้งเมื่อฝ่ามือหนาของผู้ใหญ่คนนั้นสัมผัสลงบนผิวเนื้อคือ
"ความขยะแขยง" มันเป็นความอึดอัด กลืนไม่เข้าคายไม่ออก และความขยะแขยงในเนื้อตัวนี้เอง ที่กลายเป็นเชื้อไฟชั้นดี คอยกระตุ้นเตือนในใจของฉันทุกค่ำคืนว่า... ฉันจะต้องหาทางหนีออกจากบ้านหลังนี้ไปให้ได้
ความกดดันยิ่งทวีคูณเมื่อวันหนึ่ง ฉันบังเอิญไปแอบได้ยินคุณย่าแอบคุยกับสามีว่า "จะไม่ให้ฉันเรียนหนังสือต่อหลังจากจบ ป.6"
คำพูดนั้นบีบหัวใจฉันจนแทบแตกสลาย เพราะก่อนหน้านั้นไม่นาน พวกเขาเพิ่งจะพาร่างเล็กๆ ของฉันนั่งรถลงไปที่บ้านเกิดของพ่อ
เพื่อให้ฉันเซ็นชื่อรับเงินประกันชีวิตของพ่อจำนวน 100,000 บาท (ซึ่งเป็นเงินจำนวนมหาศาลมากในราวปี พ.ศ. 2522)
เงินก้อนนี้พ่อตั้งใจทำทิ้งไว้หยาดเหงื่อสุดท้ายเพื่อเป็นทุนการศึกษาให้ลูกสาวคนเดียวได้เล่าเรียนสูงๆ
แต่คุณย่าและคุณปู่กลับฮุบเงินก้อนนั้นไปจนหมดสิ้น และยังคิดจะตัดอนาคตไม่ให้ฉันได้เรียนต่ออีกด้วย
ในเวลานั้น ความฝันสูงสุดของเด็กหญิงที่ไร้ที่พึ่งอย่างฉันคือ "การได้เป็นหมอทหาร"
เหตุผลของความฝันนี้เกิดมาจากแสงสว่างและความสุขเพียงหนึ่งเดียวในบ้านหลังใหญ่ใจร้ายนี้...
คุณย่ามีลูกชายแท้ๆ อยู่คนหนึ่ง (ฉันเรียกว่าคุณน้า) คุณน้าเป็นทหารที่นิสัยดีมาก น่ารัก และเปี่ยมไปด้วยความเมตตาเอ็นดูฉันอย่างแท้จริง ทุกครั้งที่คุณน้าได้ลากลับมาจากประจำการที่แนวหน้าชายแดน ฉันจะรีบวิ่งไปนั่งข้างๆ ฟังคุณน้าถ่ายทอดเรื่องราวการใช้ชีวิตในป่าลึก เรื่องราวการรบพุ่งอันสมบุกสมบันและความยากลำบากของพี่น้องทหารกล้า
ฉันซึมซับความรักในอาชีพทหารมาจากคุณน้า และตั้งปณิธานว่าอยากเป็นแพทย์ทหารเพื่อไปรักษาชีวิตคนลำบากเหล่านั้น คุณน้าคือบุคคลคนเดียวที่ทำให้ฉันได้รู้จักคำว่าความอบอุ่นในบ้านหลังนี้ แต่เมื่อความฝันกำลังจะถูกตบให้ดับลงด้วยความเห็นแก่ตัวของผู้ใหญ่
ฉันจึงรู้ดีว่า... แผนการหนีออกจากนรกแห่งนี้ต้องเริ่มต้นขึ้นทันที
เรื่องสั้นสะท้อนสังคม
เรื่องสั้น
นิยาย
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ราหูอมจันทร์ อ้อมกอดสุดท้าย
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย