27 ก.ค. เวลา 14:54 • นิยาย เรื่องสั้น

บทที่ 10: ค่ำคืนที่มืดมิด เงินยี่สิบบาท และการหนีตายไปข้างหน้า

สิทธิ์ในการเรียนต่อถูกพรากไป พร้อมกับเงินแสนที่เป็นหยาดเหงื่อสุดท้ายของพ่อที่ถูกชุบมือเปิบไปอย่างหน้าด้านๆ
ในวัยใกล้ 13 ปี ฉันถูกแม่บังคับให้ไปรับจ้างดำนา เกี่ยวข้าว และถางหญ้าในไร่อ้อย
งานกรรมกรแบกหามกลางแดดแผดเผาที่เด็กผู้หญิงอย่างฉันไม่เคยทำและทำไม่เป็น ทว่าหยาดเหงื่อทุกหยดที่แลกมาเป็นเงินกลับถูกแม่ยึดไปจนหมดสิ้น
ฉันไม่เคยได้กินอิ่มท้อง ขนมสักชิ้นไม่เคยตกถึงท้อง ยามใดที่ปริปาก ข้าวน้ำที่กลืนลงคอจะถูกทวงบุญคุณทันที: "อยู่ดีกินดีมาเยอะแล้ว ไม่ต้องมาแย่งพี่แย่งน้องกิน!"
หากทำสิ่งใดไม่ถูกใจ เสียงตวาดด่าทอและรอยช้ำจากไม้เรียวจะถูกประเคนลงบนร่างของฉันราวกับฉันไม่ใช่ลูกคนหนึ่ง
แต่นรกที่แท้จริง... เพิ่งเริ่มต้นขึ้นในวัย 14 ปีความบริสุทธิ์และเกียรติยศของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งถูกบดขยี้จนแหลกเหลว
ด้วยน้ำมือของพี่ชายคนโต เขาขืนใจฉัน... ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่ย่ำยีฉันต่อเนื่องยาวนานอยู่เป็นปี
ฉันต้องใช้ชีวิตอยู่ราวกับร่างที่ไร้วิญญาณ ไร้ความภาคภูมิใจในตัวเอง และเหมือนโชคชะตาจะยังสะใจไม่พอ
ต่อมาฉันก็ถูกพี่ชายคนรองย่ำยีซ้ำสองซ้ำเติมบนรอยแผลเดิม
เมื่อแม่ส่งฉันให้ไปช่วยงานที่บ้านน้าชายอีกหมู่บ้านหนึ่ง ฉันคิดว่าจะรอดพ้น
ทว่ากลางดึกสงัด น้าชายกลับแอบมุดเข้ามาลูบคลำเนื้อตัวของฉันทั้งๆ ที่ฉันนอนอยู่ข้างๆ ลูกของเขาเอง
ฉันได้แต่เก็บความเจ็บช้ำและสะอื้นไห้ไว้ในอก ฉันไม่มีเงิน ไม่มีหนทาง และหนีไปไหนไม่ได้เลย
จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อแม่รับรู้เรื่องราวทั้งหมด คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของคนเป็นแม่ กลับกลายเป็นลิ่มหนาที่ตอกลึกค้างอยู่ในอก: "มันเป็นวิบากกรรมที่พ่อแกเคยทำไว้กับฉัน แกเป็นลูก... แกก็ต้องรับกรรมนี้แทนพ่อแก!"
ฉันจุกแน่นจนพูดไม่ออก มันเจ็บเกินกว่าจะเปล่งเสียงใดๆ
ความบิดเบี้ยวของมนุษย์แม่ยังไม่หมดสิ้น วันหนึ่งแม่เรียกฉันไปคุยต่อหน้าพ่อเลี้ยง
เธอบอกว่าตัวเองมีเนื้องอกในมดลูกต้องเข้ารับการผ่าตัดและกลัวตาย
คำสั่งเสียที่หลุดออกมาทำเอาโลกทั้งใบของฉันหยุดหมุน: "ถ้าฉันตาย... ให้แกเป็นเมียพ่อเลี้ยงแทนฉันนะ"
หลังจากวันนั้น สายตาของพ่อเลี้ยงที่มองฉันก็แปรเปลี่ยนไป คืนหนึ่งเขาแอบมุดมุ้งเข้ามาลูบคลำตัวฉัน
ฉันสะดุ้งตื่นด้วยความผวา แต่ทำได้เพียงแกล้งหลับ พลิกตัวไปกอดน้องชายแน่น
กัดฟันแน่นจนระบมเพื่อกลั้นก้อนสะอื้นไม่ให้มีเสียงเล็ดลอดออกมา
ท้อแท้และสมเพชในชะตากรรมของตัวเองเหลือเกิน
แล้วในที่สุด... เส้นด้ายแห่งความอดทนเส้นสุดท้ายก็ขาดสะบั้นลง
วันนั้นแม่เดินหน้าดำคร่ำเครียดกลับมาจากบ่อนไฮโล คาดว่าคงจะเสียพนันมาจนหมดเนื้อหมดตัว
เธอตรงดิ่งเข้ามาแผดเสียงด่าทอฉุดกระชากฉัน ทวงถามว่าทำไมยังไม่ทำกับข้าว
ทั้งๆ ที่เธอไม่เคยทิ้งเงินไว้ให้ฉันซื้อกับข้าวเลยแม้แต่บาทเดียว
ความคลุ้มคลั่งทำให้แม่หยิบฉมวกแทงปลาพุ่งใส่ร่างของฉันเต็มแรง!
โชคดีที่สัญชาตญาณเอาตัวรอดทำให้ฉันเบี่ยงตัวหลบทันอย่างหวุดหวิด ฉมวกปักเข้าที่ผนังบ้าน
นาทีนั้น ฉันบอกตัวเองว่าฉันจะไม่ยอมตายในนรกแห่งนี้ฉันตัดสินใจหนีไปตายดาบหน้า เสื้อผ้าผืนเดียวไม่ได้หยิบติดตัวมา ในมือกำ เงินเหรียญรวมกันได้เพียง 20 บาท
ฉันพาร่างที่บอบช้ำวิ่งหนีออกมาจากบ้าน เดินเท้าเปล่าไปตามถนนลูกรังสายเปลี่ยวเพื่อมุ่งหน้าไปยังทางหลวง หวังจะรอโบกรถสองแถวเข้าตัวเมือง น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม ทางเดินรอบตัวมืดค่ำสนิท
ไร้ซึ่งแสงไฟจากบ้านเรือนหรือดวงจันทร์ ค่ำคืนนั้นมืดมิดเหลือเกิน... มืดมิดไม่ต่างจากหนทางชีวิตของฉันที่ไม่มีแสงนำทางแม้เพียงริบหรี่ แต่สองเท้าของเด็กหญิงวัย 15 ปีก็ยังคงก้าวต่อไปในความมืด
เพื่อพาหัวใจที่แหลกสลายก้าวข้ามผ่านแดนมิคสิตนี้ไปให้ได้
ฉันเดินไปร้องไห้ไปในใจร้องหาแต่พ่อ ถามพ่อในใจว่า "ทำไหมชีวิตหนูถึงได้อาภัพขนาดนี้" หัวใจของฉันตอนน้้นแหลกสลายไม่มีชิ้นดี ความอ้างว้างโดดเดี่ยว ไร้ที่พึ่ง สมองถามตัวเองตลอดเวลา จะไปไหนดี จุดหมายปลายทางไม่มี... มีที่ไหนให้ฉันอยู่ได้

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา