27 ก.ค. เวลา 15:06 • นิยาย เรื่องสั้น

บทที่ 11: น้ำตาหลังกองเศษแก้ว และชะตากรรมที่ยังไม่ปล่อยมือ

ในความมืดมิดบนรถสองแถวที่แล่นเอื่อยๆ เข้าสู่ตัวเมือง หัวใจที่แตกสลายของเด็กหญิงวัย 15 ปี
ไม่มีพื้นที่เหลือให้ความโกรธแค้น มีเพียงก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในอกและเสียงพร่ำเรียกหาพ่อในใจ...
“พ่อจ๋า ช่วยหนูด้วย หนูคิดถึงพ่อเหลือเกิน...”
ฉันแหงนหน้ามองทางกลับบ้านที่ค่อยๆ เลือนหายไปในความมืดพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลรินอย่างไร้เสียง
เมื่อถึงตัวเมือง เงิน 20 บาทหมดไปกับค่าเดินทาง ฉันเดินเท้าเปล่าโซซัดโซเซไปตามถนน จนถึงบ้านของเพื่อนสนิท ครอบครัวของเธอไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่อ้าแขนต้อนรับฉันไว้ในยามที่มืดแปดด้าน
ฉันกับเพื่อนพากันจูงมือออกไปหางานทำเพื่อไม่ให้เป็นภาระของใคร เราได้งานเป็นเด็กล้างจานร้านก๋วยเตี๋ยวในตลาด อดทนทำอยู่ได้ 2 เดือนเต็ม ก่อนจะย้ายไปสมัครเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหารหน้าห้างสรรพสินค้าประจำจังหวัด
โชคชะตายังพอมีความปราณีอยู่บ้าง ร้านอาหารแห่งนั้นเป็นของครอบครัวเพื่อนที่เคยเรียนห้องเดียวกัน ลูกค้าที่แวะเวียนเข้ามาทานส่วนใหญ่ก็เป็นเพื่อนๆ ที่เคยเรียนประถมมาด้วยกันทั้งสิ้น
เมื่อเพื่อนๆ รู้ว่าฉันมาทำงานที่นี่ ทุกคนต่างหยิบยื่นความช่วยเหลือให้อย่างอบอุ่น พวกเขาช่วยกันให้ทิป
และตั้งใจสั่งอาหารดีๆ เผื่อแผ่มาให้ฉันได้กินอิ่มท้อง โดยไม่ต้องไปคอยกินเศษอาหารเหลือจากใครอีก
ทางร้านมีสวัสดิการเลี้ยงข้าววันละ 2 มื้อสำหรับคนเข้ากะ ฉันกับเพื่อนเริ่มงานตั้งแต่ 10 โมงเช้า ยิงยาวไปจนถึง 5 ทุ่มทุกวัน
เราทำงานหนักกันสายตัวแทบขาดแต่กลับไม่เคยรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลย เพราะที่นี่คือพื้นที่ปลอดภัยที่มอบอาหารและลมหายใจให้ฉัน
สมัยนั้น เงินเดือนเริ่มต้นเพียง 1,500 บาท แต่เมื่อรวมกับเงินทิปจากลูกค้าและหักค่าไฟช่วยบ้านเพื่อนแล้ว มันก็มากพอที่จะทำให้ฉันลืมตาอ้าปากได้ ฉันแบ่งเงินไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้ตัวเองได้ 2-3 ชุด
ในเวลานั้น จิตใจของฉันยังคงบริสุทธิ์และไร้เดียงสาเหลือเกิน ฉันไม่ได้มีความเคียดแค้นหรืออาฆาตพยาบาทใครเลย ไม่ว่าผู้ใหญ่คนไหนจะรุมทำร้ายย่ำยีฉันมาอย่างไร ฉันได้แต่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมด้วยความจำนน
(มันช่างแตกต่างจากตัวฉันในปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง... ในวันนี้ ใครร้ายมาฉันร้ายกลับ
ใครด่ามาฉันด่าตอบ ตาต่อตาฟันต่อฟัน ตัวฉันในตอนนี้รายล้อมไปด้วยไอพยาบาท
และความเจ็บแค้นที่สะสมมาทั้งชีวิตจนเปลี่ยนฉันให้กลายเป็นคนละคน)
ลึกๆ ในใจของเด็กหญิงวัย 15 ปี ฉันยังคงห่วงใยแม่และโหยหาความรักอันบริสุทธิ์จากครอบครัวอยู่เสมอ
วันหนึ่งฉันเดินไปที่ท่ารถประจำทางของหมู่บ้านซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับร้านอาหาร
ฉันควักเงินก้อนแรกที่หามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงจำนวน 500 บาท ฝากคนรถส่งกลับไปให้แม่...
โดยไม่เคยคาดคิดเลยว่า เงินก้อนนั้นจะกลายเป็นเครื่องนำทางให้ปีศาจกลับมาหาฉันอีกครั้งอนิจจา...
เวรกรรมของฉันมันยังไม่ยอมสิ้นสุดลงง่ายๆ
หลังจากส่งเงินไปได้ไม่นาน แม่ก็ปรากฏตัวขึ้นที่ตัวเมืองพร้อมกับลูกสาวของป้า
(แม่สั่งให้ฉันเรียกว่าป้าเพราะเธออายุมากแล้ว) แม่เดินเข้ามาสั่งให้ฉันลาออกจากงานทันที และบอกให้ไปเก็บเสื้อผ้าเพื่อเดินทางไปอยู่ด้วยกันที่จังหวัดนครราชสีมา (โคราช) ด้วยความซื่อ
ฉันยอมทำตามที่แม่บอกทุกอย่างแบบไม่มีเงื่อนไข หลังจากป้าเข้าาส่งแม่ที่บ้านแล้ว ก็ขับรถมาฉันออกเดินทางแต่แทนที่จะไปโคราช ป้ากลับพาฉันแวะไปหาเพื่อนของเธอที่จังหวัดขอนแก่น และกักตัวฉันให้อยู่ที่นั่นนานเป็นอาทิตย์
แล้ววันหนึ่ง... ความจริงอันอัปยศก็เปิดเผยขึ้น เมื่อพวกเขารวมหัวกัน
เอาตัวฉันไปขายบริการฉันถูกส่งตัวไปในที่แห่งนั้นตามพวกเขาไปแบบงงๆ
ด้วยความหวาดกลัวและสับสนเกินกว่าจะประมวลผลได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิต
แต่สุดท้าย สัญชาตญาณเอาตัวรอดอันเด็ดเดี่ยวก็ทำให้ฉันหาทางวิ่งหนีตายออกมาแบบงงๆ เช่นกัน
ฉันหอบร่างที่ตื่นตระหนกวิ่งไปที่สถานีขนส่ง ควักเงินต่อรถประจำทางย้อนกลับมาหาเพื่อนสนิทที่ตัวเมืองทันที เมื่อกลับมาถึงอ้อมกอดของเพื่อน ฉันไม่ได้เอ่ยปากเล่าความัปยศอดสูที่เพิ่งเจอมาให้ใครฟังเลยแม้แต่คำเดียว
ฉันทำได้เพียงทรุดตัวลงนั่งกอดเข่า แล้วปล่อยให้น้ำตาไหลพราก ร้องไห้โฮออกมาอย่างหนักหน่วงในความเงียบ...
ร้องไห้ให้กับชะตากรรมที่แสนโหดร้ายที่กัดกินชีวิตของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไร้ความปรานี

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา