27 ก.ค. เวลา 15:23 • นิยาย เรื่องสั้น

บทที่ 12: ค่าเช่าเจ็ดร้อยบาท และทางแยกสีกากีที่โตเกียว

ฉันเดินกลับไปที่ร้านอาหารเดิมเพื่อหวังจะขอพึ่งพิงน้ำพักน้ำแรงอีกครั้ง
ทว่าโชคร้ายที่ตำแหน่งตรงนั้นมีคนใหม่เข้ามาแทนที่เสียแล้ว ฉันจึงต้องก้าวเท้าออกไปสมัครงานที่ใหม่
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของวงจรอันโหดร้าย... วงจรของการดิ้นรนอดมื้อกินมื้อที่ลากยาวไปอีกหลายปีในตอนนั้น
ฉันไม่สามารถอาศัยอยู่ที่บ้านของเพื่อนได้อีกต่อไป ความจำเป็นบังคับให้ฉันต้องออกไปเช่าห้องพักเล็กๆ อยู่ลำพัง
รายรับกับรายจ่ายเริ่มเดินไปคนละทิศคนละทาง เงินเดือนเด็กเสิร์ฟในยุคนั้นเพียง 1,500 บาท แต่ต้องจ่ายค่าเช่าห้องไปแล้วถึง 700 บาท ไหนจะค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา และค่าน้ำมันรถ
สองมือที่เคยล้างจานและยกถาดอาหารต้องคอยนับเศษเหรียญอย่างคุ้มคลั่งในทุกสิ้นเดือน เงินที่เหลือติดก้นกระเป๋าไม่กี่บาททำให้ฉันต้องกล้ำกลืนความหิว ยอมอดข้าวเช้าเพื่อประทังชีวิตไปให้ถึงมื้อกลางวันของร้าน
ท่ามกลางความขัดสน ฉันยังคงเป็นเพียงเด็กสาววัยแรกรุ่นที่โหยหาความรักอันบริสุทธิ์จากเพื่อนมนุษย์บนโลกใบนี้
ฉันพยายามมองหาใครสักคนที่ใจดีและรักฉันจริง แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาซ้ำแล้วซ้ำเล่ามีเพียงคำหลอกลวงและความเห็นแก่ตัวของผู้ใหญ่
ชีวิตของฉันเริ่มหลงทาง ไร้จุดหมาย และมืดมนลงไปทุกที
ทุกๆ วันในระหว่างที่ยืนเสิร์ฟอาหาร ฉันได้แต่มองทอดสายตาออกไปนอกกระจก
จ้องดูเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกันในชุดนักเรียนมัธยมปลายที่กำลังเดินหัวเราะร่าเริงไปตามท้องถนน มองดูครอบครัวของคนอื่นที่เขาถ้อยทีถ้อยอาศัยดูแลกันด้วยความรัก...
ภาพเหล่านั้นมันยิ่งตอกย้ำความโดดเดี่ยวในอกของฉันให้ลึกขึ้น
ฉันเริ่มปิดกั้นตัวเองจากสังคมภายนอกอย่างสิ้นเชิง และกลไกการร้องไห้เงียบๆ
คนเดียวในห้องเช่ามืดๆ ทุกค่ำคืนก็กลับมาทำหน้าที่ของมันอีกครั้ง
ทว่าเมื่อแสงสว่างของวันใหม่มาถึง ฉันต้องปาดน้ำตา สวมหน้ากากอันเข้มแข็ง
แสร้งทำใบหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วเดินออกไปทำงานงกๆ เพื่อความอยู่รอด
ฉันดิ้นรนสู้ชีวิตด้วยความลำบากยากเข็ญเช่นนี้อยู่เป็นเวลา 5 ปีเต็ม
จนกระทั่งอายุย่างเข้าสู่ 20 ปีบริบูรณ์ (ราวปี พ.ศ. 2531)ในค่ำคืนอันแสนเหนื่อยล้าดั่งเช่นทุกวัน
พลันมีคนรู้จักคนหนึ่งเดินเข้ามาทักทายและยื่นข้อเสนอที่ฉันไม่เคยคาดคิด: "สนใจไปทำงานที่ร้านอาหารไทยที่ประเทศญี่ปุ่นไหม?"
คำว่า "ญี่ปุ่น" ในหัวของเด็กสาวอายุ 20 ปีในวันนั้น เป็นดินแดนที่ห่างไกลและลึกลับเหลือเกิน ภาษาญี่ปุ่นฉันก็พูดไม่เป็นสักคำ วัฒนธรรมหรือผู้คนเป็นอย่างไรฉันก็ไม่มีความรู้แม้แต่น้อย ทว่าในวินาทีนั้น ความเหนื่อยหน่ายต่อความจนและความระทมทุกข์ในบ้านเกิดมันมีมากกว่าความกลัว
ฉันตอบตกลงทันทีโดยไม่เสียเวลาคิดทบทวนแม้แต่เสี้ยวนาทีเดียว
ฉันบอกกับตัวเองว่า ฉันจะไปตายดาบหน้าอีกครั้ง เงิน 20 บาทเคยพาฉันหนีพ้นจากนรกรอบแรกมาได้ ครั้งนี้ตั๋วเครื่องบินไปต่างแดนก็ต้องพาฉันไปสู่ชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิมได้เช่นกัน... และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเส้นทางชีวิตบทใหม่
เส้นทางที่จะนำพาลูกจ้างตักน้ำใส่โอ่งมังกรและเด็กเสิร์ฟห้องเช่า 700 บาทคนนี้ ก้าวขึ้นไปสู่จุดที่ร่ำรวยและมีเงินทองสูงสุดในชีวิต
ก่อนที่ชะตากรรมจะเหวี่ยงฉันกลับลงมาติดลบและถูกครอบครัวทอดทิ้งและดูถูกเหยียบย่ำฉันในเวลาต่อมา

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา