27 ก.ค. เวลา 15:34 • นิยาย เรื่องสั้น

บทที่ 13: ดินไทยกำมือหนึ่ง และรอยร้าวในเงาม่านญี่ปุ่น

ฉันจำได้แม่นยำ วันนั้นเป็นช่วงเดือนตุลาคม หลังจากวันเกิดอายุครบ 20 ปีเต็มได้ไม่นาน
ทันทีที่ก้าวเท้าลงจากเครื่องบิน อากาศเย็นยะเยือกของแผ่นดินญี่ปุ่นก็กรูกันเข้ามาปะทะใบหน้า
ฉัน เพื่อน และผู้นำทาง พากันนั่งรอรถมารับอยู่ที่ร้านอาหารภายในสนามบินนาริตะ มองไปรอบๆ มีแต่ความแปลกตาและภาษาที่ไม่คุ้นเคย
แต่สิ่งแรกที่ฉันทำในตอนนั้นคือ การล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า ควักเศษดินที่กำมาจากประเทศไทยโปรยลงบนพื้นดินญี่ปุ่นเงียบๆ
พร้อมกับอธิษฐานในใจ: “ขอให้ดินแดนแห่งนี้ใจดีกับฉัน ขอให้ฉันได้พบเจอแต่สิ่งดีๆ ในชีวิตด้วยเถิด”
ระหวางนั่งรอ ฉันรู้สึกหิวน้ำมาก จึงหันไปบอกผู้นำทาง ทว่าเขาปฏิเสธที่จะช่วยสั่งและบอกกลับมาว่า: “อยากกินก็ต้องขอเอง จะได้จำภาษาได้”
นั่นคือไฟต์บังคับให้ฉันต้องเปล่งภาษาญี่ปุ่นคำแรกในชีวิตออกมาด้วยน้ำเสียงกล้าๆ กลัวๆ ว่า “โอะมิซึ กุดาไซ” (Omizu kudasai - ขอน้ำหน่อยค่ะ)
วินาทีที่แก้วน้ำถูกยื่นมา มันคือสัญลักษณ์ว่าฉันต้องพึ่งพาตัวเองเต็มรูปแบบในต่างแดนแล้ว
หลังจากนั่งรออยู่พักใหญ่ คนของร้านอาหารก็ขับรถมารับ พวกเขาเป็นสามีภรรยาที่นิสัยดีและใจดีกับฉันมาก
ที่ญี่ปุ่นนี้เอง... จิตวิญญาณของเด็กหญิงที่เคยถูกบังคับให้คัดลายมือวันละ 100 จบได้กลับมาทำงานอีกครั้ง
ฉันเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นด้วยตัวเองผ่านวิธีการจำจากการดูการ์ตูนอนิเมะและละครทีวี
คำไหนไม่เข้าใจก็จดไว้แล้วคอยถามคนรอบตัว ฉันถึงขั้นซื้อหนังสือหัดคัดอักษรญี่ปุ่นมานั่งฝึกเขียนด้วยตัวเองจนอ่านออกเขียนได้
แม้ไวยากรณ์จะเพี้ยนๆ ไปบ้างเพราะไม่ได้เรียนตามระบบ แต่มันก็พาสาวเสิร์ฟคนนี้เอาตัวรอดได้อย่างสง่างาม
เข้าสู่ปีที่ 2 ในญี่ปุ่น โลกเหวี่ยงให้ฉันได้พบกับแฟนหนุ่มชาวญี่ปุ่นคนหนึ่ง และในปีที่ 3 เราสองคนก็ตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกันอย่างจริงจัง
ทว่า... การเริ่มต้นชีวิตคู่ครั้งนี้ กลับเป็นจุดเริ่มต้นของมหากาพย์การแบกรับและส่งเสียเลี้ยงดูครอบครัวที่เมืองไทยแบบไม่รู้จักจบสิ้น
เงินทองมหาศาลที่ฉันหามาได้ในต่างแดนถูกส่งกลับไทยราวกับท่อน้ำเลี้ยงที่ไม่มีวันเต็ม
จนในที่สุดความกดดันเรื่องนี้ก็บีบให้ความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ต้องเดินมาถึงทางตันและกลายเป็น "ทางใครทางมัน"
แต่สิ่งที่เป็นบาดแผลลึกที่สุดในความสัมพันธ์ ไม่ใช่เรื่องเงินทอง... หากแต่เป็น "ชนักปมในอดีต" ที่ฝังรากลึกอยู่ในจิตใจของฉัน
ลึกๆ แล้ว ฉันมีความรู้สึกกัดกินตัวเองอยู่ตลอดเวลาว่า "ฉันไม่คู่ควรกับเขาเลย"
และไม่คู่ควรกับผู้ชายดีๆ คนไหนบนโลกใบนี้ทั้งนั้น บาดแผลจากการถูกย่ำยีโดยพี่ชายและคนในครอบครัวตอนอายุ 14 ปี
มันกลายเป็นตราบาปที่คอยกระซิบตราหน้าตัวฉันอยู่เสมอว่าฉันมีมลทิน
ถ้าหากมันเป็นเพียงแค่เรื่องราวความรักของหนุ่มสาว มีแฟน เลิกรา แล้วมีใหม่ ฉันคงไม่รู้สึกเจ็บปวดเจียนตายขนาดนี้...
ความบิดเบี้ยวชัดเจนขึ้นเมื่อเราสองคนย้ายกลับมาอยู่ประเทศไทยด้วยกัน ทำงานสร้างตัวด้วยกัน
ทว่าจู่ๆ ตัวฉันก็เปลี่ยนไปโดยที่ควบคุมไม่ได้... ฉันเริ่มเกิดความรู้สึกขยะแขยงการมีเพศสัมพันธ์
ขยะแขยงการอยู่ร่วมกันแบบสามีภรรยา และลามไปถึงขั้นขยะแขยงผู้ชายทุกคนที่ก้าวเข้ามารูปกายใกล้ชิด
ภาพความทรงจำตอนที่โดนทำร้ายในมุ้งและฝ่ามือโสมมในอดีตมันย้อนกลับมาหลอกหลอนจนร่างกายและจิตใจของฉันต่อต้านอย่างรุนแรง
แต่ถึงกระนั้น... ฉันก็ยังต้องกักเก็บความทรมานนี้ไว้ในอก ทนฝืนกล้ำกลืนความสะอิดสะเอียน
และพยายามแสร้งทำตัวเป็นปกติให้มากที่สุด เพื่อประคองหน้าฉากชีวิตคู่ไว้
ทั้งที่ข้างในใจของฉันกำลังกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและเหนื่อยล้าเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการได้

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา