7 ส.ค. เวลา 13:00 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์

The Odyssey เมื่อการกลับบ้านใช้เวลานานกว่าที่คิด นี่ร่างกายเราต้องการกลับบ้านจริงหรือ (SPOILED ALERT!!!)

🔥 264.1
2
ตัวเลขนั้นคือรายได้เปิดตัวสัปดาห์แรกทั่วโลกหน่วยล้านดอลลาร์
เปิดตัวสูงที่สุดในชีวิตการทำหนังของโนแลน
ทุนสร้าง 250 ล้านดอลลาร์ ยาวเกือบสามชั่วโมง เรต R ถ่ายด้วยกล้อง IMAX ทั้งเรื่อง ทั้งที่เข้าฉายมาระยะใหญ่แล้วแต่ก็ยังมีประเด็นให้ถกเถียงกันอย่างต่อเนื่อง
จากงานกำกับของ คริสโตเฟอร์ โนแลน ที่เขียนบทเองด้วย ดัดแปลงจากมหากาพย์ของโฮเมอร์ที่อายุราว 2,700 ปี นำแสดงโดย แมตต์ เดมอน ในบทโอดิสซีอุส แอนน์ แฮทาเวย์ เป็นเพเนโลพี ทอม ฮอลแลนด์ เป็นเทเลมาคัส โรเบิร์ต แพตตินสัน เป็นแอนติโนอุส และ เซนดายา เป็นเทพีอธีนา
ก่อน The Odyssey เป็นยังไง?
หลายคนได้ยินชื่อ Odyssey แล้วนึกว่าเป็นเรื่องผจญภัยเดี่ยวๆ แต่จริงๆ มันคือครึ่งหลังของมหากาพย์ที่ใหญ่กว่านั้นมาก เรื่องราวของ สงครามกรุงทรอย
และถ้าจะเล่าให้ถึงต้นตอจริงๆ ต้องย้อนไปไกลกว่านั้นอีก
เรื่องมันเริ่มในงานแต่งงานของเทพองค์หนึ่ง ที่เชิญเทพเทวีมากันครบ ยกเว้น อีริส เทพีแห่งความบาดหมาง (ก็ใครจะอยากเชิญเทพีความวุ่นวายมางานแต่งล่ะเนอะ) อีริสที่ข้องใจที่ไม่ได้รับคำชวน เลยแอบโยน แอปเปิ้ลทองคำ เข้าไปในงานลูกหนึ่ง สลักไว้ว่า "แด่ผู้ที่งามที่สุด"
แล้วก็เกิดเรื่อง
เพราะมีเทพี สามองค์ ที่ต่างคิดว่าแอปเปิ้ลลูกนี้ต้องเป็นของตัวเอง เฮรา ราชินีแห่งเทพ, อธีนา เทพีแห่งปัญญา และ แอโฟรไดที เทพีแห่งความรัก ทั้งสามเถียงกันไม่จบ เลยต้องหาคนกลางมาตัดสิน
1
คนกลางคนนั้นคือ "ปารีส" เจ้าชายหนุ่มแห่งเมืองทรอย
เทพีทั้งสามต่างเสนอสินบนให้ปารีส เฮราเสนออำนาจ ให้เป็นใหญ่ทั้งแผ่นดิน, อธีนาเสนอสติปัญญาและชัยชนะในสงคราม, ส่วนแอโฟรไดทีเสนอ ผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลก มาเป็นคู่ครอง
สุดท้ายปารีสเลือกทำตามหัวใจ และตอบรับข้อเสนอของแอโฟรไดที
ผู้หญิงที่สวยที่สุดในโลกที่ว่านั้นชื่อ เฮเลน
แต่ปัญหาคือเธอมีสามีอยู่แล้ว เธอเป็นมเหสีของ เมเนเลอัส กษัตริย์แห่งสปาร์ตา
ด้วยพรของแอโฟรไดที ปารีสก็พาเฮเลนหนีจากสปาร์ตากลับไปทรอย
(บ้างว่าลักพา บ้างว่าเธอเต็มใจ แล้วแต่จะเล่า)
เมเนเลอัสโกรธจัด ไปฟ้อง อากาเม็มนอน พี่ชายที่เป็นราชาผู้ยิ่งใหญ่ อากาเม็มนอนเลยรวบรวมกองทัพกรีกจากทุกแคว้น ยกพลข้ามทะเลไปตีเมืองทรอยเพื่อทวงเฮเลนคืน
และนี่แหละคือจุดที่เหล่าวีรบุรุษที่เรารู้จักมารวมกัน
อคิลลีส นักรบที่แกร่งที่สุด, เฮคเตอร์ เจ้าชายทรอยผู้สูงส่ง (พี่ชายของปารีส), และแน่นอน โอดิสซีอุส ราชาแห่งอิธากา คนที่ฉลาดแกมโกงที่สุดในกองทัพ
สงครามนี้ยืดเยื้อถึง สิบปี รบกันจนล้มตายไปนับไม่ถ้วน กำแพงทรอยแข็งแกร่งเกินกว่าจะตีแตกด้วยกำลัง
จนโอดิสซีอุสคิดแผน สร้าง ม้าไม้ยักษ์ ซ่อนทหารไว้ข้างใน แล้วแกล้งถอยทัพ ทำเป็นยกม้าให้เป็นของขวัญยอมแพ้ ชาวทรอยหลงกลลากม้าเข้าเมืองไปฉลอง พอตกดึกทหารในม้าก็ออกมาเปิดประตูให้กองทัพกรีกบุกเข้าเผาเมืองจนราบ
ทรอยแตก เฮเลนได้กลับสปาร์ตา สงครามจบ ทุกคนพร้อมแยกย้ายกลับบ้าน
และตรงนี้แหละที่มหากาพย์ The Odyssey เริ่มต้น
เพราะในบรรดาราชาทั้งหมดที่รอดจากสงคราม
มีอยู่คนเดียวที่ทะเลไม่ยอมให้กลับบ้านง่ายๆ
คนนั้นคือโอดิสซีอุส
Note 1 :
จบไป 1 เรื่องกับสงครามกรุงทรอยที่กินเวลา 10 ปี จากนี้จะเข้าสู่ตัวเรื่องของ The Odyssey ตามฉบับของโนแลน ซึ่งมีการดัดแปลงเรื่องราวบางส่วนจากบทนิยายต้นฉบับหลายส่วน (ไว้เดี๋ยวเรามาคุยกันอีกที)
Note 2 :
ชื่อตัวละครกรีกพวกนี้ ในหนังสือแปลไทยกับในหนังจะอ่านไม่ค่อยเหมือนกัน เพราะเล่มแปลถอดเสียงมาจากกรีกโบราณ ส่วนในหนังนักแสดงพูดด้วยสำเนียงอังกฤษ ไม่มีอันไหนผิดหรอก แค่คนละทางเท่านั้นเอง
ในบทความนี้ เราขอเรียกตามที่ได้ยินในหนัง จะได้ตรงกับตอนที่ทุกคนไปดูกันจริงๆ มีอยู่ไม่กี่ชื่อที่ต่างชัดเจน เผื่อไว้ตรงนี้ก่อนเลย
· เมเนเลอัส (เล่มแปลเขียนเมเนเลาส์)
· ซินอน (เล่มแปลเขียนซิโนน)
· ไทรีเซียส · ซิลลา · อิฟิจิไนอา · โอจิเจีย · ไคลเท็มเนสตรา
ส่วนชื่ออื่นๆ อ่านใกล้ๆ ของเดิมอยู่แล้ว ขอเขียนแบบที่สบายใจ
start >>>
ณ อิธากา เมืองใต้การปกครองของ โอดิสซีอุส ที่ปราศจากกษัตริย์มาเกือบ 20 ปี
โอดิสซีอุสหายไปตั้งแต่จบสงครามทรอย ไม่มีใครรู้ว่าตายหรือยัง
พวกขุนนางที่อยากได้บัลลังก์เลยแห่กันมาจีบ เพเนโลพี ภรรยาของเขา
ซึ่งไม่ได้จีบเพราะรัก แต่จีบเพราะใครได้เธอก็ได้เมือง และได้แย่งสิทธิ์การปกครองเมืองจาก เทเลมาคัส ลูกชายไปด้วย
หัวโจกของพวกนี้คือ แอนติโนอุส (โรเบิร์ต แพตตินสัน)
เพเนโลพี ยังคงเชื่อว่า โอดิสซีอุส จะกลับมา และเป็นคนที่ต้อนรับคนแปลกหน้า หรือขอทานต่างเมืองทุกคนเพื่อสืบหาข่าวของสามี ในระหว่างที่พวกที่มาสู่ขอ มาอาศัยพระราชวังและรับประทานอาหารอย่างไม่มีความเกรงใจ
เทเลมาคัส บุตรชายคนเดียวของทั้ง 2 คนที่ไม่เคยได้ใช้ชีวิตกับพ่อ ได้รับคำแนะนำจากเมนทอร์ ทหารร่วมรบในกองกำลังของ โอดิสซีอุส ว่าให้เค้าลองไปหาข่าวจาก เมเนเลอัส เจ้าเมืองสปาร์ตาที่กลับมาแล้ว
แอนติโนอุสรู้เรื่องนี้ แล้ววางแผนกับพวกที่เหลือว่า
พอเทเลมาคัสกลับมาให้ลอบฆ่าซะ เพื่อเพเนโลพีจะได้ไม่มีรัชทายาทอีกต่อไป
ที่สปาร์ตา เมเนเลอัส ต้อนรับขับสู้เค้าอย่างดีพร้อมกับ เฮเลน ภรรยาคนสวยที่ เมเนเลอัส พูดว่า เธอเป็น
The face that launched a thousand ships
เมเนเลอัส
แต่ทว่าตอนนี้เหลือเพียง 500 ลำ เนื่องจากบาดแผลที่เกิดขึ้นที่ใบหน้าซีกซ้ายของนาง (หนังไม่ได้เล่าที่มาของบาดแผลนี้ แต่เดาว่าน่าจะเป็นความโกรธของเมเนเลอัส เอง)
มีข่าวลือลอยหนาหู ว่าอารยธรรมกรีกกำลังพัง เพราะการโจมตีของ "ผู้คนจากทะเล" ที่โหดเหี้ยม พวกที่ละเมิดกฎของซุส กฎที่ว่าด้วยความเคารพระหว่างเจ้าบ้านกับแขก
ขณะเดียวกันที่ เทเลมาคัส กำลังสืบข่าวของพ่ออยู่ที่สปาร์ตา
โอดิสซีอุส อยู่ที่เกาะ โอจิเจีย กับ คาลิปโซ
ในสภาพที่ความจำเสื่อม แต่ค่อยๆฟื้นฟูความจำด้วยการเล่าประสบการณ์
ในช่วงที่รบชนะสงคราม
และ การออกเดินเรือให้กับ คาลิปโซ ฟัง โดยถามถึงลูกเรือของตนเป็นพักๆ
โอดิสซีอุสเล่าว่า..
กรีกล้อมทรอยอยู่สิบปี โอดิสซีอุสคิดแผนซ่อนคนในม้าไม้ยักษ์
แล้วทิ้ง ซินอน ไว้ข้างหน้าเมือง ให้ทำหน้าที่มอบม้าเป็นของขวัญ โดยที่ ซินอน ไม่รู้แผนการณ์ว่ามีคนอยู่ในม้า และถูกปลิดชีพลงโดยทหารเมืองทรอย
sinon
ซินอนตาย แต่แผนสำเร็จ ประตูเมืองถูกเปิด
อากาเมมนอน พร้อมทหารทั้งกองทัพบุกเผาปล้นฆ่า กรุงทรอยจนไม่เหลือชิ้นดี
เหตุการณ์นั้นติดตา โอดิสซีอุส และกระทบจิตใจเค้าเป็นอย่างมาก
Trojan Horse
หลังจบสงครามกรุงทรอย
เค้าออกเดินเรือกลับแยกกัล อากาเมมนอน
โดยให้เหตุผลกับลูกน้องว่า "เค้าตาม อากาเมมนอน มานานพอแล้ว"
เกาะไซคลอปส์
โอดิสซีอุส เดินทางมาถึงเกาะแห่งหนึ่งและตามรอยแกะเข้าไปในถ้ำ
เค้าคาดหวังว่าเจ้าบ้าน เจ้าของถ้ำนี้จะต้อนรับเค้าอย่างดีด้วยกฎของซุส
แต่เรื่องไม่ง่ายแบบนั้นเมื่อเจ้าของถ้ำคือยักษ์ตาเดียวขนาดใหญ่มาก มันหยิบทหารของ โอดิสซีอุส มากิน 2 คนแล้วหลับลง พร้อมปิดปากถ้ำ
ในคืนถัดไป ยูริโลคัส รอง ผู้บัญชาการ ตั้งใจจะจัดการยักษ์ตาเดียวให้ตาย แต่โอดิสซีอุส ได้หยุดเอาไว้ก่อน และบอกว่ายักษ์จำเป็นต้องมีชีวิตอยู่เพื่อเปิดปากถ้ำ เนื่องจากกองกำลังของเราไม่สามารถทำได้
Polyphemus
โอดิสซีอุส จึงวางแผนเอาท่อนไม้ใหญ่ทิ่มจุดไฟและทิ่มตายักษ์ให้ตาบอด
คืนนั้นเองเหล่าทหารได้ยินเสียงโพลีเฟมัสคร่ำครวญต่อโพไซดอน ผู้เป็นบิดา
วันถัดไปด้วยอุบายของ โอดิสซีอุส ทหารที่เหลือจึงออกมาจากถ้ำได้
!ด้วยความคับแค้นใจก่อนจะพ้นเกาะ โอดิสซีอุส ยิงธนูใส่ โพลีเฟมัส อีกครั้ง
ทำให้ต้องหนีตายกันลงทะเล (จากที่จะหนีพ้นมาได้เงียบๆ)
ทำให้ ยูริโลคัส และเหล่าทหารไม่พอใจ เนื่องจากคิดว่าเค้าไปหลบหลู่เทพโพไซดอน
ที่เกาะถัดไป โอดิสซีอุส และกองทัพ
ได้ไปเจอกับเกาะนักรบคนยักษ์ ยักษ์ลาเอสทรีโกเนียน
ที่ทำลายกองทัพเรือของ โอดิสซีอุส ไปมากกว่าครึ่งกองทัพ
!ทำให้เหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาค่อนข้างหมดศรัทธา
และเชื่อว่าเป็นเพราะโอดิสซีอุสไปหลบหลู่เทพเจ้า
เกาะถัดไปที่ โอดิสซีอุส ไปจอดเรือ
ยูริโลคัส และทีมเลือกที่จะให้ โอดิสซีอุส อยู่เฝ้าเรือเล็กและหาเสบียง จากพื้นที่รอบๆแทนที่จะเดินทางไปยังกระท่อมบนเค้าที่เห็นด้วยกัน เนื่องจากไม่ไว้ใจ
ระหว่างทางเดินไปยังกระท่อม เจอกับสัตว์ป่าที่ดูเชื่องเป็นพิเศษ
!เสือโคร่ง เสือดำ เสือดาว สิงโต
กองทหารไปเจอกับหญิงเจ้าของบ้าน (เซอร์ซี) ท่าทางหวาดกลัว ที่ ยูริโลคัส แจ้งว่าจะไม่ทำอันตรายเธอ ขอแต่เพียงอาหารเพื่อประทังชีวิตตอนนี้เท่านั้น
เซอร์ซี ต้อนรับกองทหารของโอดิสซีอุสด้วยอาหารจำนวนมาก
พวกเค้ากินอย่างสวาปาม โดยไม่ได้ระวังตัว
และถูกเซอร์ซีทำให้กลายร่างเป็นเหล่าหมู (เบ๊บ!)
โอดิสซีอุสที่อยู่ตีนเขาไล่าตามกวางตัวนึงไป หวังจะจับไปเป็นอาหารเย็น
แต่เมื่อเค้ายิงธนูใส่กวางน้อยล้มลง แต่ศพกวางกลับกลายเป็นร่างของชายหนุ่ม
โอดิสซีอุส รู้ได้ทันทีว่ากองทหารที่แยกกับเค้าไปตอนนี้ไม่ปลอดภัย
circe
โอดิสซีอุส ไปเผชิญหน้ากับ เซอร์ซี พร้อมกับนั่งคุยกันด้วยบทสนธนาที่น่าสนใจ
โอดิสซีอุสจะเกลี้ยกล่อมให้เธอถอนคำสาปได้
ก่อนที่กองทหารของโอดิสซีอุสจะจากไป เซอร์ซี ได้บอกให้โอดิสซีอุสว่า กองทหารของเค้าจะไม่รอด เพราะเค้าไปหลบหลู่เทพเจ้าแห่งท้องทะเลโพไซดอน เค้าต้องไปขอคำแนะนำจากยมโลก จากไทรีเชียส
ยมโลก :
โอดิสซีอุสและทีมเดินทางมายังเกาะที่เชื่อว่าเป็นรอยต่อระหว่างโลกมนุษย์และยมโลก เค้าสังเวยชีวิตแกะและแพะให้เลือดไหลลงบนโล่ที่วางหงายไว้
วิญญาณ ต่างตื่นขึ้น ผุดออกมาจากพื้นดิน
ไทรีเชียสปรากฏตัวขึ้นข้างๆเลือดที่สังเวยในโล่
อากาเมมนอน มาดื่มเลือดเพื่อกล่าวข้อความสุดท้ายให้กับโอดิสซีอุส เค้าเล่าว่าอย่าไว้ใจผู้ใดในตอนที่กลับไปยังเมืองเหมือนเค้า เพราะตอนแรกเค้าถูกต้อนรับเป็นอย่างดีก่อนที่จะถูกลอบสังหารด้วยฝีมือ ไคลเท็มเนสตรา เมียของตนเอง (เพื่อแก้แค้นที่เขาสังเวย อิฟิจิไนอา ลูกสาวของทั้งคู่ให้อาร์เทมิส เพียงเพื่อแลกกับทะเลที่สงบ)
คนถัดมาที่มาดื่มเลือดคือซินอน
ซินอนมาพร้อมความแค้นที่โอดิสซีอุสหลอกใช้ให้เฝ้าม้าไม้เมืองทรอย โอดิสซีอุสขอโทษ และให้คำมั่นว่าจะจัดการแอนติโนอุสผู้ซึ่งแท้จริงแล้วต้องเป็นคนมาออกรบ แต่ขอแลกสิทธิ์กับซินอนอย่างสาสม
ไทรีเชียส พูดเรื่องที่กองเรือของโอดิสซีอุสจะไม่มีใครรอดซักคน ยกเว้นตัวเค้าเอง โดยในหนทางเบื้องหน้าเค้าจะพบเจอกับเกาะของไซเรนที่ทุกคนจะถูกลวงด้วยเสียงของไซเรนและจมน้ำกันหมด (โอดิสซีอุสบอกว่าเค้าจะให้ทุกคนอุดหูด้วยขี้ผึ้งเพื่อให้ผ่านไปได้) ต่อไปต้องเลือกเจอหว่าง คาริบซี (ทะเลน้ำวนที่จะจัดการเรือทั้งลำ) และปีศาจไซลา (ที่เค้าจะต้องสละชีวิตลูกเรือ 6 คนเพื่อไปต่อ)
ถ้าเค้าผ่านทั้งหมดนี่ไปได้ก็จะไปเจอกับเกาะทรีนาเซีย ที่มีวัวของเทพเจ้าเฮลิออส เทพแห่งดวงอาทิตย์ ลูกเรือของเค้าจะกินวัวที่เกาะนี้และถูกเทพพิโรจน์ ฆ่าตายจนหมด (โอดิสซีอุสบอกว่า เค้าไม่มีทางให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้น)
หลังจากผ่านเหตุการณ์ทั้งหมด
ไซเรน : โอดิสซีอุสให้กองทหารอุดหูด้วยขี้ผึ้ง ส่วนตัวเค้าขอฟังเสียงไซเรนจากเสากระโดงเรือ (ให้ลูกน้องผูกตัวเองไว้ให้แน่น)
ปีศาจไซลา : โอดิสซีอุสตัดสินใจสละชีวิตลูกเรือ 6 คน เพื่อให้คนที่เหลือได้ไปต่อ
เกาะทรีนาเซีย (ที่มีวัวของสุริยะเทพ)
เริ่มแรกโอดิสซีอุสไม่อยากให้แวะที่เกาะนี้ แต่ทนคำรบเร้าจากทหารไม่ไหว
เค้าย้ำกับกองทหารทุกคนไม่ให้ไปยุ่งกับวัวที่อยู่บนเกาะนี้เด็ดขาด
แต่ทั้งกองทัพต่างพ่ายแพ้ให้กับความหิวกระหาย และโชคชะตา
กองทหารแอบไปจัดการล้มวัวจนได้ (โอดิสซีอุสถึงกับส่ายหัว)
และเมื่อออกทะเลได้
เรือถูกทั้งกระแสน้ำ คลื่นทะเล ลมพายุ และสายฟ้าที่ผ่าลงกลางเรือราวกับความโกรธเกรี้ยวของซุสก็ทำให้เรืออัปปางลงในที่สุด
เหลือเพียงโอดิสซีอุสที่ลอยมาติดอยู่ที่เกาะโอจีเจีย
โดยได้รับความช่วยเหลือจากนางคาลิปโซ่
Calypso
คาลิปโซ่จัดแจงให้คาลิปโซ่ลืมทุกสิ่งทุกอย่างด้วยการให้กินดอกบัว
และใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาอย่างยาวนานเป็นเวลา 7 ปี
เจ็ดปีที่เขาไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร ไม่รู้ว่ามีเมีย ไม่รู้ว่ามีลูก
จนคาลิปโซสงสารเขาที่โหยหาครอบครัวโดยไม่รู้ว่าโหยหาอะไร เธอเลยคืนความทรงจำให้ และบอกวิธีเดียวที่จะกลับได้ ต่อแพ แล้วปล่อยตัวเองลงทะเลไป
เขารอดขึ้นฝั่งที่อิธากาอย่างน่าอัศจรรย์
เค้ากลับมาพบกับยูเมอุสที่ถูกทำร้าย
ในร่างของขอทานจากต่างแดน
และได้ทราบแผนการของแอนติโนอุสว่าจะลอบทำร้ายลูกชาย
แผนการลอบสังหารถูกทำลายลงโดยฝีมือโอดิสซีอุส
เทเลมาคัสรอดจากความตายมาได้ แต่ต้องสูญเสียเมนทอร์ไป
โอดิสซีอุสวางแผนเข้าวังไปในฐานะของขอทาน
ณ ทางเข้าวังเค้าได้พบกับอากัส หมาแก่ที่เฝ้ารอเค้ากลับมาโดยตลอด
เค้าเข้าทักทายก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายของมันจะจากไป
เทเลมาคัสเห็นฉากนั้นและเข้าใจเองได้ในทันทีว่านี่คือใคร
ในงานเลี้ยง โอดิสซีอุสที่ยังปลอมตัวอยู่
ทำให้แอนติโนอุสรู้ว่า เขารู้ เรื่องที่แอนติโนอุสหักหลังซินอน
แอนติโนอุสตอบด้วยการทำร้ายเขา จนเพเนโลพีต้องเข้ามาห้าม
โอดิสซีอุสได้รับการต้อนรับอย่างดีจากเพเนโลพี ราชินีของเค้า
ทั้งๆที่นางยังไม่รู้ความจริงว่าเค้าคือใคร
เขาสารภาพว่า:
- เขาละเมิดกฎของซุส (จากเคสม้าโทรจัน)
- เขาฆ่าชาวทรอยที่ไม่มีความผิด
- เขาฆ่านักบวชหญิงของอธีนา แล้วทำลายรูปปั้นของเทพีอธีนา
(ตัวอธีนานั้นตามหลอกหลอนเค้ามาในร่างของนักบวชหญิงนั้น)
เพเนโลพีได้ถามข่าวคราวของโอดิสซีอุสกับตัวเค้าเอง
เค้าโกหกไปว่าตัวเองเป็นทหารร่วมรบของโอดิสซีอุส
เค้าสามารถบอกรายละเอียดเครื่องรางประจำตัวที่เพเนโลพีให้เค้าไว้ได้อย่างถูกต้อง
เพเนโลพีจึงตัดสินใจประกาศว่า
เธอพร้อมจะแต่งงานใหม่ ให้พวกนั้นกลับมาตอนรุ่งสาง
เงื่อนไขของเพเนโลพีคือ ใครขึ้นสายธนูของโอดิสซีอุสได้ แล้วยิงลูกศรทะลุหัวขวานได้ เธอจะแต่งงานด้วย
ทุกคนล้มเหลว
แอนติโนอุสที่ไม่ยอมลอง บอกกับนางว่าไม่มีใครสามารถทำได้หรอก
ให้นางเลือกมาเลยว่าอยากแต่งงานกับใคร
โอดิสซีอุสขออาสา
เขาทำได้
แล้วเปิดเผยตัวตน
ห้องโถงกลายเป็นสนามรบ เค้าเริ่มจัดการผู้มาสู่ขอทุกคน ทีละคน ทีละคน
ด้วยแผนอันแยบยลทำให้ในห้องโถงไม่มีอาวุธอื่นนอกจากคันธนูนี้
คนรับใช้ที่แปรพักษ์เดินทางไปห้องเก็บอาวุธเพื่อช่วยเหล่านายใหม่
เทเลมาคัสได้เข้าไปต่อสู้กับคนรับใช้ผู้นี้ และเอาชนะมาได้ในที่สุด
โอดิสซีอุสได้รับชัยชนะ แต่ก็บาดเจ็บอย่างหนัก
เขา สละบัลลังก์ให้เทเลมาคัส และเนรเทศตัวเองออกจากเมือง
หลังจากทำการฆ่าล้างเหล่าผู้มาสู่ขอ (ผิดกฎของซุส)
โอดิสซีอุสออกจากอิธากาไปกับเพเนโลพี
ล่องเรือไปทางตะวันตกเพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารของเขาที่ตายไปทั้งกองทัพ
ไปหาความสงบในดินแดนอื่น
ทั้งคู่หวังว่าอารยธรรมจะฟื้นกลับมา
และครุ่นคิดว่า สักวันกาลเวลาคงลืมความผิดของเขาไป
และเรื่องราวจะเล่าขานในมุมของผู้ชนะ
จบ.,
ความรู้สึกหลังดู +++
เหมือนดูคำพิภากษาจากผลของการไปรบที่ทรอยของโอดิสซีอุส
ทุกจุดหมายในทะเลคือพยาน
ทุกคนที่ตายคือหลักฐาน และยมโลกคือห้องพิจารณา
โดยมีจำเลยเดินเข้าไปฟังคำให้การของตัวเองสามปาก
สิ่งที่หนังทำได้เจ็บที่สุดคือการรื้อคำว่า "วีรบุรุษ" ทิ้งทีละชั้น
ม้าไม้ที่เราท่องกันมาตั้งแต่เด็กว่าเป็นความฉลาด
กลายเป็นการหลอกเด็กคนหนึ่งไปตาย
และ "ผู้คนจากทะเล" ที่ทั้งเรื่องพูดถึงด้วยความหวาดกลัว ก็คือตัวเอกของเราเอง
ประโยคที่เขาสารภาพกับเพเนโลพี ทั้งที่เธอยังไม่รู้ว่าเป็นเขา
คือฉากที่ดีที่สุดของทั้งเรื่อง เพราะมันคือการยอมรับผิดที่ไม่ได้ทำเพื่อขออะไรตอบแทน เขายอมจำนนต่อโชคชะตา ยอดมรับความผิดที่กระทำต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และไม่ศรัทธาในเทพเจ้า
และการที่หนังจบด้วยการสละบัลลังก์ ไม่ใช่การครองบัลลังก์
มันดีนะ ส่วนตัวเป็นคนชอบ Happy End อยู่แล้ว
ในแง่ของคำวิจารณ์ที่ได้อ่านมามีหลายมุมมองมากๆ นั่นทำให้ได้มาเริ่มศึกษามหากาพย์ของ Homer อย่างจริงจัง ซึ่งแบบโคตรสนุก ได้เปรียบเทียบความเหมือนความต่าง แต่นั่นน่าจะมีให้หาอ่านหาดูกันได้หลายแหล่งมากๆแล้วในตอนนี้
ในแง่ประสบการณ์โรง อันนี้ต้องยกให้เลย ภาพสวย 10/10
ยิ่งมาได้รู้เบื้องหลังการถ่ายทำว่าส่วนใหญ่เป็น practical effect
ไม่เน้น cg หรือใช้ AI และเรื่องนี้คือ ถ่ายด้วยกล้องฟิล์ม IMAX 70mm ทั้งเรื่อง และ IMAX พัฒนากล้องรุ่นใหม่ที่บันทึกเสียงพร้อมภาพได้ขึ้นมาเพื่อหนังเรื่องนี้โดยเฉพาะ
พิสูจน์ได้ทุกโรงภาพยนตร์ ส่วนตัวลองดู 4dx แล้ว ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า IMAX
เป็นมหากาพย์แฟนตาซีที่น่าประทับใจจนต้องไปหาซื้อนิยายมาอ่านเพิ่มเติม
****สนใจเดี๋ยวใส่ลิ้งไว้ให้ใน comment*****
9.5/10 จาก BFYG >>>>>
เกร็ดที่รู้ก็ได้ไม่รู้ก็ได้
1. ซินอนไม่มีในโฮเมอร์ ตัวละครนี้มาจาก Aeneid ของเวอร์จิล และโนแลนเขียนใหม่ให้เป็นเด็กเลี้ยงแกะชาวอิธากาที่ถูกเกณฑ์ไปรบแทนแอนติโนอุส — แล้วแอนติโนอุสก็เอาเรื่องนี้ไปเล่าใหม่ให้ตัวเองดูเป็นวีรบุรุษ
รับบทโดย เอลเลียต เพจ ที่เคยร่วมงานกับโนแลนใน Inception มาแล้วในบทอาริแอดนี
2. เทเลมาคัส vs อธีนา คือคู่หมั้นในชีวิตจริง ทอม ฮอลแลนด์ กับ เซนดายา
3. โพลีฟีมัสไม่ใช่ CG ล้วน รับบทโดย บิลล์ เออร์วิน นักแสดงสาย physical theatre ที่ใช้ทักษะหุ่นเชิดผสมกับแอนิมาโทรนิกส์สร้างไซคลอปส์ขึ้นมา
และเออร์วินคือคนเดียวกับที่เชิดและให้เสียง TARS ใน Interstellar
4. ลูปิตา นียองโก เล่นสองบท ทั้งเฮเลนแห่งทรอย และไคลเท็มเนสตรา — ในหนังทำให้ทั้งคู่เป็นฝาแฝด (ในตำนานเดิมเป็นพี่น้องต่างมารดา) และการคาสต์ทั้งเธอและเอลเลียต เพจ ก็โดนถล่มจากฝั่งขวาจัดบนโซเชียลอยู่พักใหญ่ก่อนหนังฉาย
พอหนังออก นักวิจารณ์แทบทุกเจ้าออกมาบอกตรงกันว่า คนที่ด่าคือคนที่ไม่ได้ดู
5. คาลิปโซ กับ เซอร์ซี สลับกันตอนต้น มีข่าวช่วงแรกว่า ชาร์ลิซ เธอรอน เล่นเซอร์ซี แต่ของจริงคือ เธอรอนเล่น คาลิปโซ ส่วนเซอร์ซีคือ ซาแมนธา มอร์ตัน
6. ไทรีเซียสคือใคร หลายคนเดินออกจากโรงแล้วไปไล่เครดิตหา — คำตอบคือ เจมส์ รีมาร์ ที่แต่งจนจำไม่ได้
7. รายชื่อที่เหลือ จอน เบิร์นธัล เป็นเมเนเลอัส · เบนนี ซาฟดี เป็นอากาเมมนอน · ฮิเมช พาเทล เป็นยูริโลคัส · มีอา โกธ เป็นเมลันโธ · จอห์น เลกิซาโม เป็นยูเมอุส · ไรอัน เฮิร์สต์ เป็นเมนเตอร์
8. ตั๋วเปิดขายล่วงหน้าหนึ่งปีเต็ม IMAX 70mm เปิดขายตั้งแต่กรกฎาคม 2025 — เป็นครั้งแรกที่สตูดิโอใหญ่กล้าเปิดขายตั๋วล่วงหน้าขนาดนั้น และมันขายหมดจริง
9. ตัวเลขเปิดตัว
รอบพรีวิวคืนวันพฤหัส 17.6 ล้าน — สูงสุดของปี 2026
3 วันแรกในอเมริกา 124.5 ล้าน จาก 3,919 โรง
ทั่วโลก 264.1 ล้าน — สูงสุดในอาชีพของโนแลน
IMAX ทำไป 51.8 ล้านทั่วโลก คิดเป็นราว 20–23% ของรายได้ทั้งหมด
จอฟอร์แมตพิเศษกินสัดส่วนถึง 53% ของรายได้ในอเมริกา
IMAX 70mm มีแค่ 41 โรงทั่วโลก แต่ทำไปได้ราว 6.1–6.3 ล้าน
CinemaScore ระดับ A และคะแนนนักวิจารณ์ Rotten Tomatoes 94% เสมอสถิติดีที่สุดของโนแลน
10. คนต่อคิวดูรอบตีสอง มีโรงที่จัดรอบ IMAX 70mm ตลอด 24 ชั่วโมง และมีคนไปดูรอบตีสองกับรอบเจ็ดโมงเช้าจริงๆ
BFI IMAX ที่ลอนดอน — จอใหญ่ที่สุดในอังกฤษ — ทำสถิติเปิดตัวสูงสุดของโรงเดี่ยว แซง Star Wars: The Last Jedi ที่ครองมาตั้งแต่ปี 2017
11. มุกที่ฮิตที่สุดบนโซเชียล "การพยายามหาตั๋ว 70mm ยากกว่าทุกอย่างที่โอดิสซีอุสเจอมาทั้งเรื่อง"
ต้องขอบคุณผู้อ่านที่อ่านมาจนถึงตอนนี้
ตัวอย่าง The Odyssey >>>>>
07.08.2026
Before You Go
โฆษณา