การเดินทางด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยจรวดเคมีที่ดีที่สุดในปัจจุบัน เช่น จรวด Space Launch System (SLS) ของ NASA หรือ Starship ของ SpaceX จะใช้เวลาหกถึงเก้าเดือนต่อเที่ยวบินไปยังดาวอังคารเพียงเที่ยวเดียว
ตามข้อมูลจาก NASA Human Research Program พวกเขาจะต้องได้รับรังสีคอสมิก (Galactic Cosmic Rays) สะสมในปริมาณที่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งตลอดชีวิตอย่างมีนัยสำคัญ
โดยภารกิจไปดาวอังคารและกลับคาดว่าจะได้รับรังสีสะสมประมาณ 1,000 มิลลิซีเวิร์ต ซึ่งสูงกว่าขีดจำกัดตลอดอาชีพที่ NASA กำหนดไว้สำหรับนักบินอวกาศ และพวกเขาจะต้องอยู่ในพื้นที่จำกัดขนาดเท่ารถตู้เป็นเวลาหลายเดือนโดยไม่สามารถออกไปข้างนอกได้
การเดินทางไม่ใช่การเคลื่อนที่จากจุด A ไปจุด B ผ่านจุดทุกจุดที่อยู่ระหว่างกลาง แต่คือการ "เขียนข้อมูลใหม่" ว่ายานอยู่ที่พิกัด B แทนที่จะเป็นพิกัด A และเอกภพก็จัดเรียงตัวเองใหม่ตามข้อมูลนั้น
ในปี 2017 ทีมนักฟิสิกส์จาก University of Science and Technology of China นำโดย Jian-Wei Pan ประสบความสำเร็จในการส่งข้อมูลควอนตัมจากสถานีภาคพื้นดินในทิเบตบนที่ราบสูงชิงไห่-ทิเบตที่ระดับความสูงกว่า 4,000 เมตร ไปยังดาวเทียม Micius ที่โคจรอยู่เหนือพื้นโลก 1,200 กิโลเมตร โดยใช้คู่โฟตอนพัวพันที่ถูกสร้างขึ้นบนพื้นโลกและแยกออกจากกัน
การทดลองนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Science (Vol. 356, No. 6343, pp. 1140-1144, 2017) และถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญสู่การสร้างอินเทอร์เน็ตควอนตัมที่จะเชื่อมต่อโลกทั้งใบด้วยช่องสัญญาณที่ไม่สามารถถูกดักฟังได้ตามหลักการของ Quantum Key Distribution
แต่การทดลองของ Jian-Wei Pan ยังคงถูกจำกัดด้วยระยะทาง 1,200 กิโลเมตร และต้องใช้เลเซอร์ที่เล็งอย่างแม่นยำระหว่างสถานีภาคพื้นดินกับกล้องโทรทรรศน์บนดาวเทียมในขณะที่ดาวเทียมกำลังโคจรผ่านเหนือศีรษะด้วยความเร็วหลายกิโลเมตรต่อวินาที
แนวคิดที่ว่าสภาพแวดล้อมภายในยานสามารถรักษาระดับพลังงานของผู้ที่อยู่ภายในให้สมดุลตลอดการเดินทางโดยไม่ต้องแบกถังออกซิเจนหรือสารอาหารจำนวนมาก มีรากฐานมาจากแนวคิด Closed-Loop Life Support System ที่ NASA และองค์การอวกาศอื่นๆ กำลังพัฒนาอยู่ในปัจจุบัน
งานวิจัยด้าน Human Factors in Spaceflight ของ NASA แสดงให้เห็นว่า ปัญหาสำคัญที่สุดสำหรับนักบินอวกาศในการเดินทางระยะยาวไม่ใช่ปัญหาทางเทคนิค แต่คือปัญหาทางจิตใจและสังคม
5.4 Chambers of Healing: ห้องปฏิบัติการซ่อมแซมรหัสพันธุกรรม
ในปี ค.ศ. 1976 Fritz-Albert Popp นักชีวฟิสิกส์ชาวเยอรมันแห่ง University of Marburg ได้ค้นพบปรากฏการณ์ที่วงการวิทยาศาสตร์กระแสหลักในขณะนั้นปฏิเสธที่จะยอมรับอย่างแข็งขัน