การทดลองนี้ต่อมาได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือ Entdeckungen über die Theorie des Klanges (Discoveries in the Theory of Sound, 1787) และกลายเป็นหนึ่งในการสาธิตทางฟิสิกส์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์
สิ่งที่เจนนี่ค้นพบและตีพิมพ์ในหนังสือ Cymatics: A Study of Wave Phenomena and Vibration (1967, 2001) คือ ปรากฏการณ์ที่คลาดนีย์ค้นพบไม่ใช่สิ่งบังเอิญที่เกิดกับทรายบนแผ่นโลหะเท่านั้น แต่มันคือหลักการสากลของธรรมชาติที่ปรากฏในทุกระดับของสสารและพลังงาน
Chambers of Healing บรรลุความแม่นยำนี้ด้วยการใช้คลื่นเสียงที่ถูกปรับแต่งให้เข้ากับโครงสร้างทางเรขาคณิตของ DNA และโปรตีนแต่ละชนิด โดยคำนวณจาก "พิมพ์เขียวพลังงาน" ของผู้ป่วยแต่ละคนที่ถูกบันทึกไว้และอัปเดตอย่างต่อเนื่อง
ในปี ค.ศ. 2014 เบสเซิล ฟาน เดอร์ โคล์ก (Bessel van der Kolk) จิตแพทย์ชาวดัตช์ผู้ใช้เวลาสี่สิบปีในการศึกษาบาดแผลทางจิตใจที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและที่ Trauma Center ในบอสตัน
ตีพิมพ์หนังสือ The Body Keeps the Score: Brain, Mind, and Body in the Healing of Trauma (Viking, 2014)
ชาวอาร์คทูเรียนเข้าใจหลักการนี้มานานแล้ว นานก่อนที่ดามาซีโอจะค้นพบ Somatic Marker และก่อนที่ฟาน เดอร์ โคล์กจะเขียน The Body Keeps the Score ว่า
บาดแผลทางจิตสำนึกไม่ได้เป็นเพียง "ความทรงจำ" ที่ล่องลอยอยู่ในความคิด เป็นเพียง "เรื่องเล่า" ที่เราบอกตัวเองเกี่ยวกับอดีต แต่มันคือ "รอยแผลเป็นในสนามพลังงาน" (Scar in the Energy Field) ที่เปลี่ยนความถี่การสั่นสะเทือนของร่างกายในระดับพื้นฐาน