เมื่อวาน เวลา 14:10 • ปรัชญา
เรื่องเสาหลัก แบกน้ำหนัก นี่ มันก็มีเรื่องราว ที่ว่า จิตเค้าสะสมบุญกุศลบารมี พอเกิดมา เค้าก็ สิ่งต่างๆ ที่เป็นบุญสะสมมา มีทรัพย์สินเงินทอง มียศฐานบรรดาศักดิ์ มารอคอย ..พอเติบโตขึ้นมา ที่ว่า บุญนำวาสนาส่ง ก็ส่งให้มีฐานะ มีบริวารติดตามมา มาเกิด ส่งเสริม ช่วยเหลือ เกื้อกูลกัน ก่อสร้าง บ้าน เราไปดู เรื่องวังนารายณ์ ลพบุรี ที่ก็มีการก่อสร้าง ได้ . เราว่ารวดเร็วนะ พอสิ้นท่าน วังลพบุรี ก็เหมือนรกร้าง เสาหลัก ไม่อยู่เสียแล้ว
1
ในเรื่องราวของคำว่า บุญกุศลนั้น บุคคลที่เค้า สะสมบุญกุศลมา จุติมา เค้าก็มีทำอะไร ได้สำเร็จรวดเร็ว มีพระ .ท่านเล่า ว่า ในสมัยอยุธยา มีกษัตริย์องค์เดียว ที่ขึ้นไปสถิติที่ชั้นพรหม เราก็เคยสงสัย ว่า ทำไมท่านถึงขึ้นไปชั้นพรหมได้ ครั้งหนึ่งทำบุญ ถวายท่าน ท่านก็บอกว่า ในยุคสมัยฉัน ไม่ค่อยมีศึกสงคราม บ้านเมืองสงบ คนว่างจาดทำนาทำไร่ ก็เข้าวัดถ่ือศีลกัน ฉันยังส่งเสริม ให้คนแต่ง หนังสือ พระคุณพ่อแม่ส่งไปตามหัวเมือง ไปตามวัด สอนคนให้กตัญญูรู้คุณพ่อแม่ เรื่องราวของท่าน เป็นเหมือนเรื่องราว นารายณ์อวตาร
1
เรื่องเสาหลัก เราก็ดูได้ ในบุคคลที่เป็นเสาหลักของบ้านครอบครัว ตลอดจนเผื่อแผ่ไปถึงญาติพี่น้อง พอเสาหลัก .ล้ม จากไป . อยู่กันสุขสบายมั้ย
ท่านมีทั้งภาคจีน .ครั้งที่เราเคย ทำบุญถวาย ในสิ่งที่ว่า องค์นารายณ์ ที่พูดถึงกัน ท่านก็บอกว่า เคยทำถวายท่านแล้ว เราก็บอกว่า ครั้งก่อนนั้น เราทำถวายพระนารายณ์ เราทำบุญถวายองค์นารายณ์ ท่านกลับเล่าเรื่องราวพระนารายณ์ให้ฟัง
1
บางทีเราก็ทำบุญถวายเทพองค์นั้นองค์นี้ เราทำบุญด้วยเครื่องหมายธรรม ผ้ากาสาวพัสตร์ ถวายบุญกุศล เทพองค์นั้นองค์นี้ เช่น พระพิฆเนศ หลวงตาท่านเคยเล่าให้ฟังว่า ท่านเป็นเทพ ฉันเคยเข้าไปวิมาน ของท่าน
เราก็สงสัย เป็นเทพ ทำไมเค้าว่า มีรูปร่างเป็นสัตว์ . ท่านก็เล่าว่า ฉันเป็นเทพ จะมีรูปร่างเป็นสัตว์ได้อย่างไร แล้วก็บอกว่า ใครไปนับถือบูชารูปร่างร่างอย่างนั้น สติเค้าจะฟั่นเฟือน แก่เฒ่าชรา ก็หมดเนื้อหมดตัว ไปตรวจสอบ สังเกตดูได้ ไม่ต้องใช้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ใช้เพียงจิตที่มีสติปัญญา กลั่นกรองเหตผล สังเกตตรวจสอบได้ ..อยากจะทำบุญกับ ฉันต้องไปให้กายให้เหนื่อยใจหามา เงินทองจากการพนัน ฉันไม่รับ อยากนับถือฉัน ก็เขียนชื่อฉันบูชา แล้วฉันจะสอนให้ว่า ดีชั่วเป็นอย่างไร
เรื่องราวของพระพิฆเนศ ที่เรารับรู้มา มันตรงกันข้าม กับที่เราพบเห็นรูป ด้วยสายตา ปั้นแต่บอกว่าเป็นพระพิฆเนศ หากถาม AI ว่า พระพิฆเนศมีรูปร่างอย่างไร AIจะประมวลผลอย่างไร ส่งมาให้
เรื่องราวพระกฤษณะ เราก็ทำยุญถวายท่าน ก็มีคนว่า เราเป็นนับถือพุทธทำไม ไปยึดเรื่องราวที่ไม่ใช่พุทธ
เราก็ได้แต่บอกว่า มันเป็นเรื่องราวของจิต .เทพท่านก็เป็นจิตดวงหนึ่ง ที่ท่านก็สร้างทานบุญกุศลมา ท่านก็รู้จัก พระพุทธเจ้า . พระพุทธเจ้าท่านเดินทาง ไปถึง คำว่าพระนิพพาน เทพนั้นท่านยังไปไม่ถึง เราก็เรียนรู้เรื่องราว ที่เทพท่านก็มีแต่เรื่องราว ชี้ชวนให่สร้างบุญกุศลบารมีกันทั้งนั้น ท่านก็มีเรื่องราว ที่ว่า ที่ไหนมีธรรม ธรรมโลกุตระ สอนให่ยุติเกิดแก่เจ็บตาย ทวยเทพเค้ามีหูทิพย์ตาทิพย์ ท่านก็มาฟังธรรม เก็บไว้กับธาตุทั้งสี่จองท่าน
มีน้อง.เค้ามาว่า เราขอบทำบุญแปลก ถวายองค์เจาะจงองค์นั้นองค์ นั้นเป็นเรื่องราวที่อยากเรียนรู้จัก เรื่องราวของคำว่าบุญกุศลบารมี เรื่องราวของคำว่าเทพยดา ที่ในบ้านเมือง ก็มีการนับถือกัน เรื่องราวศาลหลักเมือง พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง
1
พอเราเรียนรู้ได้ เราก็ได้เรียนรู้จักว่า เทพยดาอินทร์พรหม ท่านมีหูทิ้งตาทิพย์ บ้านเมืองไหน เค้าสร้างบุญกกัน เกิดคำว่าบุญ บุญนั้นเป็นแสงสีรัตนะ เกิดขึ้น เค้าก็มาร่วมอนุโมทนา คนที่ทำบุญสร้างกุศล ก็ได้สัมผัส เรื่องราวแสงสีของเทพยดาอินทร์พรหม ก็ทำให้กายนั้นมีความสุข กายมีความสุข จิตก็ได้อาศัยในกายที่เป็นสุข
แล้วเราก็มาเปรียบเทียบ ความสุข ของคนยุคก่อน ที่ว่า ไม่มีสิางอำนวยความสะดวกสบายมาก แต่ทำไมคนรุ่นก่อน น่านาเบิกบาน ยิ้มแย้ม แจ่มใส . เดินผ่านบ้าน ก็ถาม ตะโกนถามกัน ไปไหน .ไปตลาด จะฝากซื้ออะไรมัย เอาอะไรมั้ย. คนในหมู่บ้าน ก็รู้จักกัน เป็นเพื่อนกันมาแต่เด็ก .ผ่านไปทางไหน ก็รู้จักว่า พ่อแม่มันเป็นใคร . คนรู้จักกันดี .ช่วยเหลือกันมา ถึงเวลาเกี่ยวข้าว ก็ช่วยกัน ลงแรงลงแขก จัดอาหารเลี้ยงดูแลกันไป สนุกสนาน ไม่ได้มีเรื่องราว เรียกว่า ได้ค่าแรงเท่าไหร่ .คุ้มเหนื่อมั่ย .มันเรื่องน้ำใจช่วยเหลือกัน
1
. มันมีเรื่องราว ที่มองไม่เห็น ทำไมคนรุ่นก่อน เค้าทำกัน แม้ในเวลาสร้างบ้าน เค้าก็บอกกล่าว เราก็สนใจ เรียนรู้ โดยอาศัย คำว่า สร้างบุญกุศลขึ้นมา มีเรื่องราวกษัตริย์ หลายพระองค์ที่ ท่านบอกว่า ตอนจิตจะออกจากกาย ฉันเป็นห่วงบ้านเมือง มันก็เลยเป็นบ่วงกรรม ดึงจิตฉัน ขึ้นไปที่สูงๆไม่ได้ . ยิ่งเราเรียนรู้ เรื่องราวที่ว่า เกิดมาสร้างบุญกุศลบารมีนั้น
เรื่องราวในสิ่งที่มองไม่เห็น พอเราเรียนรู้มากขึ้น ที่เมื่อก่อนเราดูว่าเป็นเรื่องราว ดูว่างมงาย เราก็ . เมื่อค่อยได้สัมผัสรับรู้ ว่า โลกเรานั้น มิติโลกมนุษย์ กับโลกวิญญาณนั้นใกล้ชิดกัน
1
โลกวิญญาณ วิญญาณที่ไม่ใช่กายมนุษย์ นั้นมีความทุกข์ร้อนมาก เค้าต้องการบุญกุศล ที่ผู้ที่มีกายมนุษย์ กระทำขึ้นมา ให้มีบุญ บุญนั้นก็เป็นแสง ให้จิตของเค้าได้สัมผัส ดับร้อน หิวกระหาย . เมื่อมนุษย์ไม่สร้างบุญกุศล โลกวิญญาณก็เร่าร้อน .ไปด้วย .เวลาจิตทีไม่มีกายมาขอบุญ . เพราะตัวเค้าทุกข์ร้อน กายเราก็เลยทุกข์ทรมาน เร่าร้อนไปด้วย แต่นั้น เป็นเรื่องราว การเรียนรู้ ทุกข์ของจิตที่ไม่กายว่า ทุกข์ทรมานอย่างไร .
เรี่องราวการเรียนรู้อย่างนี้ ไม่ใช่เรื่องราวเรียนแบบ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ แต่เป็นเรื่องราวการเรียนรู้สร้างบุญกุศลบารมี “ปตามคำสอนขององค์พระศาสดา ที่ขี้ทาง ให้เรียรู้จักทุกข์ แล้วสร้างบุญกุศลบารมี หนีทุกข์ จิตมีกรรม ก็รู้จัก วิธีที่จะคัดเอ้าท์กรรมออกไปจากจิต
มีจิตที่อดีตนั้น เคยสะสมมา ถึงจะมาสร้างบุญกุศลได้ หากอดีตไม่เคยทำไม่เคยสะสมา เค้าก็ไม่รู้จัก อาศัยเรื่องราวพระศาสนา มาสร้างบุญกุศล ไม่สนใจเรื่องราว ว่า ศีลสมาธิปัญญา จะช่วยเหบือจิตของเค้า เค้าก็สนใจ จมอยู่กัยสิ่งที่โลกมีให้ มีความโลภโกรธหลง ห้อมล้อม เห็นตัวเองดีแล้ว แก่งแย่ง ทรัพย์สินเงินทอง อำนาจวาสนา อิจฉาตาร้อน ไม่อยากให้ใตร ได้หน้า เกินหน้าเกินตา มันหมั่นไส้ มันก็จะแสดงออกมา ในคำว่า กรรมของสัตว์โลก ที่มีอารมณ์ แผลดเป่า เร่าร้อนอยู่ในกาย .มันไปไฟ . ดับไม่ได้เลย
. เราก็ค่อย เรียนรู้ที่ว่าการเกิด .เป็นเทพเป็นพรหม ก็ต้องมาเกิดแก่เจ็บตาย ยังหนีไม่ได้ คือ จิตยังไม่พ้นทุกข์การเวียนว่ายตายเกิด ที่มีเรื่องราวของกรรม ที่ต้องชดใช้ แล้วก็สร้างบุญกุศลขึ้นมา
เรื่องราวดินแดนถิ่นเกิด .เมื่อเกิดมา จิตที่มาจากที่สูง ท่านก็ทำเรื่องดี ให้เกิดขึ้น ในคำว่า สร้างบุญบารมี เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร ให้จิต .ต่างๆ ที่อาศัย ในถิ่นนี้ มีแต่ชักชวน สร้างสิ่งที่ดี .ใหเกิดขึ้น เป็นทานเป็นบุญกุศล เรื่องราวพระนารายณ์ เราก็เรียนรู้ ในเรื่องราวคำว่า จิตของผู้ที่มีบุญ เกิดมาสร้างบุญกุศล สิ่งที่ว่า เป็นบารมี ก็ทำให่้ บ้านเมืองร่มเย็นผาสุข ไม่อดยาก อดตายว่างั้น
มีเรื่องราวที่พระโกณฑัญญะ ท่านเคยดู .ว่า เจ้าสิทธัตถะ .เกิดมาจะเป็นอะไร หากอยู่ทางโลก ก็จะเป็นถึงจักรพรรดิ หากละโลก ไปทางธรรม ก็จะบรรลุเป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธะเจ้า.เมื่ิอเจ้าชายสิทธัตถะ ไปอยู่ป่า . บำเพ็ญเพียร งดอาหาร . พอเจ้าชายสิทธัตถะ ยกเลิดกลับมา ฉันอาหาร เพราะเห็นว่า ร่างกายไปไม่ไหว ท่านก็งด .เลิก กลับมา เสวยอาหาร
1
พระโกณฑัญญะ ท่านเล่าว่า ท่านเห็นว่า เจ้าชายสิทธัตถะ เสียสัจจะ .. ท่านก็ปลีกตัวออก แต่ก็คอย สดับฟัง เรื่องราวพระสิทธัตถะห่าง ท่านบอกว่า ในใจท่าน เชื่อว่า เจ้าชายสิทธัตถะ ต้องสำเร็จ บรรลุเป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พอเจ้าชายสิทธัตถะ บรรลุ ท่านก็เสด็จไป บอกเรื่องราวของธรรม จนพระโกณฑัญญะท่านบรรลุ ในธรรมสำเร็จเป็นพระอรหันต์ตามพระพุทธเจ้า แล้วก็มีเรื่องราว ว่า ทำไมกรุงกบิลพัสดุ๋ หายไป (เรื่องนี้ อย่าเชื่อที่เราเขียน ต้องตรวจสอบสอบ ด้วยการประพฤติปฏิบัติธรรมขึ้นมา อาศัยกายนิ่ง จิตนิ่ง)
มีพระองค์หนึ่ง ท่านเล่าให้ฟัง เมื่อนั่ง ทำกายนิ่ง จิตนิ่ง ท่ามกลางดินฟ้าอากาศ ก็ฝนฟ้า พายุคึกคะนอง ตกลงมา . มีน้ำป่าเชี่ยวพัดพา กิ่งไม่ท่อนซุงลงมา ท่านก็นั่งทำกายนิ่ง จิตนิ่ง. นั่งตึง อยู่ได้
พอฝนฟ้าหยุด .น้ำผ่านไป . ท่านลืมตา มาดู ..ท่านก็นั่งอยู่ที่เดิม กิ่งไม้ ใบไม้ ไม่มี . ท่านก็ตรวจสอบตัวเอง ทำนองว่า เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงนั่งอยู่ที่เดิม ไม่เป็นอะไร ท่านก็ตรวจสอบ ไปที่ธาตุทั้งสี่ ก็ได้ความว่า นั่นที่กายปักตึง อยู่กัขแม่พระธรณี เหมือนเสาปักลงไป เป็นเพราะ บุญกุศลบารมีที่สะสมมา ที่ว่า พระแม่ธรณี เป็นสักขีพยาน
1
มาถึงยุคนี้ . เกิดในแผ่นดินนี้ แผ่นดินสยาม ทำดีทำชั่ว แผ่นดินนี้ ก็เป็นสักขีพยานให้ .เหมือนว่า สิ่งของต่างๆ ในโลก ไม่ใช่ขอบๆเรา เรามายืมมาใช่ชั่วขณะหนึ่ง แม้แต่กายที่อาศัย ก็เอาไปไม่ได้ ต้องส่งคืน ลงไป .ที่แม่พระธรณี .
1
โฆษณา