ในปี 2001 เธอตีพิมพ์หนังสือเล่มแรกที่ทำให้เธอโด่งดังไปทั่วโลกคือ How to Read the Akashic Records: Accessing the Archive of the Soul and Its Journey หนังสือเล่มนี้ปรากฏขึ้นในจังหวะที่โลกตะวันตกกำลังโหยหาเครื่องมือทางจิตวิญญาณที่ใช้งานได้จริง โดยไม่ต้องละทิ้งชีวิตปกติ และมันก็กลายเป็นหนังสือขายดีที่ทำให้ชื่อของลินดา ฮาว เป็นที่รู้จักในวงกว้างอย่างรวดเร็ว
ปัจจุบันเธอเป็นผู้ก่อตั้ง Linda Howe Center for Akashic Studies ซึ่งมีหลักสูตรอบรมทั้งแบบพบหน้าและออนไลน์ ครอบคลุมสามระดับคือ การอ่านบันทึกขั้นพื้นฐานสำหรับตนเอง การอ่านบันทึกเพื่อเยียวยาบาดแผลทางใจ และการอ่านบันทึกเพื่อค้นหาเป้าหมายชีวิต ศูนย์ของเธอตั้งอยู่ในเขตชานเมืองชิคาโก และมีผู้เดินทางมาจากทั่วโลกเพื่อเข้าอบรมกับเธอโดยตรง
▪️How to Read the Akashic Records: หนังสือที่เปลี่ยนทุกอย่าง
หนังสือ How to Read the Akashic Records คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดของวงการอาคาชิคยุคใหม่ และสิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้ทรงพลังไม่ใช่เพียงเนื้อหาที่นำเสนอ แต่คือรูปแบบที่ถูกออกแบบให้ใช้งานได้จริงทันทีหลังจากอ่านจบ
หัวใจของวิธีการทั้งหมดอยู่ที่คำอธิษฐานเปิดบันทึกที่เรียกว่า The Pathway Prayer Process ฮาวเรียบเรียงคำกล่าวนี้ขึ้นจากหลักการที่ว่า การขออนุญาตด้วยความเคารพเป็นเงื่อนไขจำเป็นก่อนเข้าถึงข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น
คนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับอินเทอร์เน็ตไม่เคยรู้จักโลกที่ไม่มี Google ไม่เคยรู้จักความลำบากในการค้นหาข้อมูลจากห้องสมุด และไม่เคยรู้สึกว่าการถามคำถามกับระบบที่ตอบได้ทุกเรื่องเป็นเรื่องแปลก
Howe, Linda. How to Read the Akashic Records: Accessing the Archive of the Soul and Its Journey. Boulder: Sounds True, 2009.
Howe, Linda. Healing Through the Akashic Records: Using the Power of Your Sacred Wounds to Discover Your Soul's Perfection. Boulder: Sounds True, 2011.
Howe, Linda. Discover Your Soul's Path Through the Akashic Records: Taking Your Life from Ordinary to Extraordinary. Boulder: Sounds True, 2015.
งานสัมภาษณ์และการบรรยาย
Howe, Linda. "The Akashic Records as a Tool for Healing." Sounds True Podcast, 2016.
Howe, Linda. The Pathway Prayer Process. เอกสารประกอบหลักสูตร Linda Howe Center for Akashic Studies.
งานวิชาการและงานวิพากษ์
Hammer, Olav. Claiming Knowledge: Strategies of Epistemology from Theosophy to the New Age. Leiden: Brill, 2001.
Albanese, Catherine L. A Republic of Mind and Spirit: A Cultural History of American Metaphysical Religion. New Haven: Yale University Press, 2007.
Sutcliffe, Steven J. Children of the New Age: A History of Spiritual Practices. London: Routledge, 2003.
งานศึกษาเรื่องการทำให้เป็นสินค้า
Carrette, Jeremy, and Richard King. Selling Spirituality: The Silent Takeover of Religion. London: Routledge, 2005.
York, Michael. The Emerging Network: A Sociology of the New Age and Neo-Pagan Movements. Lanham: Rowman & Littlefield, 1995.
งานศึกษาเรื่องจิตวิทยากับประสบการณ์เหนือบุคคล
Jung, C.G. The Archetypes and the Collective Unconscious. Princeton: Princeton University Press, 1959.
Eisenstein, Elizabeth L. The Printing Press as an Agent of Change. Cambridge: Cambridge University Press, 1979.
Pettegree, Andrew. The Book in the Renaissance. New Haven: Yale University Press, 2010.
งานศึกษาเรื่องศาสนาในโลกดิจิทัล
Campbell, Heidi A. When Religion Meets New Media. London: Routledge, 2010.
Helland, Christopher. "Online Religion as Lived Religion: Methodological Issues in the Study of Religious Participation on the Internet." Heidelberg Journal of Religions on the Internet. Vol. 1, No. 1, 2005, pp. 8–21.
.
*หมายเหตุประกอบการอ้างอิง
สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาหนังสือของฮาวโดยตรง How to Read the Akashic Records เป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากเป็นหนังสือที่วางรากฐานวิธีการทั้งหมดของเธอไว้อย่างครบถ้วน ฉบับพิมพ์โดย Sounds True ยังคงจัดจำหน่ายอยู่จนถึงปัจจุบัน และมีฉบับแปลในหลายภาษา
สำหรับประเด็นเรื่องการทำให้จิตวิญญาณเป็นสินค้า งานของ Jeremy Carrette และ Richard King เรื่อง Selling Spirituality เป็นงานวิพากษ์ที่ตรงประเด็นที่สุด โดยวิเคราะห์การแปรความรู้ทางศาสนาให้เป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ในสังคมทุนนิยมร่วมสมัย ผู้เขียนชี้ให้เห็นว่าการทำให้จิตวิญญาณเข้าถึงง่ายมักมาพร้อมกับการลดทอนความลึกและการสร้าง "สินค้าทางใจ" ที่ตอบสนองความต้องการของตลาดมากกว่าการเปลี่ยนแปลงภายในที่แท้จริง
.
สำหรับประเด็นเรื่องจิตวิทยากับประสบการณ์เหนือบุคคล งานของ C.G. Jung เรื่อง The Archetypes and the Collective Unconscious และ Memories, Dreams, Reflections เป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยอธิบายกลไกทางจิตวิทยาที่อาจเกี่ยวข้องกับประสบการณ์อาคาชิคของผู้ฝึกจำนวนมาก โดยเฉพาะแนวคิดเรื่อง Active Imagination ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับวิธีการเปิดบันทึกของฮาวอย่างมีนัยสำคัญ
.
สำหรับประเด็นเรื่องผลของยาหลอกและการบำบัดทางจิต งานของ Anne Harrington เรื่อง The Placebo Effect และงานของ Bruce Wampold เรื่อง The Great Psychotherapy Debate เป็นแหล่งอ้างอิงมาตรฐานที่ช่วยอธิบายว่าการเยียวยาที่ผู้เรียนอาคาชิครายงานอาจเกิดจากกลไกทางจิตวิทยาที่ได้รับการยืนยันแล้วโดยไม่ต้องอ้างถึงสนามข้อมูลจักรวาล
.
สำหรับการศึกษาเรื่องการเปรียบเทียบระหว่างการพิมพ์คัมภีร์ไบเบิลกับการทำให้ความรู้ทางจิตวิญญาณเข้าถึงง่าย งานของ Elizabeth Eisenstein เรื่อง The Printing Press as an Agent of Change เป็นงานคลาสสิกที่วิเคราะห์ผลกระทบของแท่นพิมพ์ต่อสังคมยุโรปอย่างละเอียด และเป็นกรอบเปรียบเทียบที่มีประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ปรากฏการณ์ของฮาว
.
สำหรับการศึกษาเรื่องศาสนาในโลกดิจิทัล งานของ Heidi Campbell เรื่อง When Religion Meets New Media ให้กรอบทฤษฎีสำหรับการวิเคราะห์ว่าการเปลี่ยนผ่านของอาคาชิคสู่แพลตฟอร์มออนไลน์มีความหมายอย่างไรต่อธรรมชาติของประสบการณ์ทางจิตวิญญาณ
.
ผู้สนใจสามารถค้นคว้าเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ของ Linda Howe Center for Akashic Studies (akashicstudies.com) และฐานข้อมูลวิชาการ JSTOR, Project MUSE, Google Scholar และ Academia.edu