Ep. 2 อยุธยาอีกฝั่งหนึ่ง: ทำไมหมู่บ้านต่างชาติถึงกระจุกตัวอยู่ "ฝั่งใต้" เกาะเมือง

จาก Ep. 1 ที่เราเริ่มมีภาพแม่น้ำ 3 สาย 4 ทิศรอบเกาะเมืองในใจไปแล้ว คราวนี้ขอพาไปเจาะลึกทิศที่คึกคักที่สุด — แม่น้ำเจ้าพระยา "ฝั่งใต้" ประตูสู่อ่าวไทยและมหานครนานาชาติของกรุงศรีอยุธยา
กรุงศรีอยุธยาไม่ได้มีแค่ชาวสยาม แต่คือ "มหานครนานาชาติ" ที่รวบรวมหลากหลายชาติพันธุ์เข้าด้วยกัน ชุมชนต่างชาติและกลุ่มหลากวัฒนธรรมถูกจัดสรรให้อยู่ใน "เขตย่านการค้าฝั่งใต้และฝั่งตะวันออกนอกเกาะเมือง" เป็นหลัก เพื่อใช้ประโยชน์จากเส้นทางคมนาคมทางน้ำ ได้แก่:
• หมู่บ้านโปรตุเกส: ชาติตะวันตกชาติแรกที่เข้ามาตั้งรกราก อยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาตอนใต้เกาะเมือง
• หมู่บ้านฮอลันดา (ดัตช์) & สถานีการค้าอังกฤษ: ศูนย์กลางการค้ากว้างใหญ่ VOC ตั้งสถานีการค้าอยู่ทางใต้เกาะเมือง (ฝั่งตะวันออก) ส่วนสถานีของอังกฤษก็อยู่ในย่านใกล้เคียงกัน แม้จะย้ายที่หลายครั้งตามยุคสมัย
• หมู่บ้านญี่ปุ่น: นำโดยออกญาเสนาภิมุข (ยามาดะ นางามาสะ) ตั้งอยู่ใกล้กับหมู่บ้านฮอลันดา
• ย่านคลองตะเคียน (ชาวจาม มลายู มุสลิม): ย่านชุมชนมุสลิมและนักเดินเรือผู้เชี่ยวชาญ เป็นย่านต่อเรือและที่ตั้งของกองอาสาจาม กองทัพเรือรับจ้างสำคัญที่ช่วยราชสำนักอยุธยารบในศึกสงคราม เป็นย่านแขกจาม แขกตานี แขกมลายู ทั้งที่ตำบลคลองตะเคียนและสำเภาล่ม รวมทั้งผู้ที่อพยพมาจากรัฐจามปาที่ถูกเวียดนามตี แล้วเปลี่ยนมานับถืออิสลาม
Cr. อยุธยาที่ไม่มีในแบบเรียน. (2569). ภาพเกาะเมือง และชุมชนด้านตะวันตกและด้านตะวันออกของอยุธยาด้านใต้ ดัดแปลงด้วย AI จากภาพแผนที่ของ La Loubère (1691). Blockdit.
• ย่านชาวมอญและชาวญวน (เวียดนาม): กระจายชุมชนอยู่ทางฝั่งใต้และตะวันออกนอกเกาะเมือง ชาวมอญส่วนหนึ่งมีฝีมือด้านทำอิฐ-เครื่องปั้นดินเผาและเข้ากองทัพ ส่วนชาวญวนที่ลี้ภัยทางศาสนาเข้ามาตั้งชุมชนคาทอลิกใกล้ค่ายฝรั่งเศส กลายเป็นกำลังพลในกรมอาสาต่างๆ ของราชสำนักด้วยเช่นกัน
• วัดพุทไธศวรรย์และย่านฝรั่งเศส: บริเวณทิศใต้ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งในอดีตคือ "ตำบลเวียงเหล็ก" ตำแหน่งที่ประทับของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) มาก่อนสถาปนากรุงศรีอยุธยาเสียอีก และต่อมากลายเป็นย่านที่ตั้งของชุมชนชาวฝรั่งเศสและคริสตศาสนา
ทำไมมหาอำนาจการค้าและชุมชนนานาชาติในยุคนั้นถึงเลือกกระจุกตัวอยู่ทางทิศใต้ แต่ปล่อยให้พื้นที่ลุ่มน้ำแม่น้ำน้อยทางฝั่งตะวันตกกลายเป็นพื้นที่ป่าบึงและด่านรับศึก?
คำตอบซ่อนอยู่ใน "ทิศทางการไหลของสายน้ำ" และ "ยุทธศาสตร์การบริหารพื้นที่" ของราชสำนักอยุธยา:
1. ย่านการค้าฝั่งใต้: "Expat Town" พหุวัฒนธรรมและประตูสู่อ่าวไทย
• เส้นทางเดินเรือทะเล: เรือสินค้าจากอ่าวไทยแล่นขึ้นมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านบางกอกขึ้นมาจนถึงอยุธยา การตั้งชุมชนไว้ฝั่งใต้จึงสะดวกที่สุดในการเข้าจอดและขนถ่ายสินค้า
• การควบคุมของรัฐ: สำนักพระคลังสินค้าและด่านขนอนตั้งอยู่ทางทิศใต้ เพื่อให้ราชสำนักควบคุมความมั่นคงได้ง่าย และคุมเชิงไม่ให้ชาวต่างชาติเข้าออกเขตพระราชวังบนเกาะเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต
2. ย่านยุทธศาสตร์ฝั่งตะวันตก: เกราะน้ำจืดและสนามรบ
• ด่านธรรมชาติชะลอทัพ: พื้นที่ฝั่งตะวันตกตั้งแต่ลำน้ำเจ้าพระยาเดิม (คลองบางบาลปัจจุบัน) และแม่น้ำน้อย (ผ่านอำเภอผักไห่ เสนา) เป็นพื้นที่รายกว้างใหญ่ ที่จะเปลี่ยนสภาพเป็นท้องทุ่งรับน้ำขนาดใหญ่ในฤดูน้ำหลาก ไม่เหมาะกับการทำเมืองท่า แต่เหมาะเป็น "เกราะธรรมชาติต้านศึกจากทิศเหนือและตะวันตก"
บทบาทของฝั่งตะวันตกตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เราจะได้เอ่ยถึงรายละเอียดเพิ่มเติมใน Ep. ถัดๆ ไป
การมองภาพผังเมืองแบบนี้ช่วยทำให้เราเข้าใจเพิ่มขึ้นว่า ทำไมประวัติศาสตร์ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาจึงเป็นประวัติศาสตร์อีกชุดหนึ่งที่ไม่เหมือนกับเรื่องเล่าการค้าและพหุวัฒนธรรมของหมู่บ้านต่างชาติเลยแม้แต่น้อย
และเป็นที่น่าเสียดาย ที่ประวัติศาสตร์ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาของกรุงศรีอยุธยาถูกพูดถึงและให้ความสำคัญน้อยมากในแบบเรียน โดยเฉพาะด้านยุทธศาสตร์ในการสู้ศึก
📌 ปักหมุดชวนเที่ยวฝั่งใต้ของเกาะเมือง: สัมผัสร่องรอย "ศูนย์กลางนานาชาติ" ยุคพระนครศรีอยุธยาในปัจจุบัน
หากใครอยากไปตามรอยสถานที่จริง ปัจจุบันพื้นที่ย่านการค้าและพหุวัฒนธรรมฝั่งใต้ ได้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้และโบราณสถานสำคัญที่เปิดให้เข้าชม:
1. บ้านฮอลันดา (Baan Hollanda): พิพิธภัณฑ์เรียนรู้ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย-ดัตช์ บนพื้นที่สถานีการค้า VOC เดิม (แผนที่ Google Maps)
2. หมู่บ้านญี่ปุ่น (Japanese Village): จัดแสดงเรื่องราวของชุมชนชาวญี่ปุ่นและยามาดะ นางามาสะ หรือ ออกญาเสนาภิมุก (แผนที่ Google Maps)
3. โบราณสถานหมู่บ้านโปรตุเกส (Portuguese Settlement): ร่องรอยโบสถ์ซานโดมิงโกและสุสานชาวโปรตุเกส (แผนที่ Google Maps)
4. วัดพุทไธศวรรย์: พระอารามหลวงโบราณริมน้ำฝั่งใต้ อดีตที่ตั้งเวียงเหล็กของพระเจ้าอู่ทอง (แผนที่ Google Maps)
5. ย่านคลองตะเคียน: ร่องรอยชุมชนมุสลิม/จามโบราณ ทางทิศใต้ของเกาะเมือง
ย่านการค้านานาชาติฝั่งใต้เอง มีร่องรอยความเป็น "ฐานอำนาจทางทหาร" ซ่อนอยู่ ดังเช่นหลักฐานแผนที่เก่าที่เพิ่งค้นพบชี้ว่า "เวียงเหล็ก" ที่วัดพุทไธศวรรย์ แท้จริงคือเมืองใหญ่ที่มีคูเมืองล้อมรอบตั้งแต่ปากคลองตะเคียนถึงวัดพนัญเชิง เคยเป็นฐานอำนาจถาวรของรัฐสุพรรณภูมิมาก่อนตั้งกรุงศรีอยุธยาเสียอีก ก่อนจะกลายเป็นย่านการค้าและชุมชนฝรั่งเศส ตามรายละเอียดที่สุจิตต์ วงษ์เทศ เขียนไว้
หลังจากเห็นภาพความเจริญฝั่งใต้แล้ว ตอนหน้าเราจะข้ามฝั่งไปดู "คลองบางบาล" และ "แม่น้ำน้อย" สายน้ำฝั่งตะวันตกที่เป็นทั้งเส้นทางชีวิต ทุ่งรับน้ำ และปราการป้องกันพระนครศรีอยุธยาที่แท้จริง
ติดตามเรื่องราวของ "อยุธยาอีกฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา" ที่ไม่มีในแบบเรียนได้ที่เพจของเรา
#อยุธยาศึกษา #อยุธยาที่ไม่มีในแบบเรียน #หมู่บ้านต่างชาติ #คลองตะเคียน #วัดพุทไธศวรรย์ #แม่น้ำน้อย #ประวัติศาสตร์อยุธยา #บ้านฮอลันดา #Blockdit
แผนที่ต้นฉบับ (Primary Source):
La Loubère, S. de. (1691). Plan de la Ville de SIAM [Map]. In Du Royaume de Siam. Jean-Baptiste Coignard.
ข้อมูลเพิ่มเติมที่คุณอาจจะอยากอ่านต่อ
สุจิตต์ วงษ์เทศ. (2566, 25 มีนาคม). เวียงเหล็ก พระเจ้าอู่ทอง ย่าน “คูจาม” คลองตะเคียน อยุธยา ขุมกำลังกลุ่มสยาม รัฐสุพรรณภูมิ... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.silpa-mag.com/history/article_14738

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา