Ep. 4: อยุธยาอีกฝั่งหนึ่ง: ตามรอยเสด็จประพาส รัชกาลที่ 6 ส่อง “เศรษฐกิจสยาม 100 ปีก่อน” ผ่านบันทึกพระยาโบราณราชธานินทร์

รู้หรือไม่? ภาพของแม่น้ำสายเล็กๆ อย่าง “แม่น้ำน้อย” (สายน้ำโบราณที่ไหลแยกจากแม่น้ำเจ้าพระยา ผ่านอยุธยา อ่างทอง และสิงห์บุรี) ในช่วงรัชกาลที่ 6 เมื่อประมาณ 110 ปีก่อน (พ.ศ. 2459) ไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำ แต่คือ “เส้นทางลำเลียงทางเศรษฐกิจและภาพสะท้อนการพัฒนาประเทศ” ที่สำคัญยิ่ง
ใน Ep. 4 นี้ เราจะพาทุกคนย้อนเวลากลับไปมองภาพรวมเศรษฐกิจ วิถีชีวิต และความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในอดีต ผ่านบันทึก “ระยะทางเสด็จประพาสลำแม่น้ำน้อยและลำแม่น้ำใหญ่” ที่เรียบเรียงโดย พระยาโบราณราชธานินทร์ (พร เดชะคุปต์) สมุหเทศาภิบาลมณฑลกรุงเก่า และอุปราชภาคอยุธยา เนื่องจากมีการรวบรวมหัวเมืองเข้าเป็นระบบภาคแล้ว ณ เวลานั้น
Cr. อยุธยาที่ไม่มีในแบบเรียน. (2569). ภาพร่างบ้านหลวงประสิทธิ์นรกรรมริมแม่น้ำน้อย ตำบลหัวเวียง ไม่ทราบปีที่สร้าง ดัดแปลงด้วย AI จากภาพของตัวบ้านอายุกว่า 100 ปี ถ่ายภาพเมื่อ พฤษภาคม 2566. Blockdit.
พระองค์ได้เสด็จฯ ผ่านจุดสำคัญตามลำน้ำน้อย ซึ่งเราสามารถปักหมุดตามรอย Google Maps หลังจากเสด็จทางชลมารคจากกรุงเทพฯ มาถึงแยกบางไทรที่แม่น้ำเจ้าพระยากับแม่น้ำน้อยแยกจากกันได้ดังนี้:
📍 1. ค่ายสีกุก (จุดบรรจบแม่น้ำน้อย-เจ้าพระยา)
• ประวัติศาสตร์: จุดเริ่มต้นของการเข้าสู่ลำน้ำน้อย และเป็นตำแหน่งค่ายใหญ่ของมังมหานรธาในศึกเสียกรุง
📍 2. ย่านตลาดแพ & วัดบางนมโค (อ.เสนา)
• ประวัติศาสตร์: จุดพักรับเสด็จและชุมชนริมน้ำสำคัญฝั่งตะวันตก
📍 3. เมืองผักไห่ (อ.ผักไห่)
• ประวัติศาสตร์: ย่านการค้าและจุดเชื่อมต่อลำคลองสำคัญก่อนเข้าสู่เขตอ่างทอง
📍 4. เมืองวิเศษชัยชาญ (อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง)
• ประวัติศาสตร์: เมืองโบราณริมแม่น้ำน้อย จุดยุทธศาสตร์สำคัญสมัยอยุธยาตอนปลาย
📍 5. แหล่งโบราณคดีเตาเผาแม่น้ำน้อย (อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี)
เพจของเรา ติดตามบันทึกการเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกตามกาลเวลามาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ผ่านบันทึกประวัติศาสตร์ และบางส่วนก็เป็นเรื่องของผู้ที่เคยใช้ชีวิตในช่วงร้อยปีที่แล้ว "เล่าให้ฟัง" ถึงแม้ว่าการแบ่งเขตการปกครองจะฟังไม่คุ้นหูในปีปัจจุบัน
เราย่อจากเอกสารบันทึกการเดินทางที่ท่านเจ้าคุณโบราณฯ เรียบเรียง ความว่า
1. โครงสร้างพื้นฐานเปลี่ยน ชีวิตเปลี่ยน: “ประตูน้ำเจ้าเจ็ด” กับราคาที่ดินที่พุ่งสูงขึ้น 10 เท่า!
หนึ่งในจุดที่ชี้ให้เห็นถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ของภาครัฐในยุคนั้น คือการขุดคลองและสร้างประตูน้ำคลองเจ้าเจ็ด (อำเภอเสนากลาง/ผักไห่)
• ก่อนมีประตูน้ำ: บริเวณนี้ยังเป็นป่าพงนับหมื่นไร่ หน้าแล้งสัญจรลำบาก
• หลังมีประตูน้ำ: เมื่อรัฐเข้ามาบริหารจัดการน้ำและขุดคลองให้เรือใหญ่บรรทุกสินค้าผ่านได้ตลอดปี ป่าพงก็ถูกถางกลายเป็น “นาเตียน” ทันที
• ราคาที่ดินพุ่งกระฉูด: ในบันทึกระบุว่า เดิมที่ดินใกล้ประตูน้ำราคาเพียง ไร่ละ 20–30 บาท แต่พอเปิดประตูน้ำและขุดคลอง ราคาพุ่งสูงขึ้นเป็น ไร่ละ 400–500 บาท! (เพิ่มขึ้นนับ 10 เท่า) แถมยังมีโรงสีข้าวและแพค้าขายเข้ามาจับจองพื้นที่กันแน่นขนัด
2. Disruption ยุคแรก: เมื่อ “เรือกลไฟ” ทำปลาลดลง!
ยุคเสด็จประพาส พ.ศ. 2459 เป็นยุคที่เทคโนโลยีเครื่องยนต์กำลังเข้ามาแทนที่แรงงานคนและเรือพาย
ในพื้นที่แถบ อ.เสนาใหญ่ เดิมทีอุดมสมบูรณ์ไปด้วยปลาชุมตามหนองและลาดชะโด ท่านเจ้าคุณโบราณฯ บันทึกไว้ว่า ในอดีตเมื่อลงตรวจราชการจะเห็นปลาผุดขึ้นเต็มหน้าวัด แต่เมื่อเริ่มมี “เรือจ้างกล (เรือเครื่อง)” วิ่งรับส่งผู้โดยสารระหว่างกรุงเทพฯ - ผักไห่ เสียงและคลื่นจากเครื่องยนต์ทำให้ “น้ำป่วนปั่น ปลาอาศัยไม่สะดวก” จนปริมาณปลาตามหน้าวัดลดลงอย่างเห็นได้ชัด นี่คือภาพสะท้อนแรกๆ ของผลกระทบจากเทคโนโลยีและการคมนาคมต่อสิ่งแวดล้อมในสยาม
3. การทำไม้และการตั้ง “โรงเลื่อยไม้เครื่องจักร” ตามลำน้ำ
นอกจากข้าวและปลาแล้ว อีกหนึ่งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในอดีตคือ “การค้าไม้” ที่ล่องซุงลงมาจากทางเหนือ ในบันทึก ท่านเจ้าคุณโบราณฯ ได้รวบรวมตัวเลข โรงเลื่อยไม้เครื่องจักร ในหัวเมืองริมน้ำช่วง พ.ศ. 2458–2459 เอาไว้:
• อำเภอเสนาใหญ่ (ผักไห่): เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญริมแม่น้ำน้อยที่มี โรงเลื่อยไม้เครื่องจักร 1 แห่ง ตั้งอยู่เพื่อรองรับซุงไม้ที่ล่องลงมาจากฝ่ายเหนือผ่านลำน้ำ
• อำเภอเมืองอ่างทอง: บริเวณแม่น้ำหน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง เป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่มี โรงเลื่อยไม้เครื่องจักร 1 แห่ง
• ภาพรวมมณฑลกรุงเก่า: ทั่วทั้งมณฑลกรุงเก่ามีโรงสีข้าวเครื่องกล 18 แห่ง และ โรงเลื่อยไม้เครื่องจักร รวม 2 แห่ง (อยู่ที่ อ.เสนาใหญ่ และ อ.เมืองอ่างทอง)
ภาพของซุงไม้ที่ผูกเป็นแพมาจากนครสวรรค์และสิงห์บุรี ล่องมาตามลำน้ำใหญ่ (แม่น้ำเจเาพระยา) และแม่น้ำน้อย เข้าสู่โรงเลื่อยเครื่องจักรที่ผักไห่และอ่างทอง สะท้อนให้เห็นว่าสายน้ำแถบนี้ไม่ได้เป็นแค่เส้นทางสัญจรของชาวบ้าน แต่คือ “เส้นทางลำเลียงทรัพยากรและไม้ป่า” เพื่อส่งต่อไปแปรรูปเข้าสู่กรุงเทพฯ และใช้ในการก่อสร้างพัฒนาประเทศในยุคนั้น
4. บ้านไม้ตรา (บางไทร) กับ "คลองพระยาบรรลือ": ชุมทางข้ามลุ่มน้ำยุครัชกาลที่ 6 เสด็จฯ
ส่วนนี้ไม่ได้ถูกบันทึกในเอกสารของท่านเจ้าคุณโบราณฯ
แต่เพจอนุมานว่า หากย้อนกลับมาทางตอนใต้ฝั่งตะวันตกตรงอำเภอบางไทรปัจจุบัน บ้านไม้ตรา ถือเป็นอีกหนึ่งจุดยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่สำคัญมาก
ในช่วงที่เสด็จประพาส พ.ศ. 2459 นั้น "คลองพระยาบรรลือ" (เริ่มขุด พ.ศ. 2435 ในสมัยรัชกาลที่ 5) ได้ขุดเสร็จสิ้นและเปิดใช้งานมาร่วม 20 ปีแล้ว คลองขุดสายนี้เริ่มต้นจากแม่น้ำเจ้าพระยาแถบบางไทร/ไม้ตรา ตัดตรงไปทางตะวันตกผ่านทุ่งกว้างไปบรรจบแม่น้ำท่าจีนที่สุพรรณบุรี
การมีอยู่ของคลองพระยาบรรลือ ทำให้ย่านบ้านไม้ตรากลายเป็น “ประตูสู่ลุ่มน้ำท่าจีน” และเปลี่ยนพื้นที่ป่ารกชัฏฝั่งตะวันตกให้กลายเป็นทุ่งนากว้างใหญ่ พร้อมทั้งเป็นเส้นทางพักไม้เพื่อตีตรา ก่อนล่องเข้ากรุงเทพฯ
5. สถิติเชิงพาณิชย์ 100 ปีก่อน: ความเจริญที่กระจายตามลำน้ำ
หากส่องตัวเลขสถิติที่พระยาโบราณฯ รวบรวมถวายรัชกาลที่ 6 จะเห็นภาพโครงสร้างรายได้และการค้าของแต่ละอำเภอริมแม่น้ำน้อยอย่างชัดเจน:
• พาหนะการเดินทาง: สื่อสารคมนาคมหลักยังคงเป็น “เรือใช้สอย” และ “เรือบรรทุกสินค้า” (เช่น อำเภอเสนากลาง มีเรือใช้สอยมากถึง 4,789 ลำ) ส่วนรถยนต์หรือจักรยานยนต์ในมณฑลกรุงเก่ายังมีเพียงนับคันได้
• การจัดเก็บภาษีและรายได้: ยุคนั้นรัฐมีรายได้จากอากรค่านา ภาษีสุรา และใบอนุญาตจำหน่ายฝิ่น ซึ่งถูกบันทึกไว้อย่างเป็นระบบ
• อุตสาหกรรมในท้องถิ่น: เริ่มมีโรงสีข้าวเครื่องกล (18 แห่งทั่วทั้งมณฑล) และโรงเลื่อยไม้เครื่องจักร (2 แห่ง) ทยอยตั้งขึ้นตามจุดตัดทางน้ำสำคัญ
💡 สรุปมุมมองประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ
การตามรอยเสด็จฯ ลำน้ำใหญ่และแม่น้ำน้อย ไม่ได้ทำให้เราเห็นแค่สถานที่ประวัติศาสตร์หรือโบราณสถานอย่างวัดสีกุก วัดโพธิ์เก้าต้น หรือวัดมหาธาตุเท่านั้น แต่ยังทำให้เราเห็น “จุดเปลี่ยนทางเศรษฐกิจของไทย” จากระบบเกษตรกรรมแบบพึ่งพาธรรมชาติ มาสู่ยุคที่มีการบริหารจัดการน้ำ การใช้เครื่องยนต์กลไก และการขยายตัวของสังคมเมืองริมน้ำ
อ่านเรื่องราวประวัติศาสตร์เศรษฐกิจน่ารู้ในตอนต่อไป กดติดตามเพจนี้ไว้ได้เลย
รายการอ้างอิง
พระยาโบราณราชธานินทร์ (พร เดชะคุปต์). (2504). ระยะทางเสด็จประพาสลำแม่น้ำน้อยและลำแม่น้ำใหญ่ มณฑลกรุงเก่าและมณฑลนครสวรรค์. กรมศิลปากร. (พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพ นางพูน อารยะกุล ณ เมรุวัดเทพศิรินทราวาส 18 มีนาคม 2504).
#ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจ #รัชกาลที่6 #แม่น้ำน้อย #พระยาโบราณราชธานินทร์ #ประวัติศาสตร์ไทย #คลองพระยาบรรลือ #บางไทร #Blockdit
Cr. อยุธยาที่ไม่มีในแบบเรียน. (2569). ภาพร่างนอกชานและระเบียงบ้านหลวงประสิทธิ์นรกรรมริมแม่น้ำน้อย ตำบลหัวเวียง ไม่ทราบปีที่สร้าง ดัดแปลงด้วย AI จากภาพของตัวบ้านอายุกว่า 100 ปี ถ่ายภาพเมื่อ พฤษภาคม 2566. Blockdit.

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา