Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ปั่นเรื่อง เป็นภาพ
•
ติดตาม
4 ก.ย. เวลา 01:24 • หนังสือ
ทำไมมดถึงไม่ขึ้นโรงน้ำตาล?
พี่จิก ประภาส ชลศรานนท์ คือไอดอลทางความคิดผมมาตั้งแต่สมัยเรียนที่มหาวิทยาลัย
ด้วยเพราะชื่นชมวิธีคิดของพี่จิกที่นำเสนอออกมาในหลายๆ ผลงาน ทั้งงานเขียน บทเพลง รายการทีวี
ผลงานต่างๆ ไม่ได้มีแค่ความคิดสร้างสรรค์ แต่มักจะมีความน่ารักอบอุ่นแฝงไว้อยู่ด้วยเสมอ ผมจึงติดตามผลงานของพี่จิกมาตลอด โดยเฉพาะผลงานหนังสือที่ซื้อมาอ่านเรื่อยมา ทั้งชุดคุยกับประภาส หนังสือชุดนิทานล้านบรรทัด หลังตู้เย็น และมีเพื่อนเป็นภูเขา ก่อนที่พี่จิกจะเว้นว่างจากผลงานหนังสือไป
ล่าสุดพี่จิกออกผลงานหนังสือมดไม่ขึ้นโรงน้ำตาล นับเป็นผลงานหนังสือเล่มใหม่ในรอบกว่า 10 ปีของพี่จิก ด้วยเหตุนี้ผมจึงไม่พลาดที่จะติดตามและอยากมารีวิวให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันในวันนี้
มดไม่ขึ้นโรงน้ำตาล แค่ชื่อหนังสือก็ทำให้ผมต้องชวนสงสัยแล้วว่าทำไมถึงชื่อนี้ เพราะตามความเข้าใจของเรา ที่ไหนมีของหวาน ที่นั่นก็น่าจะมีมดขึ้น ยิ่งเป็นโรงงานน้ำตาลที่มีน้ำตาลอยู่เป็นตันๆ ด้วยแล้ว ก็น่าจะยิ่งมีมดเยอะเข้าไปใหญ่ แต่หนังสือเล่มนี้กลับทำให้เห็นว่าโรงงานน้ำตาลแทบไม่มีปัญหาเรื่องมดอย่างที่เราคิด
แค่บทนำหนังสือก็ทำให้เห็นวิธีคิดของหนังสือเล่มนี้แล้วว่า หลายอย่างบนโลกที่เราคิดว่ามันน่าจะเป็นแบบนั้น เอาเข้าจริงมันก็อาจไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้ และนี่แหละคือความสนุกของหนังสือเล่มนี้
พี่จิกหยิบเรื่องต่างๆ ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม วิถีชีวิตผู้คน ไปจนถึงเรื่องเล็กๆ ที่อยู่รอบตัวอย่างอาหาร เครื่องดื่ม มาเล่าแบบสนุก เข้าใจง่าย ไม่ได้อ่านยากเหมือนหนังสือวิชาการ แต่อ่านแล้วเหมือนมีผู้ใหญ่ใจดีมานั่งเล่าเรื่องราวให้เราฟังอย่างอบอุ่น
มีหลายตอนที่ผมชอบมากเป็นพิเศษอย่างตอน จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อโสกราตีสต้องมาอยู่ในโลกโซเชียล โสกราตีสคือนักปราชญ์กรีกผู้ทรงอิทธิพล เขาตอบคำถามไม่ได้หวังให้ตัวเองเป็นฝ่ายชนะ แต่ชอบตั้งคำถามกับเรื่องราวเพื่อให้เกิดการต่อยอดได้คิดต่อ แต่โลกโซเชียลที่เราเห็นในปัจจุบันจะเห็นคนตอบโต้เถียงกันเพื่อให้ตัวเองเป็นฝ่ายชนะ ใครที่ไม่เห็นด้วยหรือเห็นต่างล้วนเป็นศัตรู ดังนั้นหากโสกราตีสต้องมาอยู่ในโลกโซเชียลเช่นนี้เขาจะต้องเจอกับอะไรบ้าง อ่านแล้วก็จิดกัดแบบเจ็บแสบ แต่ดันเป็นเรื่องจริง
หรือตอนที่พูดถึงศิลปินระดับโลกอย่าง แวนโก๊ะ โมเนต์ หรือปิกัสโซ เรามักมองคนเหล่านี้ในฐานะอัจฉริยะที่สร้างสรรค์ผลงานศิลปะใหม่ๆ ขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง แต่ความจริงแล้ว งานศิลปะก็เหมือนกับหลายอย่างบนโลกใบนี้ ที่มีการหยิบยืม เรียนรู้ และส่งอิทธิพลมายังผลงาน
ซึ่งยิ่งพออ่านเล่มนี้ไปเรื่อยๆ เราจะเริ่มเห็นว่า ศิลปวัฒนธรรม หรืออารยธรรมแทบไม่เคยเป็นผลงานของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเลย 100% มันเหมือนการส่งต่อกันไปเรื่อยๆ มากกว่า
กล่าวโดยสรุปหนังสือมดไม่ขึ้นโรงน้ำตาลไม่ได้พยายามบอกว่าเราควรรู้อะไรเพิ่มอีกบ้าง แต่มันชวนให้เราตั้งคำถามกับเรื่องที่เราคิดว่ารู้อยู่แล้ว หรือสิ่งที่เราอาจเคยมองข้ามมันไป เห็นเรื่องธรรมดาแล้วอยากรู้ที่มา ได้ยินเรื่องที่ใครๆ พูดต่อกันแล้วอยากรู้ว่าจริงหรือเปล่า หรือแม้แต่เรื่องที่ตัวเราเคยเชื่อมาตลอด ก็อาจลองเปิดใจรับฟังมุมมองที่ต่างออกไปดู
เหมือนโรงน้ำตาลที่เต็มไปด้วยน้ำตาล แต่กลับไม่มีมดขึ้นเลยอย่างที่เราเคยคิด
ผมจึงอยากแนะนำให้เพื่อนๆ ได้อ่านมดไม่ขึ้นโรงน้ำตาลเล่มนี้ เพื่อตั้งคำถามและหาคำตอบกับเรื่องราวทั้งหลายรอบตัวเรากันครับ
หนังสือ
พัฒนาตัวเอง
ประวัติศาสตร์
บันทึก
4
5
2
4
5
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย