14 ก.ย. เวลา 15:01 • ปรัชญา
ย้อนหลังไปเมื่อตอน เด็กๆ สมัย ผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม ถนนหนทางก็ยังไม่มากมายเหมือนบางทีไปวัด ก็ต้องเดินบุกหญ้ารก สมัยนี้ ยังเห็นคนชราแก่เฒ่าเข้าไปถือศีลจำวัด ลูกหลานก็เอา ข้าวมาส่ง . ยังเห็น คนที่เดินเข้าวัด ถอดรองเท้า เมื่อเข้าประตูวัด วันศุกร์ ก็ไปนั่งริมระเบียงหน้าห้อง สวดมนต์กัน
เรียนรู้ประวัติ พระพุทธเจ้า ตั้งแต่เด็ก ได้ดู เรื่องราวสวด ทศชาติชาดก เทศมหาชาติชาดก.ได้เห็นใบลาน กองท่วมหัว ผูกเชือกมันขาด เณร.ก็เอาไปเผาทิ้ง . พอโตขึ้น ยังรู้สึกเสียดาย
คนสมัยก่อน รุ่นสงครมาโลก ที่มีพ่อแม่เป็นชาวนา ก็มาอาศัยวัด เป็นเด็กวัด ช่วยทำความสะอาด โบสถ์กกุฏิศาลา พอมาสมัยนี้ เด็กวัดก็หายไป .วัดเก่าๆ มีโบสถ์มีศาลา ไม้ .ก็ไม่มีคนมาช่วยดูแล ชาวบ้าน ก็มุ่ง ทำมาหากิน . พระที่จำวัด ก็เป็นพระแก่ชรา ดูแลไม่ไหว ก็เสื่อมโทรม ผู้คน หนุ่มสาว ก็ขาดหายไป จากท้องถิ่น .ไปทำโรงงาน เป็นลูกจ้าง
ประกอบกัย เรื่องราวการสะสมของเก่าวัตถุมงคล ก็นิยมมากขึ้น มีเกจิดัง .ออกเครื่องรางของขลัง มีเรื่องราวหลวงปู่แหวน . ท่านก็ไปออกเหรียญ ทั้งที่ประพฤติปฏิบัติธรรมมามาก . เรื่องนี้ มีพระท่านเล่าให้ฟัง ว่าท่านต้องมาเกิดอีก ทั้งที่น่าจะ ไปสู่สถานที่ดีๆ
พอมีสำนักพุทธ .มีเพื่อนเล่าให้ฟัง มีงานทำบุญ งานใหญ่ มีผู้ว่า ข้าราชการผู้ใหญ่ จะเข้าโบสถ์ มีคนสำนักพุทธมายืน บอกว่า ท่านๆไม่ต้องถอดรองเท้าหรอก ใส่เข้าไปได้เลย เพื่อนเรา เค้าถอด . นี่เพื่อนก็มาบ่น คนสำนักพุทธให้ฟัว เรากเจอ คนสำนักนี้ มีของขลัง เต็มข้อมือที่คอ. มันบ่งบอกอะไรน่ะท. นี่หรือ คนเยี่ยงนี้ จะมาช่วยดูแลพระศาสนา หรือว่า มาทำให้คนเสื่อมลงไป ไม่ใช่ศาสนาเสื่อม แต่คนมันเสื่อมถอยเอง
มันเรื่องราว นักบวช มาหากิน เอาศาสนามาขาย หูทิพย์ตาทิพย์ เค้าว่า เอาศาสนา พระพุทธเจ้า มาขายกิน เยี่ยงอย่างเดรัจฉาน ที่ไปสวดชุมชนเทพเทรวด ผู้ที่เป็นเทพยดา ท่านมีหูทิพย์ตาทิพย์ ท่านมามาร่วมส่งเสริมหรอก มีแต่ผี มีแต่พสดอดอยาก อสุรกาย .พวกจิตที่มีมิจฉาทิฐิ . พวกนาค ที่เป็นมิจฉาทิฐิก็มี อันธพาลเกเร มิติผโลกวิญญาณ มีอะไรหน้ากลัว ที่ตาก็มองไม่เห็น มีแต่ตา .อารมณ์อุปโลกน์ หรอกจิตให้ยึดถือ จมอยู่กับอารมณ์โลภโกรธหลง เป็นทวีคูณ โลภมากยิ่งขึ้น
นักบวชบางองค์ .มีคำพูด ..ขอให้รวยนะจ๊ะ ขอให้รวยๆ มันสวนทางคำสอนศาสนา นักบวช ชี้ทางอะไรให้เช้าบ้าน ให้เค้ามี คำว่า ศีลสมาธิปัญญา หรือ ว่า ชี้ให้ไร้ สติปัญญา บ้างก็ถือไม้ เคาะกระโหลกกะลา มันทำให้ มีสติปัญญาขึ้นมั้ย หรือ ทำให้เจ็บหัว มึนเมา บ้างวัด ก็เอารูปเกจิอาจารย์ ปั้นไปตั้งหน้าพระพุทธ บ้างก็เอาไปตั้ง เจ้าเจ้าแม่ . ดูได้ . วัดนั้น คนตีกันทะเลาะกัน นับบวช ไม่ถูกกัน
เรื่องพระศาสนา มันมีคน มีหนังสือ อะไรมากมายมาให้อ่าน .แต่ก็ได้แค่อ่านเรื่องราว ที่เค้าเขียนกัน ยังไม่เคยเจอ พระที่ท่านปฏิบัติตามคำสอน ตามรอยองค์พระสัมมมาสัมพุทธเจ้าจริง พระที่ท่านปฏิบัติ จนจิตท่านมีธรรมสถิตย์ .หากเราได้เจอะเจอ แบ้วท่านเมตตา สอนให้ฝึกหัด .ชี้ทางให้ .จิตท่าน เป็นเหมือน ที่เรียกว่า จิตเจโต
.ท่านสอนเรื่องราวของอารมณ์ .ตัวกระทำ ที่มนุษย์ทุกคน กมีอารมณ์ .เราก็มี . ท่านก็สอนวิธี ให้เรียรู้จัก อารมณ์นึกคิด ในชีวิตประจำวัน การฝึกหัดตามที่ท่านแนะนำให้ ต้องสวดมนต์ ทำบุญหน้าพระ ที่บ้าน . ปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิภาวนา สองคำ พุทโธ พอมี.เรื่องราว ที่เกิด ติดขัด การปฏิบัติ ก็ไม่คต้องถาม .พอเจอท่าน ท่านก็เล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ คำตอบก็อยู่ในเรื่องที่ท่านเล่า เราก็ไปทบทาน
พอปฏิบัติมากเข้าๆ คราวนี้ ท่านสอนเรื่องจิต .เอาจิตมากราบพระ สวดมนต์ ปฏิบัติธรรม .รวบรวมจิตให้เป็นหนี่ง เรื่องราวเล่านี้ เป็นเรื่องราวการเรียนรู้ แสงรัตนะ ท่านก็แนะนำให้ เริ่มต้นในการกรายพระ ทำอย่างไร กราบให้เกิดทีแสงรัตนะ ก็โชคดี ที่เร่าได้พระมาสอน พระที่ท่านอยู่ป่าถ้ำลึกๆ ท่านก็อนุเคราะห์สอนให้ เรื่อวราวของพุทธบริษัท สมัยต้นพุทธกาล สร้างบุญกุศล เค้าทำกันอย่างไร เราก็ได้ฝึกหัด ตามที่ต้รพุทธกาล ท่านทำกัน ทำแล้ว ก็ค่ิอยรู้จักว่า บุญกุศลนั้น เป็นอย่างไร ทำบุญกับใคร จึงเกิดแสงของบุญเกิดขึ้น
การทีได้เรียนรู้เรื่องแสงสีของบุญ ก็ได้เรียนรู้จัก เรื่องกรรม ที่อยู่กับธาตทั้งสี่ เรื่อวราวที่ว่า สร้างบุญกุศลปฏิบัติธรรม ทำไม ทวยเทพ หูทิพย์ตาทิพย์ มาอนุโมทนา มีเรื่องราวภพภูมิให้เรียนรู้ เป็น มะโนทะศึกษา เรื่องราวของเทพ .เรื่องราวสามโลกจักรวาล ที่เวียนว่ายตายเกิด
เรื่องราวของการสร้างบุญกุศลบารมี นั้น พอเรียนรู้จักมากขึ้น มันก็เป็นเรื่องราวของจิตแต่ละดวง ที่สะสมมา ที่ว่า อกุศล กุศล .ที่สะสมมาเอง เรื่องที่ทำให้สร้างบุญกุศล มาเรียนรู้ธรรม ด้วยการปฏิบัติ นั้นเป็นเรื่องราวที่ยากสำหรับ ทุกดวงจิต ที่จะเรียนรู้จักกรรม แล้วสร้างบุญกุศล หนีเวรกรรมคัดเอ้าท์อารมณ์กรรมตัวกระทำออกไปจากจิต
เพราะว่า กรรมนั้น ปกปิดจิต มนุษย์ทุกคน ด้วยอารมณ์ต่างๆ แม้คนมาถือบวช หากไม่สวดมนต์ ปฏิบัติธรรม ภาวนา พุทโธ ก็มีแต่ขาดทุน ในข้างปลาอารมณ์ที่เค้าเลี้ยง มันเป็นหนี้เวรกรรม . ไม่ปฏิบัติธรรม ส่งคืน ผู้ที่อุปกรณ์เลี้ยงข้าวปลาอาหาร .หากไม่ครองผ้า .ใครเค้าจะ ถวาย ก่อนถวายเค้าก็ กราบผ้าเหลือง กราบพระพุทธเจ้า ไม่ได้กราบที่ตัวบุคคล แล้วเอาอะไร มาส่งคืน ใช้หนี้. ข้าวสุกที่เค้าเลี้ยง
เรื่องราวคำสอน พระพุทธเจ้า นั้น หูทิพย์ตาทิพย์ เค้าสนใจ อยากฟังธรรม เพราะต้องมาเกิดเป็นมนุษย์ สร้างบุญกุศลบารมี เมื่อบุญกุศลหนุนนำจิต ให้ลอยตัว เป็นเทพยดาอินทร์พรหมนั้น ละลายหมดเหมือก้อนน้ำแข็ง ก็ลงมาเกิด จิตที่มาจากที่สูงๆ ก็มีอภิสิทธิ์ เลือกพ่อแม่ เลือกสถานที่เกิด ลงมสเกิดสร้างบุญกุศล กลัยที่เดิม หรือ สูงกว่าเดิม . เรื่องราวธรรมขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะได้เรียนรู้จริง ต้องขึ้รไปชั้นดาวดึงส์ เพื่อจะลงมาเกิดเป็นชาติสุดท้ายยุติการเกิด นั้นเป็นเรื่องราว ที่เรียกว่า ธรรมโลกุตระ
ยุคนี้ ศาสนาเหมือนผ้าขาด มีพระท่านบอกว่า ต้องมีพระป่าออกมาฟื้นฟู .มีพระป่า ที่ท่านยังมี ดำรงสังขารเป็นแก้ว อยู่ตามสถานที่ต่างๆ มากมายในโลก ที่ท่านคอยช่วยเหลือ พยุุงศาสนา ให้แก่จิต ที่เกิดมาสร้างบุญกุศลบารมี ตามรอยคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า .แต่นั้น ก็เป็นเรืองราวที่ยากจะพบเจอท่าน .ศาสนาของพระพุทธเจ้า นั้นบริสุทธิ์
แต่คนที่มาบวข กับทำให้ ทำตนไม่บริสุทธิ์ .มีแต่อารมณ์กรรมตัวกระทำ .ไม่แก้ไข ตนเอง ในคำว่า นิสัยสันดาน ที่จมอยู่กับอารมณ์ที่โลกมีให้ เสมือนบอกชาวบ้าน ว่าอย่าโกรธอย่าหลง แต่ตนเองหลงลึก ยิ่งกว่าชาวบ้าน มันมีเรื่องราว ที่นักบวช ตกนรกมากมาย ที่ว่า ก่อนลงนรก ก็เอาผ้าเหลือง ถอดออก วางพาด ราวเหล็กใหญุ่ ขนาดว่าราวเล็กใหญ่ นั้นยัง แอ่นราวเหล็นั้นอ่อน รองรับน้ำหนักผ้าที่พาดวางมากมาย . ก่อนเดินตัวร่อนจ่อน ลงนรก อเวจี ตามาเทวทัตไป
เรื่องราวคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า นั้น สูงสุดแล้ว นำพาไปถึง ดินแดนพระนิพพาน .ยุติการเกิด . พระอรหันต์ หลายพระองค์ ท่านก็ยังไม่เข้าพระนิพพาน ยังอยู่ ช่วยพยุงศาสนา ตามที่พระพุทธเจ้าอธิษฐานไว้ จนครบห้าพันปี .พอเราด็พบพระ .ที่ท่านปฏิบัติธรรม ด้วยรอยทั้งสี่ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จนบรรลุถึงธรรม ท่านก็บอกว่า พระพุทธเจ้า ท่านฝากธรรมไว้กับดินฟ้าอากาศ ใครมาประพฤติปฏิบัติธรรม ตามรอยของท่าน ก็ได้ สัมผัส ในธรรม ที่ท่านฝากไว้
โฆษณา