Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
พงศาวดารวันพรุ่ง (The Tomorrow Chronicles)
•
ติดตาม
15 ก.ย. เวลา 02:40 • ประวัติศาสตร์
เทศบาลนครหาดใหญ่
ตอนที่ 114 พิชิตอาณาจักรเทรบิซอนด์ (ค.ศ. 1461): ปิดม่านเชื้อสายจักรวรรดิโรมันตะวันออกแห่งสุดท้าย
🟥 หลังจากเมห์เหม็ดเก็บกวาดสายเลือดไบแซนไทน์ในกรีกตอนใต้ราบคาบ พระองค์ก็หมายหัวป้อมปราการแห่งสุดท้ายที่ยืนหยัดอยู่ได้นานที่สุดคือ อาณาจักรเทรบิซอนด์ (Empire of Trebizond) ซึ่งตั้งอยู่บนชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงใต้ของทะเลดำ
🟥 ในขณะที่มอร์เรียถูกปกครองโดยราชวงศ์ปาลาอิโอโลกอส (Palaiologos) เทรบิซอนด์กลับถูกปกครองโดยราชวงศ์ที่เก่าแก่ยิ่งกว่า คือ ราชวงศ์คอมเนนอส (Komnenos) ซึ่งหนีมาตั้งตัวที่ชายฝั่งทะเลดำตั้งแต่ตอนที่คอนสแตนติโนเปิลแตกในสงครามครูเสดครั้งที่ 4 (ค.ศ. 1204) เทรบิซอนด์จึงถือเป็น "ทายาทสายตรง" กลุ่มสุดท้ายของจักรวรรดิโรมันตะวันออกที่ยังเหลือรอดอยู่
🟥 การพิชิตเทรบิซอนด์ในปี 1461 ของสุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 เป็นหนึ่งในกรณีศึกษาที่ยอดเยี่ยมที่สุดของการใช้ยุทธศาสตร์ "การทูตนำการทหาร" ผสมผสานกับความเด็ดเดี่ยวทางโลจิสติกส์ เพื่อบดขยี้เป้าหมายโดยที่ศัตรูแทบไม่มีโอกาสได้ต่อสู้ นี่คือการปิดฝาโลงรัฐทายาทไบแซนไทน์กลุ่มสุดท้ายในโลกใบนี้
🟩 1. เมื่อเทรบิซอนด์ถูกบีบให้ดิ้นรน
🔹หลังคอนสแตนติโนเปิลแตก จักรพรรดิ ดาวิด คอมเนนอส (David Komnenos) แห่งเทรบิซอนด์ รู้ดีว่าคิวต่อไปคือตัวเองพระองค์จึงพยายามเดินเกมเสี่ยงตายด้วยการ "สร้างพันธมิตรต่อต้านออตโตมัน"
🔹พระองค์ส่งทูตไปเจรจากับวาติกันและสาธารณรัฐเวนิส โดยเสนอให้ใช้เทรบิซอนด์เป็นหัวหาดในการทำสงครามครูเสด และยังพยายามดึงรัฐคริสเตียนในจอร์เจียให้มาร่วมแนวร่วมด้วย
ดาวิด คอมเนนอส สร้างพันธมิตรกับอุซุน ฮาซานเพื่อต่อต้านออตโ๖มัน
🔹ที่สำคัญที่สุดพระองค์จับมือกับ อุซุน ฮาซาน (Uzun Hasan) ผู้นำเผ่าเติร์กเมน "แกะขาว" (Aq Qoyunlu) ที่กำลังเรืองอำนาจในเปอร์เซีย โดยให้หลานสาวของตนแต่งงานด้วย เพื่อสร้างแนวร่วมขนาบข้างเมห์เหม็ดทางตะวันออก
🔹อุซุน ฮาซานผู้นี้เราจะเล่าละเอียดในภายหลังเพราะเขาก็เป็นผู้นำที่มีบทบาทในพื้นที่ฝั่งตะวันออกก่อนการผงาดของราชวงศ์ซาฟาวิศเช่นกัน
🔹ความผิดพลาดคือดาวิดดันส่งจดหมายไปร้องให้เมห์เหม็ด "ยกเว้นการจ่ายส่วย" และให้อุซุน ฮาซานเป็นคนออกหน้าทวงแทนการท้าทายนี้ทำให้เมห์เหม็ดที่ 2 ตัดสินใจว่า "เมื่อเทรบิซอนด์ลบหลู่พระองค์ ก็ต้องถูกกำจัด"
🟨2. อาศัยการทูตเพื่อตัดแขนตัดขา
🔸 เมห์เหม็ดที่ 2 มีสายข่าวที่ยอดเยี่ยมเมื่อทรงทราบถึงเครือข่ายพันธมิตรนี้ พระองค์ไม่ได้เดินทัพไปตีเทรบิซอนด์ตรงๆแต่ทรงเลือกที่จะ "ทำลายพันธมิตรก่อนทำลายเป้าหมายหลัก"
🔸ในฤดูร้อนปี 1461 เมห์เหม็ดนำทัพหลวงบุกเข้าไปในดินแดนของอุซุน ฮาซาน ทันที เพื่อข่มขู่และบีบให้เผ่าแกะขาวต้องเลือกข้างเมื่อเผชิญหน้ากับทัพหลวงออตโตมัน อุซุน ฮาซาน รู้ว่ายังไม่พร้อมแตกหักจึงส่งมารดาของตนคือ ซารา คาทุน (Sara Khatun) ซึ่งเป็นนักการทูตหญิงที่ได้รับการเคารพอย่างสูงในหมู่ชนชาวเติร์ก มาเจรจาสงบศึกกับเมห์เหม็ดที่ 2
🔸 เมห์เหม็ดต้อนรับซารา คาทุน อย่างสมเกียรติ ซารา คาตุน พยายามเกลี้ยกล่อมให้เมห์เหม็ดละเว้นเทรบิซอนด์แต่เมห์เหม็ดตอบกลับไปว่า "ดาบแห่งอิสลามอยู่ในมือข้า หากข้าไม่ทนต่อความยากลำบากนี้ ข้าก็ไม่คู่ควรกับชื่อของนักรบศักดิ์สิทธิ์ (Ghazi)"
เมห์เหม็ดที่ 2 การเจรจากับซารา คาตุน เพื่อให้เผ่าแกะขาวยอมถอยจากความขัดแย้ง
🔸 ท้ายที่สุด เมห์เหม็ดสามารถทำข้อตกลงสันติภาพกับเผ่าแกะขาวได้สำเร็จโดยแลกกับการไม่บุกดินแดนของอุซุน ฮาซาน เมื่อเผ่าแกะขาวยอมถอย เท่ากับว่า "โล่ป้องกัน" ของเทรบิซอนด์ได้ถูกทำลายลงอย่างสมบูรณ์โดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ
🟪3. โลจิสติกส์หฤโหด ข้ามเทือกเขาพอนติก
🟪3.1 บริบทของยุทธการ "สายฟ้าแลบแบบแยกสาย"
🔹เป้าหมายของสุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 คือการโจมตีแบบไม่ให้ศัตรูตั้งตัวการแบ่งกองทัพออกเป็นสองสายคือทางบกและทางน้ำเป็นการตัดขาดเส้นทางการส่งกำลังบำรุงของเมืองทราปซอนอย่างสมบูรณ์
🔹ทางน้ำ: กองเรือทำหน้าที่ปิดล้อมอ่าวป้องกันไม่ให้เมืองได้รับความช่วยเหลือจากพันธมิตรทางทะเลและรับหน้าที่ขนส่งยุทโธปกรณ์หนัก (เช่น ปืนใหญ่ตีเมือง) ซึ่งไม่สามารถลากผ่านภูเขาได้
🔹ทางบก: กองทัพบกกว่า 80,000 นายทำหน้าที่เข้าตีและป้องปรามกองกำลังของชนเผ่าอัคโคยุนลู (Akkoyunlu) ที่อาจจะยกมาช่วยทราปซอน
🟪3.2 ความท้าทายด้าน "โลจิสติกส์" ในเทือกเขาพอนติก
🔸 การพากำลังพลขนาดมหึมาข้ามเทือกเขาพอนติก (Pontic Alps) ถือเป็นฝันร้ายของการจัดการห่วงโซ่อุปทานในยุคนั้น
🔸 ภูมิประเทศที่แคบ ชัน และป่าทึบ ทำให้ขบวนสัมภาระ ไม่สามารถใช้เกวียนได้ตามปกติ เสบียง อาวุธ และเต็นท์ทั้งหมดต้องถูกถ่ายโอนไปยังสัตว์ต่าง (เช่น ล่อ หรือ อูฐ) หรือให้ทหารแบกหามเองซึ่งลดทอนประสิทธิภาพและปริมาณการขนส่งลงอย่างมาก
การยกทัพกำลังพลขนาดมหึมาข้ามเทือกเขาพอนติก
🔸 กองทัพ 80,000 นายต้องการเสบียงอาหารและน้ำดื่มมหาศาลในแต่ละวัน การเคลื่อนทัพที่ล่าช้าลงเพราะภูมิประเทศหมายความว่ากองทัพมีความเสี่ยงที่เสบียงจะหมดกลางทางก่อนถึงเป้าหมาย การวางแผนคำนวณจุดพักและการแบ่งพกเสบียงจึงต้องแม่นยำขั้นสุด
🔸 เมห์เหม็ดที่ 2 ต้องทรงลงจากหลังม้าและนำทหารเดินเท้าถางป่าไม่ได้เป็นเพียงการสร้างขวัญกำลังใจ แต่คือการเข้าแก้ปัญหาจุดคอขวดของเส้นทางด้วยตนเอง เพื่อรักษาความเร็วและกำลังใจของการเดินทัพไม่ให้หยุดชะงัก ซึ่งเป็นหัวใจหลักของยุทธวิธีสายฟ้าแลบ
🟫 4. การยอมจำนนที่ไร้ทางสู้ (สิงหาคม 1461)
🔹เมื่อกองทัพออตโตมันทะลุเทือกเขาออกมาปรากฏตัวที่หน้ากำแพงเมืองเทรบิซอนด์พร้อมๆ กับกองเรือออตโตมันที่ปิดล้อมทางทะเลจักรพรรปิดาวิดตระหนักได้ทันทีว่าพันธมิตรตะวันตกไม่มา และอุซุน ฮาซานก็ทิ้งเขาไปแล้ว
กองทัพออตโตมันเข้าปิดล้อมเมืองเทรบิซอนด์
🔹หลังจากการปิดล้อมเพียงประมาณหนึ่งเดือนในวันที่ 15 สิงหาคม 1461 ดาวิด คอมเนนอสจึงยอมเปิดประตูเมืองและสละราชสมบัติถือเป็นการ "สิ้นสุดของจักรวรรดิไบแซนไทน์และยุคแห่งโรมัน" โดยสมบูรณ์ในหน้าประวัติศาสตร์โลก
🔹จุดจบของราชวงศ์: เมห์เหม็ดส่งดาวิดและครอบครัวไปอยู่ที่เมืองเอดิเนพร้อมเงินบำนาญ (เหมือนที่ทำกับผู้ปกครองมอร์เรีย) แต่ในอีก 2 ปีต่อมา (ค.ศ. 1463) เมห์เหม็ดจับได้ว่าดาวิดแอบลักลอบส่งจดหมายติดต่อกับหลานสาว (ที่เป็นภรรยาของอุซุน ฮาซาน) เมห์เหม็ดจึงใช้ข้อหาสายลับและกบฏสั่งประหารชีวิตดาวิดและลูกชายทั้งหมดเป็นการถอนรากถอนโคนราชวงศ์ไบแซนไทน์สายสุดท้ายอย่างเลือดเย็น
🚩 บทสรุป->สถาปนาอำนาจรอบทะเลดำ
🟥 การล่มสลายของเทรบิซอนด์ในปี 1461 ถือเป็นการ "ตอกฝาโลง" ของจักรวรรดิโรมันตะวันออกอย่างแท้จริง สายเลือดผู้ปกครองไบแซนไทน์ที่สืบทอดมาอย่างยาวนานได้สิ้นสุดลงสำหรับจักรวรรดิออตโตมันชัยชนะครั้งนี้ทำให้ชายฝั่งทางตอนใต้ของทะเลดำถูกรวมเป็นหนึ่งเดียว กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนทะเลดำให้กลายเป็น "ทะเลสาบของออตโตมัน"
เปลี่ยนทะเลดำให้กลายเป็น "ทะเลสาบของออตโตมัน"
🚩 บทส่งท้าย🚩
🟥หลังจากกวาดล้างสายเลือดแห่งไบแซนไทน์จนสิ้นซาก เป้าหมายต่อไปของสุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 คือการปิดบัญชีเลือดกับรัฐบรรณาการตัวฉกาจที่กล้าแข็งข้อ
🟥ในปี ค.ศ. 1459 คณะทูตที่ถูกส่งไปทวงเครื่องราชบรรณาการไม่ได้กลับมาพร้อมลมหายใจ หากแต่เหลือเพียงร่างไร้วิญญาณที่ถูกตอกตะปูตรึงผ้าโพกศีรษะติดกับกะโหลก สำหรับองค์สุลต่านแล้ว นี่คือการหยามเกียรติและท้าทายอำนาจขั้นสูงสุดนับตั้งแต่ทรงขึ้นครองราชย์
🟥 แท้จริงแล้ว ระบบเดฟชิร์เม (Devshirme) ไม่ได้เพียงสร้าง "เยนิสเชอรี" (Janissary) เครื่องจักรสังหารผู้ภักดีเท่านั้น แต่ในบางครั้งมันกลับหล่อหลอมยอดขุนศึกผู้ล่วงรู้ตื้นลึกหนาบางของกองทัพออตโตมันอย่างทะลุปรุโปร่ง ย่อมเป็นเรื่องน่าสยดสยองอย่างยิ่ง หากหอกข้างแคร่เหล่านี้เลือกที่จะหันคมดาบเข้าฟาดฟันราชสำนักเสียเอง
🟥 ในเมื่อมี "สแกนเดอร์เบก" แห่งแอลเบเนียเป็นผู้เบิกทางคนแรก คนที่สองย่อมก้าวตามมา... และ "วลาดที่ 3 จอมเสียบแห่งวัลลาเคีย" คือชื่อในบัญชีนั้น
ตอนที่ 115 วัลลาเคีย สนามอารมณ์ 2 มหาอำนาจ : แผ่นดินเลือดในยุคก่อนที่มังกรกลายร่างเป็นปีศาจ
แนวคิด
เรื่องเล่า
ประวัติศาสตร์
บันทึก
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
Ottoman Empire: The Great Fatih
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย