เมื่อวาน เวลา 08:30 • การศึกษา

ไม่รู้ว่าชอบอะไร ควรทำอย่างไรดี ?

เป็นเรื่องปกติมาก ๆ ที่จะไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร บอกเลยว่า
ไม่ใช่แค่น้อง ๆ ที่ไม่รู้ตัวเอง หลาย ๆ คนที่พี่รู้จัก แม้จะเรียนจบมาแล้ว หรือทำงานไปนานหลายปีก็อาจจะยังไม่รู้ว่าเราชอบอะไร
ในโลกของเรา มีคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรมากกว่าคนที่รู้ตัวเอง เพราะ ไม่ใช่ทุกคนจะได้ลองทำแต่ละอย่าง แล้วพบว่ามันเข้ากับตัวเรา ขณะที่ค่านิยมในปัจจุบันก็เร่งให้เรารู้สึกอยากได้พบเจอในสิ่งที่ชอบ เพื่อจะได้ประสบความสำเร็จไว ๆ ถ้าเราไม่เคยมีประสบการณ์ในการได้ลองทำสิ่งต่าง ๆ มาก่อน (แล้วได้มีโอกาสได้เปรียบเทียบความชอบ ความสนใจ) จะได้บอกได้อย่างไรว่า เราชอบอะไรจริงไหมครับ
ดังนั้นแนะนำว่าลองทำหลาย ๆ อย่าง เพื่อค้นหาสิ่งที่สนใจหรือสิ่งที่ทำได้ดีดูครับ หรือมองอีกด้านอย่างน้อยถ้าเจอสิ่งที่เราเกลียดน้อย มันก็ยังดีกว่าได้ทำในสิ่งที่เกลียดมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกัน
[ ตัวอย่างจากเคสจากใน Facebook: วิชาที่หนูทำได้ดีคือ วิชาชีววิทยาและวิชาด้านภาษาต่าง ๆ โดยที่ชอบที่สุดก็คือภาษาค่ะ ]
จากตัวอย่างเคสนี้ที่ชอบชีวะและภาษา พี่ไม่ค่อยมั่นใจเหมือนกันว่า สายไหนเหมาะกับเรา อยากทำวิชาชีพเป็นด้านชีวะ แล้วมีภาษาเป็นตัวเสริม หรืออยากทำอาชีพด้านภาษาไปเลย มันสามารถเลือกได้หมดเลย แต่ทั้งนี้บางทีที่เรารู้ว่าชอบวิชาต่าง ๆ เหล่านี้ อาจจะมีบางอย่างที่จริง ๆ แล้ว เราชอบนอกเหนือจากที่กล่าวมาเลยก็ได้
ยกตัวอย่างตัวจากตัวเอง: พี่ชอบฟิสิกส์เลยเลือกเรียนวิศวะ ปรากฏว่าไม่ชอบวิชาวิศวะในช่วงปี 2-4 และที่ชอบที่สุดคือ วิชาวิทยาศาสตร์ในช่วงเรียนปี 1 อย่างฟิสิกส์ แคลคูลัส (เชื่อว่าหลาย ๆ คนเกลียดสองวิชานี้แน่ ๆ 😂แต่เผอิญพี่ดันชอบในไอเดียของสองวิชานี้มาก)
แม้จะไม่ได้ถึงกับคะแนนท็อปอะไร เราชอบการนำคณิตศาสตร์มาอธิบายปรากฏการณ์ทางธรรมชาติในเชิงลึก ขณะที่พอได้ทำงานจริงด้านวิศวะแล้วกลายเป็นไม่มีความโดนใจเกี่ยวกับวิศวะหลงเหลืออีกเลย
สุดท้ายปลายทางที่ทำคือ งานเกี่ยวกับ "คอม / สถิติ" ซึ่งไม่เกี่ยวข้องอะไรกับที่ชอบฟิสิกส์เลยในตอนแรก แต่เผอิญที่มาชอบในสายใหม่เพราะ "สถิติ" ก็เป็นการนำคณิตศาสตร์มาอธิบายปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ (ธุรกิจ) เช่นเดียวกับการเรียนฟิสิกส์ ซึ่งเผอิญได้ค้นพบโดยคร่าว ๆ สมัยเรียนในปี 2-4 ที่มีบางวิชาเกี่ยวข้องกับสถิติและโคดดิ้ง
ตรงนี้ก็เป็นการได้พบความสนใจโดยบังเอิญจากสิ่งที่เราได้มีผ่านหูผ่านตาและมากลายเป็นอาชีพที่ได้ทำในท้ายที่สุด ขณะที่วิชาด้านวิศวะกลายเป็นไม่ได้ใช้เลยซะงั้น
สังเกตที่คีย์เวิร์ด:
สิ่งที่เราจะอยู่กับมันอาจไม่ใช่สตอรี่เดียวกันกับชีวิตในตอนแรก และบางทีสิ่งที่มีคาแรคเตอร์คล้ายกันก็อาจมาเป็นความสนใจของเราในอนาคตได้เช่นกัน
ถ้าสังเกตจากตอนแรกมาจนถึงตอนปัจจุบัน มันแทบจะคนละทางกัน แต่เพราะเราสามารถหาความชอบที่มัน Common กันได้ สุดท้ายก็เลยไปในสายงานที่เข้ากับตัวเองมากกว่า
บางทีที่เราชอบในวันนี้อาจเป็นคนละอย่างกับสิ่งที่เราจะทำในอนาคต พี่เองก็ลองทำมาหลายอย่างเหมือนกันถึงมาเจอด้านที่ลงตัวสำหรับตัวเอง
ดังนั้นลองสังเกตตัวเองบ่อย ๆ ลองทำอะไรเยอะ ๆ เพื่อหาความชอบ ความสนใจที่ common กันครับ มันอาจจะช่วยให้เราหาตัวเองได้ดีขึ้น ถึงไม่เจอก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยรู้ว่าตัวเองไม่ชอบอะไรก็ยังดีกว่าไม่รู้เกี่ยวกับตัวเองอะไรเลย
[ คำแนะนำสุดท้าย ]
ถ้าลองหลายอย่างแล้วยังไม่รู้ว่าชอบอะไรหรือเราอาจจะไม่มีโอกาสได้ลองทำหลาย ๆ อย่างด้วยข้อจำกัดบางด้าน
เลือกสิ่งที่คิดว่าตัวเองทำได้ดีที่สุด
ชีวิตเรายังต้องเดินต่อไป ปากท้องก็เป็นเรื่องสำคัญ สิ่งที่เราทำได้ดี แปลว่าเราพอจะมีโอกาสสร้างคุณค่าบางอย่างได้ อย่างน้อยสิ่งที่เราทำได้ดีหรือถนัด แม้อาจจะไม่ชอบก็ยังสามารถทำไปเพื่อหาเลี้ยงชีพไปก่อนได้
แล้วถ้าถามต่ออีกว่า
สุดท้ายนี้ถ้าชีวิตไม่ถนัดอะไรเลย ควรทำอย่างไร
ก็ลองหาบางอย่างทำให้ถนัดดู ให้คิดว่าเราทำสิ่งนี้ไปเพื่อการเลี้ยงชีพ ถ้าเราพยายามศึกษาให้ถูกทาง เดี๋ยวสุดท้าย "ความไม่ถนัด" ก็สามารถกลายเป็น "ความถนัด" ได้
พอเราเชี่ยวชาญเข้า บางที "ความชอบ" อาจจะตามมาเองอัตโนมัติโดยที่เราไม่ต้องไปแสวงหาจากที่ไหนก็ได้ครับ

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา