Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
BENJI Review
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 08:47 • การศึกษา
Learn How to Learn ฉบับคนทำงาน: ความหมายของการศึกษาที่แท้จริง ?
คำถามว่า
เราจะเป็นคนเก่งได้อย่างไร
เป็นคำถามที่คลาสสิคมาก ๆ ซึ่งคำตอบมีได้หลายทาง ขอออกตัวก่อนว่า แม้จะพอมีประสบการณ์ในการหาความรู้จากด้านต่าง ๆ มาบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ผู้ที่เก่งที่สุด อย่างไรก็ตาม ขอลองแชร์ความเห็นเผื่อจะเป็นประโยชน์กับน้อง ๆ และคนที่สนใจทุกท่านว่า
ถ้าเราอยากเป็นคนเก่ง เราต้องทำอย่างไรบ้าง
[ ที่มาที่ไปของการเป็นคนเก่ง ]
คำถามว่า "เราจะเป็นคนเก่งได้อย่างไร" เราก็ต้องมาถามต่อว่า "ความเก่งเกิดจากอะไร" โดยทั่วไปแล้ว เราข้าใจว่าความเก่งในด้านใดด้านหนึ่งมักเกิดขึ้น เพราะ เราเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญ / รู้ลึก / รู้จริงในด้านใดด้านหนึ่งมากกว่าคนอื่น
ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้ว เราอาจต้องถามย้อนกลับไปว่า "การจะเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญ / รู้ลึก / รู้จริงในด้านใดด้านหนึ่งต้องทำอย่างไร"
จากประสบการณ์ของผม การที่เราจะมีความเชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ เกิดจากการเรามีประสบการณ์ลองผิด ลองถูก เข้าใจ (Understanding) สิ่งนั้นในหลาย ๆ มุมมอง สร้าง "ความเชื่อมโยงในระหว่างสิ่งนั้นได้ (Connect the dot)" จึงก่อให้เกิดเป็น "องค์ความรู้ (Knowledge)" ที่ครอบคลุม ส่งผลให้คนอื่นมองว่าเราเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ หรือเรียกได้ว่า เราเป็น "ผู้มีปัญญา (Wisdom)" นั่นเอง
เราจึงต้องถามย้อนกลับถามคำถามที่ลึกซึ้งกว่านั้นว่า "เราจะสร้างประสบการณ์และองค์ความรู้เหล่านั้นได้อย่างไร"
ส่วนตัวผมเชื่อว่าประสบการณ์และองค์ความรู้เกิดได้จาก 3 อย่าง
1.
ได้คนสอนที่ดีมีความเชี่ยวชาญ
2.
ได้แหล่งความรู้ที่ดีในการศึกษา
3.
ได้ลองถูกลองผิด เพื่อสร้างประสบการณ์และมุมมองที่เฉียบคม
[ กระบวนการสร้างองค์ความรู้ 3 อย่าง ]
1. ได้คนสอนที่ดีมีความเชี่ยวชาญ
- การได้คนสอนที่ดีเป็นอะไรที่สบายที่สุด เพราะ ถ้าเราได้คนสอนที่ดี เราจะไปไว รวมถึงสบายที่สุดด้วย เพราะมีคนป้อนความรู้เข้าปากให้ (เหนื่อยคนสอนแทน 😂)
อย่างไรก็ตาม อยากให้เข้าใจไว้ว่า "การได้คนสอนที่ดีที่สุด ก็เป็นการหวังพึ่งพาคนอื่นอยู่เหมือนกัน" ในโลกการศึกษาทั้งระดับมัธยมและมหาวิทยาลัย เราอาจไม่ต้องกังวลในข้อนี้มาก แต่พอเรากระโจนเข้าโลกการทำงานปุ๊ป การได้คนสอนที่ดีเริ่มเป็นสิ่งหายาก เพราะไม่ใช่ทุกคนจะสอนงานเป็น บางคนเก่งมาก แต่สอนไม่รู้เรื่องก็มีเยอะแยะ หรือบางคนเชี่ยวชาญสุด ๆ แต่ไม่มีจิตวิทยาการสอนคน เขาก็อาจไม่ใช่ผู้สอนที่ดี
ดังนั้นในโลกการทำงานจริง การได้คนสอนที่ดีเป็นอะไรที่หายาก แต่ถ้าได้แล้วจะประเสริฐสุด ๆ 😂
2. ได้แหล่งความรู้ที่ดีในการศึกษา
- วิธีนี้เป็นวิธีการที่ยั่งยืนที่สุด เรียกว่าช้าแต่ชัวร์ ไม่ต้องรอให้ผู้อื่นมาสอน แต่เหนื่อยตัวเราเองที่ต้องขยันขวนขวายหาความรู้
ในยุคปัจจุบัน เรามี AI ในการช่วยสืบค้นข้อมูล เราสามารถลองถามมันได้ว่า "ในสิ่งที่เราสนใจ หนังสือเล่มได้ควรอ่านมากที่สุด" โดยเราอาจจะบอกมันเพิ่มเติมว่า ต้องการหนังสือที่ดีที่สุดประจำศาสตร์นั้น ๆ ขอหนังสือที่อ่านไม่ยาก ใช้งานได้จริง เป็นหนังสือที่ได้รับการยกย่องประจำวงการนั้น ๆ เท่านี้เราก็หาแหล่งความรู้ที่ดีที่สุดได้แล้ว
หลังจากนั้นก็เป็นหน้าที่ของเราเองที่ต้องศึกษาอ่าน คิด พิจารณาไตร่ตรองในสิ่งที่หนังสือเขียน ซึ่งตรงนี้แหละสกิลภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะตั้งแต่ผมหาความรู้เกี่ยวกับหนังสือในด้านต่าง ๆ ผมมักพบว่า หนังสือดี ๆ ทั้งหลายล้วนถูกบันทึกเป็นภาษาอังกฤษ และเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องหาทางเข้าใจมัน ถ้าเราอยากได้ความรู้
นอกจากหนังสือแล้ว หากเป็นคอร์สเรียนของผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับศาสตร์ที่ซับซ้อนจากในแหล่งเรียนรู้อย่าง Coursera / Youtube ก็สื่อสารกันเป็นอังกฤษ ถ้าเราภาษาไม่ดีก็จะเสียเปรียบในการเข้าถึงองค์ความรู้ เพราะกำแพงทางภาษานี่แหละ
สำหรับในข้อนี้ ผมอยากบอกว่า
"การได้แหล่งความรู้ที่ดีผ่านการอ่านหนังสือเป็นเป็นเรื่องที่เรียบง่ายที่สุด แต่เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำไม่ได้มากที่สุด"
ทั้งนี้เพราะ เรามักจะชินกับระบบการศึกษาแบบภาคบังคับตั้งแต่ประถมถึงมหาวิทยาลัยที่มีผู้สอนเป็นหลักตั้งแต่ครูในโรงเรียนไปจนถึงอาจารย์ในมหาวิทยาลัยพอเราเข้าสู่โลกการทำงานปุ๊ป เราเลยคิดว่า โลกของการศึกษาจบไปตั้งแต่จบปี 4 แล้ว ทั้ง ๆ ที่ตอนเราจบการศึกษา นั่นเป็นแค่ก้าวแรกของชีวิตที่เราต้องยืนด้วยลำแข้งตัวเองด้วยซ้ำ นอกจากนี้สังคมไทยก็ไม่ได้มีวัฒนธรรมการอ่านที่เข้มแข็งมากนัก ทำให้เราไม่ชินกับการอ่านและการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) เสียเท่าไร
เชื่อผมเถอะว่า "การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking)" เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ความรู้ของเราเพิ่มขึ้นได้เรื่อย ๆ และการอ่านหนังสือหรือการศึกษาหาความรู้ผ่านช่องทางต่าง ๆ เป็นสิ่งจำเป็นที่จะช่วยให้เราเก่งขึ้นได้จริง ๆ
3. ได้ลองถูกลองผิด เพื่อสร้างประสบการณ์และมุมมองที่เฉียบคม
- เมื่อมีโอกาสได้ลองทำสิ่งต่าง ๆ แล้ว ลองคิดในหลายมุมว่า ถ้าเราทำแบบนี้จะเป็นอย่างไร ถ้าเราทำอีกสิ่งหนึ่งจะเป็นอย่างไร คิดและลองให้ครบทุกมุม เพื่อให้เรามีมุมมองที่รอบด้าน รวมถึงถ้าเราลองแล้วผิดพลาด ก็พยายามเรียนรู้สาเหตุของความผิดพลาด และคิดแนวทางการแก้ไขว่าเราจะทำให้ดีกว่าเดิมได้อย่างไร ฝึกแบบนี้บ่อย ๆ เดี่ยวความเชี่ยวชาญก็มาเอง
ทั้งหมดที่ผมเขียนมา 3 ข้อ รวมถึงมุมมองในการแสวงหาซึ่งความรู้ การสร้างความเข้าใจ ความเชื่อมโยงกันระหว่างองค์ความรู้ เพื่อก่อให้เกิดปัญญา
สำหรับผมกระบวนการนี้เป็นกระบวนการสำคัญที่ถ้าทำได้จะดีกับชีวิตเราเอง ทั้งยังเป็น "ความหมายของการศึกษาที่แท้จริง" อีกด้วย
พัฒนาตัวเอง
การศึกษา
การเรียนรู้
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
Education & Self Development
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย