เมื่อวาน เวลา 01:51 • ความคิดเห็น
โลกนี้ เป็นสถานที่ ที่ว่า กึ่งกลาง ที่จะให้ที่..จิตมาอาศัยกายพ่อแม่เป็นมนุษย์สุดประเสริฐ กายมนุษย์ก็เป็นสถานที่ ให้จิตอาศัย ที่ว่า มีสติปัญญา รู้จักดีชั่ว รู้จักพัฒนา จิตให้รู้จัก เรื่องราวขันธ์ห้า วิญญาณทั้งหก ที่จิตอาศัยได้ พัฒนาจิตไปจน รู้จัก เรียนรู้ จนรู้จัก จิตของตนเองที่เป็นนามธรรม สะสมเวรกรรม เก็บไว้ที่ ธาตุทั้งสี่ ที่จะไหลออกมาปรุงแต่งกาย ให้ต้องชดใช้เวรกรรม ตามนิสันดาน ดีชั่ว ได้ .แล้วก็ออกจากกายเดินทาง ไปอาศัย ตามนิสัยดาน ทีใช้กิริยากายวาจาใจไป สร้างกรรม ตามอารมณ์นิสัยสันดานที่เคยชิน
เรื่องกลางเวลา ที่เดิน มาจากอดีต จนถึงปัจจุบัน ก็มีจิต นานาจิต .นับเป็นอสงไขยจิตมาเกิดตาย อาศัยกายมนุษย์ มาจากสถานที่ต่าง ที่ว่า วัฏฏะเกิดตาย ขึ้นสวรรค์ มาเป็นมนุษย์ ลงนรก วนเวียน กันอยู่เช่นนี้
พอมาถึงยุคที่ สมัยต้นพุทธกาลจ้ตที่ดีๆ มาจากสวรรค์ชั้นฟ้า มาเกิดกันมา จิตมาจากนรกมีมาน้อย .พอมกาบเวลาเดินทางเดินมาถึง กึ่งพุทธกาล จิตมาจากนรก อยายภูมิ มากันมาก เค้านำ นิสัย สันดานร้อนๆ ติดมากับจ้ต คือ ธาตุทั้งสี่ มีอารมณปรุงแต่งมากมายก่ายกอง จ้ตที่เคยเก่งตกนรก ก็ได้มาเกิด พัฒ่าวัตถุ ชว่า ทำให้โลกเจริญวัตถุ เรื่องจิตใจศาสนา ก็ทิ้งเห็นว่า เป็นตัวขัดขวาง ความเจริญวัตถุ
เมื่อสถานที โลกนี้ .เค้าให้อาศัย ให้เกิดมา ทำสิ่งที่เป็นคุณแก่จิต เมื่อจิตมาจากนรก ไม่สนใจแก้ไขจิตวิปริตของตน ให้เรียนรู้ ว่า ทำต้องมาอาศัยกายพ่อแม่เป็นมนุษย์ รู้จักคุณค่า คำว่าพระคุณ พ่อแม่ ไม่ได้ ก็ถึงวลา ที่ว่า ต้องเก็บจิต กลับไปที่เก่าที่เป็นเรื่องรา ที่ว่า เก็ยด้วยคำว่า มหาธาตุดินน้ำลมไฟ ที่เคลื่อนไหว รุนแรงขึ้น กายมนุษย์ก็ต้องเดือดร้อน เมื่ออยู่ในเส้นทาง ที่มหาธาตุเคลื่อนไหว
ถึงเวลา อันสมควร โลกเค้าก็มีช่วนกันส่งเสริม ให้เกิดวิกฤติ เก็บจิตมนุษย์ ที่มีเรื่องราวว่า บ้านไม่มีคนอยู่ ข้าวมี แต่ไม่มีคนกินข้าว .หมายถึง ว่า จิตที่จะมาเกิดได้กายมนุษย์ จะลดน้อยถอยลงไป เรื่อยๆ ไปถึง นุุคพระศรี . นานๆ จะเดิน้จอมนุษย์สักคน .
เป็นมนุษย์รู้จักดีชั่วได้ พูดดีชั่วได้ .แต่ทำมั้ยถึง ทำขั่ว ..ด้วยอารมณ์นึกคิด ทีปรุงแต่บสถานที่ให้จิตอาศัย .มีเสัยงอารมณ์นึกติด ต่างเกิดขึ้น .อยากร่ำรวย มันไม่ได้ลอยมา นี่น่ะ ก็ต้องหา บางก็คดโกง เอารัดเอาเปรียบ รีดไถ เสาะแสวงหากำไร มาบำรุงแค่กาย กินแล้วก็ถ่ายทิ้งไป
แหม .แล้วจะกิน จะต้องอย่างนั้นอย่างนี้ วุ่นวาย . ที่ว่าดีๆเอร็ดอร่อย .โอ้ย .สาระพัดเหตุผล .เอามาหนุนนำ กินแล้ว ของดี .น่าจะเก็บนาน . แหม .ไปถ่ายทิ้งเสียได้ . ที่ว่า บำรุงบำเรอกาย มองไปมองมา กายนี้ เหมือนกองขยะ มีแต่ของเสีย น้ำเลือดน้ำหนอง .ยังมีพยาธิมากมายก่ายกอง .มองเพียงรูปข้างนอก น่าดูน่าชม ถลกลอกหนัวออกไป เลือดโทรมกาย .ไม่น่าดู .ต้องเบือนหน้าหนี . เอ. ในตัวตนกายเราก็มี .เหมือนกันเลย เกิดมาแล้ว ตายแน่นอน แล้วจิตเราได้อะไรไป
..เมื่อถึงคราวต้องจสกกายนี้ไ จิตพัฒนา นิสัยสันดาน .ได้คะแนน บวกลบ เป็นเช่นไร ดินฟ้าอากาศ ที่เป็น ธรรมขาติ ที่มีรองรับ สถานทีต่าง นรก สวรรค์ชั้นฟ้า ก็จะนำพา ดูดจิตให้ไปอาศัย ตามสมควร .ที่สะสม ในการใช้ การวาจาใจ . ที่ว่า ดีหรือชั่ว .เป็นผู้ใช้เอง .ก็ต้องรับผิดชอบ .สิ่งทำ .
บางครั้ง โอ้ย .รันทด ชีวิตนี้ ยากจนลำบาก .ร่างกายไม่สมประกอบ. ใครทำให้ . นั่น เค้าเรียก ว่า บุญกรรม ควงกันมากับจิตตั้งแต่เกิด .. ต้องชดใช้กรรม . อาศัยอยู่ในกายกรรม .บางก็ได้ไม่ครบ บ้างก็ครบ อยู่นานไป ก็ค่อยๆ ขาดไป ไม่ครบสามสิบสอง ไปจนที่ว่า ขาดสติและปัญญาที่มาอาศัยกายมนุษย์ทั้งที พัฒนาขึ้นมาไม่ได้เลย
ไปงานทำบุญ ที่บ้านหลังหนึ่ง ทีมีคนพี่การ เป็นง่อยเปลี้ย เค้าให้อยู่ใต้ถุนบ้าน เมื่อทำบุญ เค้่าไปอุ้มขึ้นมาบนบ้าน ผัดหน้าปะแป้ง .เนื้อตัวสะอาดสะอ้าน .. เมื่อพระ ให้พร .เค้าก็ส่งเสียง ร้อง ครวญคราง .
พอพระให้พรเสร็จ ท่านก็เปรยว่า ..ดูๆ ก็น่าสงสาร .มองดูลึกๆๆ น่าสมน้ำหน้า . ชาติก่อน ทำกับพ่อแม่ที่ให้ธาตุนะโม ให้ทุกข์ทรมาน ยิ่งกว่านี้ . ชาตินี้ ก็ได้กายที่อารมณ์ พิกลมาตั้งแต่เกิด. ผิดธรรมชาติ มนุษย์ ครบอาการสามสิบสอง . นี่เค้าเกิดมา .ได้ม่าไม่ครบ ตามกฎเกณฑ์ ธรรมชาติของผู้ที่มีกรรม สะสมกันเอง
ใครอยรก ได้กายกรรมแบบนี้ ก็ไม่ต้องไปนึกถึงพระคุณพ่อแม่ที่ให้กายมาอยู่อาศัย สั๖ว์อื่นมันก็ไม่รู้จักพระคุณพ่แม่เหมือนกัน เป็นธรรมชาติ รูปของกรรมที่จิตไปอาศัย หากินตามสัญชาตญาณของรูป ที่อาศัย รู้จักพระคุณ่อแม่ไม่ไดีเลย ที่ว่า ดีชั่ว สีตว์ม้นใช้กายมาทำความดีอะไรไม่ได้เลย
โฆษณา