Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
พงศาวดารวันพรุ่ง (The Tomorrow Chronicles)
•
ติดตาม
21 ต.ค. เวลา 10:26 • ประวัติศาสตร์
เทศบาลนครหาดใหญ่
ตอนที่ 122 คำประกาศกร้าวของผู้พิชิต: "สู่การจุดชนวนสงคราม และครูเสดที่แท้งก่อนคลอด" (ค.ศ. 1463 – 1464)
.
🟥ท่ามกลางสงครามขยายอำนาจของสุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 นอกเหนือจากการปะทะกับมหาอำนาจอย่างเวนิสหรือการปราบปรามแคว้นต่างๆ ในอนาโตเลียแล้ว อีกหนึ่งเป้าหมายยุทธศาสตร์สำคัญที่สุลต่านทรงหมายตาไว้คือ "เกาะเลสบอส" (Lesbos / Mytilene) เกาะสวรรค์ในทะเลอีเจียนที่ขึ้นชื่อเรื่องความมั่งคั่งและชัยภูมิทางการค้า
🟥แต่การยึดครองเกาะเลสบอสในปี ค.ศ. 1462 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การขยายอาณาเขตธรรมดา แต่มันคือปฏิบัติการทหารที่สะท้อนถึงความเด็ดขาด และส่ง "สาส์นแห่งความกลัว" ไปยังโลกคริสเตียนอย่างเป็นทางการ
🟪1.1 เพชรเม็ดงามแห่งทะเลอีเจียน และตระกูลจูนิเนส
🔹ในเวลานั้น เกาะเลสบอสและเมืองท่ามิไทลีน (Mytilene) อยู่ภายใต้การปกครองของตระกูล จูนิเนส (Gattilusi) ซึ่งเป็นตระกูลขุนนางชาวเจนัวที่เข้ามาตั้งรกรากและผูกขาดการค้าในทะเลอีเจียนมานานหลายชั่วอายุคน
🔹แม้พวกเขาจะยอมจ่ายส่วยให้ออตโตมันเพื่อความอยู่รอดแต่เกาะเลสบอสก็ยังเป็นแหล่งพักพิงและฐานสนับสนุนที่สำคัญของโจรสลัดคริสเตียนที่คอยปล้นสะดมเรือสินค้าของมุสลิม เมื่อสุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 ทรงต้องการปิดช่องโหว่ด้านความมั่นคงและกวาดล้างอิทธิพลของชาวเจนัวและเวนิสในทะเลอีเจียนเลสบอสจึงกลายเป็นเป้าหมายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
🟪1.2 ยกพลขึ้นบกและปิดล้อม (กันยายน ค.ศ. 1462)
🔸ในเดือนกันยายน ค.ศ. 1462 เมห์เหม็ดที่ 2 นำกองเรือรบขนาดมหึมาและกองทัพบกบุกประชิดเกาะเลสบอสอย่างรวดเร็ว
🔸กองทัพออตโตมันยกพลขึ้นบกและล้อมเมืองมิไทลีน (Mytilene) เมืองหลวงของเกาะพร้อมทั้งระดมยิงปืนใหญ่ขนาดยักษ์ถล่มกำแพงเมืองพวกเจนัวอย่างไม่ยั้ง
🔸นิกโกโล กัตติลูซิ (Niccolò Gattilusi) เจ้าผู้ครองเกาะในขณะนั้นพยายามระดมกำลังทหารและชาวเมืองต่อสู้อย่างเต็มที่โดยมีความหวังลมๆ แล้งๆ ว่ากองเรือจากสาธารณรัฐเจนัวหรือเวนิสจะส่งกองเรือมาช่วยแต่ด้วยความล่าช้าทำให้ความช่วยเหลือมาไม่ถึง
🔸หลังจากการต่อสู้อย่างดุเดือดนานร่วมเดือนกำแพงเมืองหลักพังทลายลง และทหารออตโตมันทะลักเข้าสู่ตัวเมือง นิกโกโล กัตติลูซิ ตระหนักดีว่าหากสู้ต่อคงมีแต่ความตาย จึงตัดสินใจส่งทูตไปเจรจา "ยอมจำนน"
นิกโกโลตกลงที่จะมอบเกาะทั้งหมดให้แก่ออตโตมันโดยมีเงื่อนไขสำคัญที่ขอร้องสุลต่านเมห์เหม็ดไว้ว่าขอให้ชีวิตของประชาชนชาวเลสบอสและตัวเขาปลอดภัยสุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 ทรงรับข้อเสนอและ "ให้สัญญา" ว่าจะไว้ชีวิตผู้คน แต่เช่นเดียวกับโศกนาฏกรรมหลายๆ ครั้งในรัชสมัยของพระองค์คำสัญญาของสุลต่านมีช่องโหว่สำหรับข้ออ้างเสมอ:
🔸เกาะเลสบอสถูกยึดครองอย่างสมบูรณ์ทรัพย์สินมีค่าทั้งหมดถูกยึดเข้าท้องคลังชาวเมืองนับพันคนถูกกวาดต้อนไปเป็นทาส มีบันทึกระบุว่าเมห์เหม็ดที่ 2 ทรงใช้มาตรการที่เฉียบขาดและโหดเหี้ยมในการลงโทษผู้ต่อต้านบนเกาะ เพื่อไม่ให้เมืองท่าอื่นๆ กล้าคิดกระด้างกระเดื่องอีก
🔸ส่วนตัวของ นิกโกโล กัตติลูซิ แม้จะรอดจากการประหารชีวิตในสนามรบแต่ต่อมาเขาถูกจับข้อหาสมรู้ร่วมคิดและถูกส่งตัวไปปลิดชีพแบบเงียบๆที่กรุงอิสตันบูลในไม่กี่เดือนถัดมา
การยึดเกาะเลสบอสส่งผลกระทบสะเทือนไปทั่วทั้งภูมิภาค:
🟧1.3 เลสบอส: สัญญาณเตือนภัยที่ยุโรปมองข้าม (แต่สันตะปาปาตื่นกลัว)
🔹การที่สุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 บุกยึดเกาะเลสบอสและกวาดล้างตระกูลเจนัวในปี ค.ศ. 1462 ไม่ใช่แค่การขยายดินแดนธรรมดาแต่มันคือการประกาศกร้าวว่า "ไม่มีดินแดนคริสเตียนแห่งใดในทะเลอีเจียนที่จะปลอดภัยอีกต่อไป"
🔹ข่าวการแตกพ่ายของเลสบอส พร้อมกับภาพความโหดร้ายและการกวาดล้างเชลยศึก ได้สร้างความตื่นตระหนกไปถึงกรุงโรม ทำให้ สมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 2 ทรงตระหนักอย่างชัดเจนว่าหากปล่อยให้เมห์เหม็ดที่ 2 ย่ามใจต่อไปพิชิตทีละเกาะทีละเมือง ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทั้งหมดจะกลายเป็นของออตโตมันและทวีปยุโรปจะตกอยู่ในอันตรายขั้นวิกฤต
🔹ดังนั้นเมื่อสาธารณรัฐเวนิสและจักรวรรดิออตโตมันเปิดฉากทำสงครามกันอย่างเป็นทางการใน "มหาสงคราม 16 ปี" (ค.ศ. 1463 – 1479) ความขัดแย้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การปะทะกันของสองรัฐคู่สงครามในทะเลเท่านั้น แต่มันได้กลายเป็นวิกฤตการณ์ระดับทวีปที่ดึงเอาสถาบันศาสนาสูงสุดและมหาอำนาจคริสเตียนเข้ามาพัวพัน จนนำไปสู่ความพยายามครั้งใหญ่ในการประกาศ "สงครามครูเสด"
🟨 2. ลุกลามเป็นเพลิงผลาญ และแล้วในปี 1463 ชนวนเหตุมหาสงครามก็ถูกจุด
🟨2.1 จุดเริ่มต้น: เมื่อทาสของข้าหลวงออตโตมันหนีเข้าเขตเวนิส
🔸เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1462 ในดินแดนกรีซที่เพิ่งถูกออตโตมันผนวก
🔸มีทาสชาวแอลเบเนียคนหนึ่ง ซึ่งรับใช้และเป็นกรรมสิทธิ์ของ "คูชุลเลอร์ เบย์" (Küçüller Bey) ข้าหลวงหรือผู้ว่าการทหารของออตโตมันประจำกรุงเอเธนส์ เกิดก่อเหตุขโมยเงินจำนวนหนึ่งและทรัพย์สินมีค่าของเจ้านาย
🔸ทาสคนดังกล่าวฉวยโอกาสหลบหนีจากการตามล่า ข้ามพรมแดนไปขอกลบดานและขอความคุ้มครองอยู่ใน ป้อมอาร์กอส (Argos) เมืองป้อมปราการสำคัญในคาบสมุทรเพโลพอนนีส ซึ่งในขณะนั้นอยู่ภายใต้การปกครองของสาธารณรัฐเวนิส
🟨2.2 การปฏิเสธที่ท้าทายอำนาจของผู้พิชิต
🔹เมื่อข้าหลวงออตโตมันประจำเอเธนส์รู้ว่าทรัพย์สินและทาสของตนอยู่ที่ไหน จึงส่งสารอย่างเป็นทางการไปยังเจ้าเมืองเวนิสประจำอาร์กอส เพื่อขอให้ "ส่งตัวทาสหนีคดีและทรัพย์สินคืน" ตามกฎหมายและการทูตระหว่างพรมแดนในยุคนั้น
🔹แต่ทว่าทางการเวนิสกลับปฏิเสธคำขอดังกล่าวอย่างเย่อหยิ่งด้วยเหตุผลหลายประการ:
- เวนิสในขณะนั้นยังมั่นใจในอำนาจทางทะเลและเครือข่ายของตน และมองว่าการยอมทำตามคำสั่งของข้าหลวงออตโตมันเท่ากับการลดเกียรติของสาธารณรัฐ
- เจ้าหน้าที่เวนิสอ้างขั้นตอนทางกฎหมาย หรืออาจแกล้งทำเป็นเพิกเฉยเพื่อดึงเวลา
- การปฏิเสธครั้งนี้สร้างความโกรธแค้นอย่างรุนแรงให้กับข้าหลวงออตโตมัน เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องทาสหนี แต่เป็นการ "หยามเกียรติและท้าทายอำนาจ" ของจักรวรรดิออตโตมันโดยตรง
🔹เมื่อเรื่องนี้ทราบไปถึงหูของ สุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 พระองค์ตระหนักทันทีว่านี้คือ"ข้ออ้างอันสมบูรณ์แบบ"ในการเปิดศึกกับเวนิสอย่างชอบธรรม พระองค์จึงไม่รอช้าออกคำสั่งให้กองทัพออตโตมันเคลื่อนพลเข้าประชิดและ บุกเข้ายึดป้อมอาร์กอส (Argos) ของเวนิสทันทีในปี ค.ศ. 1463
🔹การที่ออตโตมันส่งกองทัพเข้ายึดป้อมอาร์กอสด้วยกำลังทหารถือเป็นการล้ำเส้นที่เวนิสไม่อาจยอมรับได้เช่นกันสาธารณรัฐเวนิสตอบโต้ด้วยการประกาศสงครามกับจักรวรรดิออตโตมันอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1463
🔹เวนิสรีบส่งกองทัพเรือและทหารมารุกกลับเพื่อทวงคืนป้อมอาร์กอสและดินแดนรอบข้าง แต่สายเกินไปเสียแล้ว เพราะสุลต่านสั่งให้กองทัพออตโตมันปักหลักและเสริมความแข็งแกร่งให้ป้อมแห่งนั้นเรียบร้อย
🟩3. จากความขัดแย้งชายแดน สู่สงครามระดับมหภาค
🔸แม้จุดเริ่มต้นเล็กๆ ของสงครามจะมาจากข้อพิพาทเรื่องทาสหลบหนีในกรุงเอเธนส์และการแย่งชิงป้อมอาร์กอสในปี ค.ศ. 1462-1463 แต่เวนิสรู้ดีว่าลำพังกำลังของสาธารณรัฐไม่เพียงพอที่จะต้านทานกองทัพมหาศาลของสุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 ได้เพียงลำพัง
🔸เวนิสจึงเดินเกมการทูตเชิงรุกด้วยการวิ่งเข้าหา "พระสันตะปาปาปิอุสที่ 2" (Pope Pius II) ผู้นำสูงสุดแห่งศาสนาจักรคาทอลิกเพื่อโน้มน้าวให้พระองค์มองเห็นภัยคุกคามจากออตโตมันที่กำลังจะกลืนกินยุโรปคริสเตียนทั้งหมด เวนิสไม่ได้ต้องการแค่พันธมิตรทางทหาร แต่ต้องการให้พระสันตะปาปาทรงประกาศ "สงครามครูเสดครั้งใหม่" เพื่อระดมกำลังจากทุกอาณาจักรในยุโรปมารุมสกรัมออตโตมันพร้อมกัน
🟩3.1 ความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของสมเด็จพระสันตะปาปาปิอุสที่ 2
พระสันตะปาปาปิอุสที่ 2 ทรงตอบรับคำขอของเวนิสอย่างกระตือรือร้น พระองค์ทรงเป็นหนึ่งในพระสันตะปาปาที่ไม่กี่พระองค์ที่ตระหนักถึงหายนะหลังจากการล่มสลายของคอนสแตนติโนเปิลอย่างแท้จริง
🔹พระองค์ทรงออกสาส์นประกาศสงครามครูเสดอย่างเป็นทางการ โดยทรงขอร้อง ปลุกระดม และคาดคั้นให้กษัตริย์และเจ้าผู้ครองแคว้นต่างๆ ทั่วยุโรปส่งกองทัพมาร่วมรบ
🔹เพื่อแสดงความจริงจังและปลุกขวัญกำลังใจ พระสันตะปาปาปิอุสที่ 2 แม้จะมีพระชนมายุมากและทรงพระประชวรเรื้อรัง ก็ทรงประกาศว่า พระองค์จะเสด็จไปนำทัพครูเสดด้วยพระองค์เอง โดยจะทรงไปประทับอยู่ที่เมืองท่าอันโกนา (Ancona) ของอิตาลี เพื่อรอคอยกองทัพเรือและกองทหารจากเวนิสและชาติพันธมิตร
🟩3.2 ความจริงอันโหดร้าย: เมื่อยุโรปปฏิเสธสงครามครูเสด
🔸ทว่าความฝันของพระสันตะปาปาปิอุสที่ 2 ที่จะรวมพลังคริสต์โลกต้องพบกับความจริงอันเย็นชาและเห็นแก่ตัวของการเมืองยุโรปยุคกลาง
🔸กษัตริย์และเจ้าผู้ครองแคว้นส่วนใหญ่ในยุโรป (เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี และอังกฤษ) ต่างนิ่งเฉยและปฏิเสธที่จะส่งทหารเข้าร่วม พวกเขามัวแต่สนใจทำสงครามแย่งชิงอำนาจกันเองภายในทวีปมากกว่าจะสนใจภัยคุกคามจากอิสลามทางตะวันออก
▪️อังกฤษและฝรั่งเศส: เพิ่งผ่านพ้นหรือยังติดพันกับปัญหาภายใน (เช่น สงครามดอกกุหลาบในอังกฤษ และการฟื้นฟูหลังสงครามร้อยปีในฝรั่งเศส) ไม่มีกษัตริย์องค์ไหนว่างพอจะส่งกองทัพข้ามทวีปไปรบ
▪️จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (เยอรมนี): แตกย่อยเป็นแคว้นเล็กแคว้นน้อยนับร้อยแคว้น จักรพรรดิฟรีดริชที่ 3 (Frederick III) ทรงพระองค์อ่อนแอและไม่มีอำนาจเบ็ดเสร็จพอที่จะสั่งเกณฑ์กองทัพจากเจ้าชายเยอรมันมารวมกันได้
▪️ฮังการีและโปแลนด์: แม้จะเป็นด่านหน้าที่ต้องเผชิญหน้ากับออตโตมันโดยตรง แต่มัทธิอัส คอร์วินุสจ้องแต่จะล่อ จักรพรรดิฟรีดริชที่ 3 เพื่อความมั่นคงในบังลัก์ทำให้เกิภาวะระแวงกันเองและทำสงครามแย่งชิงดินแดนกันในยุโรปตะวันออก
🟩ตัวละครหลักที่วิ่งโร่ไปขอให้พระสันตะปาปาประกาศสงครามครูเสดคือ สาธารณรัฐเวนิส แต่ในความเป็นจริง เวนิสไม่ได้ต้องการ "สงครามศาสนา" เพื่อกอบกู้แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ เวนิสต้องการ "กองทัพรับจ้างฟรีๆ" มาช่วยปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าและเกาะแก่งของตนเองในทะเลอีเจียนต่างหาก
🟩เมื่อเวนิสพบว่าการเข้าร่วมสงครามครูเสดอาจทำให้ตนต้องเสียค่าใช้จ่ายมหาศาล หรืออาจกระทบต่อเส้นทางการค้าที่ยังแอบค้าขายกับออตโตมันอยู่บ้าง เวนิสจึงเริ่ม "ซื้อเวลาและผิดนัด"
🟩กองเรือที่เวนิสสัญญาว่าจะจัดเตรียมไว้มารับพระสันตะปาปาที่เมืองอันโกนา จึงมาไม่ถึงตามกำหนด เพราะพวกเขามัวแต่ลังเลและคำนวณความคุ้มค่าทางธุรกิจ
🟫4. จุดจบที่ไร้เสียงปืนและกลองศึก: "สงครามครูเสดที่แท้งก่อนคลอด"
ในฤดูร้อน ปี ค.ศ. 1464 พระสันตะปาปาปิอุสที่ 2 ที่ทรงพระประชวรหนักและร่างกายโรยราอย่างยิ่ง ได้เสด็จมาถึงเมืองท่าอันโกนาด้วยความหวังว่ากองทัพครูเสดจะมารวมตัวกันตามนัด
🔹สิ่งที่พระองค์ทอดพระเนตรเห็นจากหน้าต่างที่ประทับคือ ชายหาดที่ว่างเปล่า มีเพียงทหารอาสาสมัครกลุ่มเล็กๆ ที่ยากจนและไร้อาวุธมานั่งรออย่างไร้จุดหมาย ไร้เงากองทัพอันเกรียงไกร ไร้เงากองเรือของเวนิส
🔹ด้วยความตรอมใจ ความเหนื่อยอ่อน และความผิดหวังอย่างรุนแรง พระสันตะปาปาปิอุสที่ 2 ทรงสิ้นพระชนม์ลงที่เมืองอันโกนากรณีนั้นเอง ในวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 1464
🔹ทันทีที่สิ้นพระสันตะปาปากองทัพครูเสดที่ยังไม่ทันได้จัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการก็ "สลายตัวทันที" ไม่มีแม้แต่การเดินทัพออกเดินทาง ไม่มีการปะทะกับศัตรู
🚩บทสรุป: ท่าดีทีเหลว คริสต์จักรในวันที่เสื่อมอำนาจ
🟧สงครามครูเสดในปี 1463–1464 จึงล้มเหลวเพราะมันถูกขับเคลื่อนด้วยความหวาดกลัวที่มาช้าเกินไปขาดความสามัคคี และเต็มไปด้วยการเล่นเกมการเมือง ผลลัพธ์คือ เมื่อพระสันตะปาปาปิอุสที่ 2 เสด็จไปรอที่เมืองอันโกนาด้วยความหวัง
🟧พระองค์จึงพบกับความว่างเปล่าและความเห็นแก่ตัวของโลกคริสเตียน จนตรอมใจสิ้นพระชนม์ และทำให้ความพยายามครั้งสุดท้ายที่จะรวมพลังยุโรปต่อต้านออตโตมันต้องพังทลายลงอย่างง่ายดายเหตุการณ์นี้ทำให้สาธารณรัฐเวนิสต้องโดดเดี่ยวและจำใจแบกรับมหาสงคราม 16 ปีกับจักรวรรดิออตโตมันด้วยลำแข้งของตนเองอย่างยาวนาน
ตอนที่ 123 ศึกยืดเยื้อบนเกลียวคลื่น 1465-1469: ยุทธนาวี ป้อมปืนใหญ่ชายฝั่ง และเครือข่ายข่าวกรอง
แนวคิด
เรื่องเล่า
ประวัติศาสตร์
บันทึก
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
Ottoman Empire: The Great Fatih
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย