Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
พงศาวดารวันพรุ่ง (The Tomorrow Chronicles)
•
ติดตาม
22 ต.ค. เวลา 08:55 • ประวัติศาสตร์
เทศบาลนครหาดใหญ่
ตอนที่ 123 ศึกยืดเยื้อบนเกลียวคลื่น 1465-1469: ยุทธนาวี ป้อมปืนใหญ่ชายฝั่ง และเครือข่ายข่าวกรอง:
🟥สงครามออตโตมันและเวนิสกินพื้นที่รบทางบกและทะเลในคาบสมุทรบอลข่านช่วงปี ค.ศ. 1465 ถึง 1469 มหาสงครามระหว่างออตโตมันและเวนิสทางทะเลกำลังดำเนินไปอย่างดุเดือด
🟥นี่เป็นช่วงเวลาแห่งการทดสอบความอึดและกลยุทธ์ที่ถึงพริกถึงขิงที่สุด โดยมีสองจุดศูนย์กลางความขัดแย้งที่ดึงดูดสายตาของคนทั้งยุโรป นั่นคือ สงครามเรือรบและเกาะแก่งในทะเลอีเจียน กับ ปาฏิหาริย์การตั้งรับอย่างเข้มแข็ง ของ "สแกนเดอร์เบก" ในขุนเขาแอลเบเนีย
🟪 ศึกยืดเยื้อบนเกลียวคลื่น: เมื่อทะเลอีเจียนกลายเป็นสมรภูมิเลือด
หลังจากการเสียเกาะเลสบอสและการประกาศสงครามอย่างเป็นทางการ สาธารณรัฐเวนิสและจักรวรรดิออตโตมันต่างต้องปรับเปลี่ยนยุทธวิธีทางทะเลครั้งใหญ่
🟨1. ฝ่ายเวนิส
🔸เวนิสมีเทคโนโลยีการต่อเรือที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกในเวลานั้น กะลาสีและทหารเรือของพวกเขามีประสบการณ์โชกโชนในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แต่อุปสรรคใหญ่คือ พวกเขามี "กำลังพลมีจำกัด" เวนิสเป็นสาธารณรัฐพ่อค้าการสูญเสียเรือรบหรือทหารเรือมากประสบการณ์แต่ละลำหมายถึงต้นทุนที่มหาศาลและหาทดแทนได้ยาก
🔸เมื่อฝั่งเวนิสรู้ดีว่าพวกเขาไม่สามารถส่งกองเรือขนาดใหญ่ไปปะทะกับกองเรือออตโตมันแบบตรงๆ เนื่องจากต้องอาศัยฐานทัพสนับสนุนและดูดกลืนงบประมาณและทรัพยากรอย่างมหาศาล พวกเขาจึงหันมาใช้ยุทธวิธีส่ง "เรือรบเบาและเรือเร็ว" (Galley) ออกปล้นสะดมเส้นทางลำเลียงของออตโตมัน และโจมตีท่าเรือชายฝั่งทะเลอีเจียนแบบกองโจร
🔸เวนิสจะใช้ความคล่องตัวของเรือรบขนาดเล็กและเรือเร็ว คอยซุ่มโจมตีเรือลำเลียงเสบียงและเรือขนส่งอาวุธของออตโตมันที่แล่นไปตามเกาะต่างๆ ในทะเลอีเจียน
🔸 ยุทธวิธีทุบแล้วหนี (Hit-and-Run): กองเรือเวนิสภายใต้การนำของแม่ทัพเรือหลายคน (เช่น นิโคโล กานัล) จะแอบแล่นเรือเข้ามาโจมตีท่าเรือชายฝั่งที่ออตโตมันยึดไว้ เผาอาคารคลังสินค้า เผาเรือรบที่กำลังจอดเทียบท่าแล้วรีบถอยร่นกลับเข้าฐานที่มั่นในเกาะครีตหรือเวนิสอย่างรวดเร็ว สร้างความปั่นป่วนให้ออตโตมันจนตั้งรับไม่ทัน
🟩2. ฝ่ายออตโตมัน
🟩2.1 เปลี่ยนพลังเศรษฐกิจให้กลายเป็นรูปธรรม
🔹สุลต่านเมห์เหม็ดที่ 2 ทรงตระหนักดีว่าจุดอ่อนของออตโตมันคือการขาดประสบการณ์ทางทะเล พระองค์จึงทุ่มงบประมาณและทรัพยากรเร่งต่อเรือรบจำนวนมหาศาล และว่าจ้างกะลาสีรวมถึงวิศวกรชาวกรีกและอิตาลีเข้ามาเสริมทัพเรือเพื่อเปลี่ยนกองเรือออตโตมันให้กลายเป็น "กองเรือจักรวรรดิทางทะเล"
🔹ในระยะแรก กองเรือออตโตมันส่วนใหญ่เป็นเรือสำเภาขนส่งขนาดใหญ่หรือเรือกัลเลย์หนัก ซึ่งอุ้ยอ้ายและไม่เหมาะกับการไล่จับเรือเร็วของเวนิส
เพื่อปรับตัวให้เข้ากับยุทธวิธีอีกฝั่ง
🔹ออตโตมันจึงสั่งต่อและระดมเรือรบขนาดเล็ก คล่องตัวสูง และเน้นจ่ายฝีพายฝีมือดี (คล้ายกับเรือของเวนิส) ขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อทำหน้าที่เป็น "หน่วยไล่ล่า" คอยลาดตระเวนและดักสกัดเรือกองโจรของเวนิสโดยเฉพาะไม่ให้พวกมันเข้ามาลอยนวลเผาจุดยุทธศาสตร์เมืองท่าได้ง่ายๆ
🟩2.2 เปลี่ยนเมืองท่าการค้าให้เป็น "ป้อมปืนใหญ่ชายฝั่ง"
🔸เนื่องจากเวนิสชอบใช้กลยุทธ์ "ตีแล้วหนี" เข้ามาเผาคลังเสบียงหรือท่าเรือริมทะเล แล้วรีบถอยเรือหนี ออตโตมันจึงแก้เกมด้วยการ "เปลี่ยนชายฝั่งให้กลายเป็นรังปืน"
🔸ออตโตมันนำปืนใหญ่ขนาดยักษ์มาติดตั้งบนป้อมปราการหินริมชายฝั่งและหัวเมืองท่าสำคัญต่างๆ ในทะเลอีเจียนเมื่อเรือกองโจรของเวนิสแล่นเข้ามาใกล้เพื่อจะโจมตี ก็จะถูกต้อนรับด้วยกระสุนปืนใหญ่หนักจากบนฝั่ง ทำให้เวนิสไม่สามารถเข้ามาจู่โจมแบบลอยนวลได้อีกต่อไป เพราะความเสี่ยงที่เรือจะถูกยิงพังเสียหายมีสูงขึ้นมาก
🟩2.3 ยุทธศาสตร์ "ปิดล้อมและยึดฐานที่มั่น"
แม้จะเป็นกองเรือโจรแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีรังพักพิงเวนิสเองก็ต้องอาศัยเกาะเล็กเกาะน้อยหรือป้อมชายฝั่งในการหลบภัย ซ่อมแซมเรือ และพักเติมเสบียง
🔹ออตโตมันจึงใช้ยุทธศาสตร์ "ถอนรากถอนโคนฐานทัพกองโจร" โดยการส่งกองทัพบกและกองเรือไปปิดล้อมและตีหักหาญเกาะแก่งที่เป็นจุดพักของเวนิสทีละเกาะ
🔹เมื่อเวนิสไม่มีเกาะหรือท่าเรือใกล้เคียงให้แอบซ่อน เรือกองโจรเหล่านี้ก็ไม่มีน้ำหรือเสบียงพอที่จะปฏิบัต ภารกิจในทะเลเปิดเป็นเวลานานได้ ทำให้รัศมีการปฏิบัติการของเวนิสแคบลงเรื่อยๆ
🟩2.4 การใช้เครือข่ายสายลับและการดักซุ่มโจมตี
🔸ออตโตมันอาศัยความได้เปรียบเรื่องการกุมพื้นที่แผ่นดินใหญ่และเกาะส่วนใหญ่ในภูมิภาค โดยการใช้เครือข่ายสายลับและประชาชนท้องถิ่นคอยเป็นหูเป็นตา
🔸ทันทีที่สายลับรายงานว่ากองเรือเร็วของเวนิสออกจากฐานทัพเพื่อเตรียมปฏิบัติการปล้นสะดม ออตโตมันจะใช้วิธีซ่อนเรือรบไว้ตามอ่าวลับหรือเกาะที่รกร้าง รอให้เรือเวนิสแล่นเข้ามาติดกับแล้วจึงปิดล้อมตลบหลังการดักซุ่มโจมตีนี้ทำให้เวนิสเสียเรือเร็วและกะลาสีฝีดีไปจำนวนไม่น้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่เวนิสหาทดแทนได้ยากกว่าออตโตมันมา
🟩2.5 ความโหดร้ายบนเกลียวคลื่น: การทรมานและการสังหารหมู่เชลย
เนื่องจากสงครามกินเวลายืดเยื้อและเต็มไปด้วยความเคียดแค้น กฎเกณฑ์การปฏิบัติกับเชลยศึกทางเรือจึงโหดร้ายมาก
🔹ทหารเรือหรือกะลาสีที่ถูกจับได้จากการรบทางเรือ มักจะไม่ค่อยรอดชีวิต ฝ่ายออตโตมันมักจะประหารชีวิตเชลยชาวเวนิสเพื่อตัดกำลังใจ หรือบังคับให้เชลยบางส่วนกลายมาเป็นฝีพายเรือให้ฝ่ายตน
🔹มีการบันทึกเหตุการณ์ที่กองเรือเวนิสสามารถตีชิงเรือรบออตโตมันได้ พวกเขาก็จะทำการสังหารหมู่ทหารออตโตมันบนเรือทิ้งทั้งหมดเช่นกัน ทะเลอีเจียนในช่วงนั้นจึงเต็มไปด้วยซากเรืออัปปางและคราบเลือดของทหารทั้งสองฝ่าย
🚩บทสรุป -> ผลาญทรัพยากร ทดสอบความอึด
🟥 สภาพที่กินกันไม่ลง พิสูจน์ให้เห็นว่าออตโตมันไม่ได้เก่งกาจแค่การรบภาคพื้นดินอีกต่อไปแล้ว ลืมภาพความอัปยศสมัยเมห์เหม็ดที่ 1ไปได้เลย
🟥 เมห์เหม็ดที่ 2 ทรงสร้าง "กองทัพเรือจักรวรรดิ" ขึ้นมาเพื่อบีบหัวใจเศรษฐกิจของเวนิสทีละน้อย จนกระทั่งนำไปสู่จุดแตกหักครั้งใหญ่ในยุทธการชิงเกาะเนโกรปอนเตที่สั่นสะเทือนไปทั่วยุโรปในเวลาต่อมา
🟥 แต่ก่อนจะถึงเวลานั้นเราลงย้ายไปดูแนวปะทะในภาคพื้นทวีป ซึ่งหัวหอกไม่ใช่ใครที่ไหน ตัวน่าปวดหัวอันดับหนึ่งตลอดกาลตั้งแต่รุ่นพ่อ (มูรัดที่ 2)ยันรุ่นลูก (เมห์เหม็ดผู้พิชิต) "สแกนเดอร์เบก" สุนัขทรยศที่ซ่อนตัวในขุนเขาแอลเบเนีย
ตอนที่ 124 สแกนเดอร์เบก โล่ค้ำจุนแห่งอัลเบเนีย: ช่วงเวลาที่บีบคั้นสู่วาระสุดท้ายอันเป็นตำนาน (ค.ศ.1465 –1469)
ประวัติศาสตร์
เรื่องเล่า
แนวคิด
1 บันทึก
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
Ottoman Empire: The Great Fatih
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย