Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Future Perfect
•
ติดตาม
24 ต.ค. เวลา 00:45 • ธุรกิจ
เอลนีโญจะส่งผลถึงธุรกิจเมื่อใด (1/2): บทเรียนจากไร่อ้อย
ข่าวเรื่องน้ำสำรองล่าสุดอาจทำให้รู้สึกวางใจได้บ้าง รายงานของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) วันที่ 8 ตุลาคม 2569 ระบุว่าอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมีน้ำรวมกันราว 82% ของความจุ และบางแห่งอย่างที่อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล จังหวัดระยอง มีน้ำถึง 106% ของความจุ หลายคนจึงคิดว่าเรื่องแล้งปีหน้าคงไม่ต้องห่วงแล้วกับเรื่องเอลนีโญปลายปีนี้
แต่ถ้าย้อนดูเอลนีโญรอบก่อน ๆ ความเสียหายที่ธุรกิจเจอจริง หลายเรื่องไม่ได้เริ่มที่เขื่อนเลย เรื่องหนึ่งที่จะพูดถึงวันนี้เริ่มจากฝนที่ทิ้งช่วงกลางปีในไร่อ้อย อีกเรื่องเริ่มจากน้ำทะเลที่อุ่นเกินไปเพียงไม่กี่สัปดาห์ และอีกเรื่องเริ่มจากทะเลสาบน้ำจืดในประเทศที่อยู่อีกซีกโลก
บทความตอนที่แล้วเราคุยกันว่าเอลนีโญรอบนี้คืออะไร และทำไมอาจแรงเป็นประวัติการณ์ คำว่าแรงในที่นี้วัดจากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิก ไม่ใช่ขนาดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น
ตอนนี้ผมอยากชวนตอบคำถามที่ตามมา ถ้ามันแรงจริงอย่างที่ตัวเลขบอก มันจะมาถึงหน้าประตูธุรกิจเราตอนไหน และมาในรูปแบบไหน ผมจะเล่าผ่านสามกรณีจริง แบ่งเป็นสองตอนย่อย
Future Perfect มองว่า เอลนีโญรอบนี้ไม่ใช่แค่ข่าวพยากรณ์อากาศ แต่เป็นความเสี่ยงธุรกิจที่มีกำหนดเวลาในปฏิทิน และมีสัญญาณเตือนล่วงหน้าให้เห็น ใครอ่านปฏิทินนี้ออกก่อน ก็มีเวลาเตรียมตัวมากกว่า
📍 Where We Are: ตัวเลขล่าสุด
ณ วันที่บทความนี้เผยแพร่ ตัวเลขทางการล่าสุดยังเป็นรายงานของ NOAA หรือสำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ ฉบับวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ที่เล่าไว้ในตอนที่แล้ว
ใจความหลักคือ เอลนีโญรอบนี้มีแนวโน้มอยู่ในระดับแรงถึงแรงมากไปจนถึงช่วงมกราคมถึงมีนาคม 2570 และมีโอกาส 83% ที่ค่าเฉลี่ยสามเดือนของช่วงตุลาคมถึงธันวาคม 2569 จะแตะ +2.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป ซึ่งถ้าเกิดขึ้นจริง รอบนี้จะแรงกว่าเอลนีโญทุกครั้งที่วัดได้ตั้งแต่ปี 1950
ส่วนที่ยังไม่ได้เล่าคือขาลง ตารางคาดการณ์ความน่าจะเป็นของ NOAA ฉบับเดียวกันระบุว่า เอลนีโญมีแนวโน้มอยู่ต่อไปถึงช่วงมีนาคมถึงพฤษภาคม 2570 จากนั้นโอกาสจะเอนไปทางภาวะปกติในช่วงเมษายนถึงกรกฎาคม 2570 แปลว่าเหตุการณ์นี้กินเวลาข้ามปี และคร่อมฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึงทั้งฤดู
NOAA เองก็ย้ำว่าเหตุการณ์ขนาดนี้ทำให้โอกาสเกิดผลกระทบแบบเอลนีโญสูงขึ้น แต่ไม่ได้ฟันธงว่าจะเกิด 100% ทุกตัวเลขในบทความนี้จึงพูดถึงโอกาสและรูปแบบที่เคยเกิดซ้ำมาแล้ว ไม่ใช่การยืนยันว่าจะเกิดซ้ำแน่นอน รายงานฉบับถัดไปจะออกวันที่ 12 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งอาจมีข้อมูลใหม่ที่แม่นยำมากขึ้น
🗓️ Risk Calendar: ผลกระทบมาไม่พร้อมกัน
เอลนีโญเป็นเหตุการณ์เดียว แต่ผลของมันไม่ได้ไปถึงทุกที่พร้อมกัน ความร้อนที่มหาสมุทรแปซิฟิกสะสมอยู่ตอนนี้ จะไปโผล่เป็นอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงเกินระดับที่ปะการังทนได้ ในเวลาเป็นสัปดาห์ ไปโผล่เป็นระดับน้ำในทะเลสาบฝั่งปานามา ในเวลาเป็นเดือน และไปโผล่เป็นตัวเลขอ้อยเข้าหีบ ในอีกเกือบปีถัดมา
และมันไม่ได้ไปถึงทุกคนเท่ากัน บางธุรกิจรับแรงกระแทกเต็ม ๆ บางธุรกิจรับทางอ้อมผ่านซัพพลายเออร์ที่อยู่ห่างออกไปหนึ่งหรือสองทอด และบางธุรกิจไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองอยู่ในเส้นทางนั้น เหตุเดียวกันจึงมีนาฬิกาหลายเรือนที่จับเวลากันคนละช่วงเวลา และแต่ละเรือนก็อยู่บนข้อมือคนละคน
iStock.com/peepo
เรื่องน้ำในเขื่อนเป็นตัวอย่างที่ดี กรมชลประทานคาดว่าวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นฤดูแล้ง น้ำในอ่างทั่วประเทศจะมีรวมกันราว 61,064 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือราว 80% ของความจุ และเพียงพอสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ นี่เป็นข่าวดี แต่ สทนช. ก็ย้ำไว้ด้วยว่าพื้นที่นอกเขตชลประทานต้องไม่ปลูกเกินแผน เพราะพื้นที่เหล่านั้นไม่ได้รับน้ำจากเขื่อน ต้องพึ่งฝนที่ตกลงมาตรงนั้น และความแล้งจากเอลนีโญก็ไม่ได้ขึ้นกับว่าเขื่อนเต็มแค่ไหน
เมื่อเอาข้อมูลที่มีมาวางเรียงกัน จะเห็นกำหนดเวลาตามปฏิทินคร่าว ๆ แบบนี้
🔸ปลายปี 2569 ถึงต้นปี 2570: เอลนีโญพีคในแปซิฟิก
🔸มกราคมถึงเมษายน 2570: ฤดูแล้งของไทย และเป็นฤดูแล้งของปานามาพร้อมกัน
🔸มีนาคมถึงมิถุนายน 2570: ช่วงที่ต้องจับตาปะการังฟอกขาวในทะเลไทย
🔸ฤดูหีบอ้อย 2570/71 (ราวธันวาคม 2570 เป็นต้นไป): ช่วงที่ผลของฝนปี 2570 จะไปปรากฏเป็นตัวเลขผลผลิต
ปฏิทินนี้สร้างจากรูปแบบที่เกิดซ้ำมาแล้วหลายรอบ และกลไกที่นักวิทยาศาสตร์เข้าใจแล้ว ยังไม่มีงานวิจัยใดพยากรณ์ผลกระทบเฉพาะของรอบนี้ไว้ แต่เมื่อกลไกเดิมกลับมา โอกาสที่ผลแบบเดิมจะกลับมาด้วยก็สูง สามเรื่องที่จะเล่าต่อจากนี้ ทั้งในตอนนี้และตอนหน้า คือหลักฐานว่าผลกระทบไปถึงใคร และไปถึงเมื่อไร
🌾 Field to Factory: เมื่ออ้อยหายไป ใครเดือดร้อนบ้าง
กลางปี 2566 ตอนที่เอลนีโญรอบก่อนเริ่มก่อตัว ข่าวในวงการอ้อยเตือนกันแล้วว่าฝนที่ทิ้งช่วงจะทำให้ผลผลิตหายไป แต่ตัวเลขจริงยังไม่ปรากฏ เพราะอ้อยต้องใช้เวลาเติบโตเกือบทั้งปี กว่าจะเห็นความเสียหายชัด ๆ ก็ต้องรอถึงฤดูหีบ
ฤดูหีบปี 2566/67 เริ่มวันที่ 10 ธันวาคม 2566 และปิดวันที่ 17 เมษายน 2567 กระทรวงอุตสาหกรรมรายงานว่ามีอ้อยเข้าหีบรวม 82.16 ล้านตัน ลดลงจาก 93.88 ล้านตันในฤดูก่อนหน้า หรือลดลง 12.49% และระบุว่าสาเหตุหลักคือภัยแล้งกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
ที่หนักกว่านั้นคืออ้อยที่เหลืออยู่ก็ให้น้ำตาลน้อยลงด้วย จากราว 117 กิโลกรัมต่ออ้อยหนึ่งตัน เหลือราว 107 กิโลกรัม ผลผลิตน้ำตาลทรายจึงลดจากราว 11 ล้านตัน เหลือราว 8.8 ล้านตัน หายไปราวหนึ่งในห้า
นี่คือบทเรียนข้อแรกเรื่องปฏิทิน ฝนที่หายไปกลางปี 2566 ไปปรากฏเป็นตัวเลขตอนปลายปี 2566 ถึงต้นปี 2567 ช้ากว่ากันหลายเดือน ใครดูแค่ข่าวอากาศรายวัน มักตระหนักเรื่องนี้ช้าไปอย่างน้อยหนึ่งถึงสองฤดู
บทเรียนข้อที่สองน่าสนใจกว่า คือความเสียหายไม่ได้หยุดอยู่ที่ไร่อ้อยและโรงงานน้ำตาล อ้อยหนึ่งลำไม่ได้กลายเป็นน้ำตาลอย่างเดียว ผู้บริหารของผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่รายหนึ่งของไทย อธิบายว่าเมื่อได้อ้อยมากขึ้น ทุกธุรกิจในเครือได้ประโยชน์ตามไปด้วย
กากน้ำตาลส่งไปผลิตเอทานอล ชานอ้อยส่งเข้าโรงไฟฟ้าชีวมวล และส่งไปโรงงานผลิตเยื่อกระดาษจากชานอ้อย กลับด้านกัน อ้อยที่หายไปหนึ่งตัน ก็หมายถึงวัตถุดิบที่หายไปจากธุรกิจพลังงานและบรรจุภัณฑ์ด้วย
เส้นทางเอทานอลเห็นภาพชัดที่สุด งานวิจัยกรุงศรีฯ ระบุว่าในปี 2567 เอทานอลของไทยผลิตจากกากน้ำตาลราว 56.5% จากมันสำปะหลังราว 38.4% และจากน้ำอ้อยราว 5.1% สัดส่วนนี้ขยับขึ้นลงตามราคาวัตถุดิบในแต่ละช่วง โรงงานจึงพอสลับวัตถุดิบได้บ้าง
แต่รายงานฉบับเดียวกันก็เตือนไว้ว่า ปี 2570 มีความเสี่ยงที่เอลนีโญจะทำให้กากน้ำตาลขาดแคลน และเอลนีโญยังเพิ่มความเสี่ยงต่อผลผลิตมันสำปะหลังด้วย แปลว่าวัตถุดิบหลักทั้งสองตัวของเอทานอลไทยเสี่ยงไปพร้อมกัน
ตรงนี้มีมุมที่ผมอยากชวนสังเกต โรงงานที่สลับวัตถุดิบได้ ย่อมรับแรงกระแทกได้ดีกว่าโรงงานที่ผูกตัวเองไว้กับวัตถุดิบเดียว นี่คือข้อดีของการปรับตัว (Climate Adaptation)
แต่ถ้าวัตถุดิบทุกตัวที่เราสลับไปมา ล้วนพึ่งฝนจากฟ้าผืนเดียวกัน เมื่อฟ้าไม่เป็นใจ วัตถุดิบหลักกับวัตถุดิบสำรองก็อาจสะดุดพร้อมกัน ความเสี่ยงร่วมแบบนี้ไม่ได้แปลว่าจะสะดุดพร้อมกันทุกครั้ง เพราะพื้นที่ปลูกและรอบเก็บเกี่ยวของอ้อยกับมันสำปะหลังไม่ตรงกันเสียทีเดียว แต่แปลว่าทางหนีทีไล่ของเราแคบกว่าที่คิด
คำถามที่ควรถามต่อคือ วัตถุดิบสำรองของเรา เสี่ยงจากต้นเหตุเดียวกันกับวัตถุดิบหลักหรือเปล่า
สำหรับรอบนี้ อ้อยที่จะเข้าหีบในฤดู 2570/71 ต้องเติบโตผ่านฤดูแล้งและต้นฤดูฝนปี 2570 ซึ่งเป็นช่วงที่เอลนีโญอาจยังไม่จางไป ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มที่ใช้น้ำตาล ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์จากชานอ้อย และผู้ที่อยู่ในห่วงโซ่เอทานอล จึงเป็นกลุ่มที่ควรตามตัวเลขอ้อยไปพร้อมกับตัวเลขฝน
🧭 ก้าวที่ทำได้วันนี้
ปฏิทินของอ้อยเดินช้า นับกันเป็นปี แต่อีกสองเรื่องในปฏิทินเดียวกันเดินเร็วกว่านั้นมาก เรื่องหนึ่งใช้เวลาแค่ไม่กี่สัปดาห์ และคนที่รับผลไม่ใช่เกษตรกรหรือโรงงาน ส่วนอีกเรื่องเกิดขึ้นห่างจากเราครึ่งโลก แล้วเดินทางมาถึงไทยในรูปของค่าขนส่งและคิวเรือที่ยาวขึ้น
ก่อนจะถึงตอนหน้า มีก้าวหนึ่งที่ทำได้วันนี้ คือเปิดรายการวัตถุดิบหลักกับวัตถุดิบสำรองของธุรกิจท่านขึ้นมาวางคู่กัน แล้วถามคำถามเดียวว่า ทั้งสองอย่างพึ่งฝนจากฟ้าเหมือนกันหรือไม่
บทความตอนหน้าเราจะไปดูอีกสองเรื่องที่เหลือ พร้อมสามก้าวที่ผมขอฝากไว้สำหรับปฏิทินปี 2570
เขื่อนที่เต็มวันนี้ ตอบได้แค่ว่าวันนี้เรามีน้ำพอ ยังไม่ได้ตอบว่าปฏิทินปีหน้าของเราปลอดภัย
🔍อ่านบทความตอนที่แล้วที่เชื่อมโยงมาถึงบทความนี้
น้ำท่วมหนักขนาดนี้ ทำไมยังต้องห่วงเอลนีโญที่อาจทำให้แล้ง
https://www.blockdit.com/posts/6aca678dc4c4a668d40ca8fa
🔍อ่านเรื่องการปรับตัวท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เคยเล่าไว้
ความยั่งยืน (Sustainability) กับ ความไม่แน่นอน (Uncertainty) ร่วมทางด้วยกันได้อย่างไร
https://www.blockdit.com/posts/62b88569f4f2b1e5f7ec69c7
🌐แหล่งข้อมูลหลักของบทความนี้
NOAA Climate Prediction Center, ENSO Diagnostic Discussion ฉบับ 8 ตุลาคม 2569 และ ENSO: Recent Evolution, Current Status and Predictions ฉบับ 13 ตุลาคม 2569
https://www.cpc.ncep.noaa.gov/products/analysis_monitoring/enso_advisory/ensodisc.shtml
NOAA Climate Prediction Center, ตารางคาดการณ์ความน่าจะเป็น ENSO ฉบับ 8 ตุลาคม 2569
https://www.cpc.ncep.noaa.gov/products/analysis_monitoring/enso/roni/probabilities/
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ รายงานสถานการณ์น้ำ 8 ตุลาคม 2569 (ผ่านกรุงเทพธุรกิจ)
https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1255628
และกรมชลประทาน คาดการณ์ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
https://www.rid.go.th/th/rid_news/28790
สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย ข้อมูลปิดหีบฤดูการผลิต 2565/66 (ผ่านกรุงเทพธุรกิจ 10 เมษายน 2566)
https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1062367
กระทรวงอุตสาหกรรม ข้อมูลปิดหีบฤดูการผลิต 2566/67 (ผ่านไทยรัฐ)
https://www.thairath.co.th/agriculture/agricultural-policy/2780098
และผลผลิตน้ำตาลทราย 2566/67 (ผ่านผู้จัดการออนไลน์ 22 เมษายน 2567)
https://mgronline.com/business/detail/9670000034617
วิจัยกรุงศรี, แนวโน้มธุรกิจ/อุตสาหกรรม ปี 2569-2571: อุตสาหกรรมเอทานอล
https://www.krungsri.com/th/research/industry/industry-outlook/energy-utilities/ethanol/io/io-ethanol-2026-2028
ประชาชาติธุรกิจ (2 กรกฎาคม 2566) ข่าวอ้อยกับเอลนีโญ
https://www.prachachat.net/economy/news-1337693
มิติหุ้น (6 ธันวาคม 2567) ห่วงโซ่ธุรกิจของผู้ผลิตน้ำตาล
https://www.mitihoon.com/?p=508815
ธุรกิจ
สิ่งแวดล้อม
เศรษฐกิจ
2 บันทึก
5
2
2
5
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย